ปลื้มเลย!ลูกากูแฮปปี้หลังทำสถิติยิงมากสุดในอาชีพค้าแข้ง

โรเมลู ลูกากู หัวหอกตัวเก่ง อินเตอร์ มิลาน รับแฮปปี้สุดๆ หลังทำสถิติยิงมากสุดในอาชีพการเล่นฟุตบอล พร้อมเร้าเพื่อนๆ ทัพ "งูใหญ่" เค้นฟอร์มเก่งให้มากกว่านี้ในช่วงท้ายของซีซั่น

     โรเมลู ลูกากู กองหน้าร่างยักษ์ของ อินเตอร์ มิลาน เผยว่า ตนมีความสุขเป็นอย่างมาก กับการที่ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่ตัวเองทำประตูได้มากที่สุดในอาชีพการเล่นฟุตบอล หลังทำสองตุงในเกม กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นัดล่าสุดที่ "งูใหญ่" บุกถล่ม เจนัว 3-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

     สองประตูจากเกมนี้ ทำให้ฤดูกาล 2019/20 ลูกากู ซึ่งเพิ่งย้ายมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีก่อน กดไปแล้วถึง 29 ประตูรวมทุกรายการ (จากการลงเล่น 45 นัด) ซึ่งถือเป็นฤดูกาลที่เจ้าตัวทำประตูได้มากที่สุดในการเล่นฟุตบอล ทุบสถิติเดิม 27 ประตู ที่เคยทำเอาไว้ในซีซั่น 2017/18 สมัยค้าแข้งกับ "ปีศาจแดง"

     นอกจากนี้จำนวน 23 ประตู ในศึก เซเรีย อา ยังทำให้ ลูกากู กลายเป็นนักเตะ อินเตอร์ ที่ทำประตูใน เซเรีย อา ฤดูกาลแรก ได้มากสุดอันดับสาม ต่อจาก อิสต์วาน แยร์ส (26 ประตู ในซีซั่น 1948/49) และ โรนัลโด้ (25 ประตู ในซีซั่น 1997/98) อีกด้วย

         "ในแง่ของสถิติส่วนตัว แน่นอนว่า ผมแฮปปี้มากๆ แต่ผมก็อยากจะบอกเช่นกันว่า ทีมเราสามารถทำได้ดีกว่านี้ เรามีขุมกำลังนักเตะที่ยอดเยี่ยม ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเราในการขึ้นมาอยู่อันดับสอง ตลอดเส้นทางเราทำคะแนนตกหล่นเองหลายแต้ม แต่เรามีขุมกำลังนักเตะที่หนุ่มแน่น และอยากพัฒนาให้ดีกว่านี้ ซึ่งเราก็ต้องการที่จะทำผลงานให้ดีที่สุดกับเกมที่เหลือ จากนั้นก็หันไปลุยในถ้วย ยูโรปา ลีก" ยอดดาวยิงทีมชาติเบลเยียมวัย 27 ปี เปิดใจกับ สกาย สปอร์ต อิตาเลีย

     ชัยชนะนัดนี้ทำให้ อินเตอร์ แซง อตาลันต้า ขึ้นมารั้งอันดับสองในตารางคะแนน เซเรีย อา โดยมี 76 แต้ม จากการลงแข่ง 36 นัด ตามหลัง ยูเวนตุส ทีมจ่าฝูง ที่ลงเตะน้อยกว่าหนึ่งนัด 4 แต้ม ส่วนในถ้วย ยูโรปา ลีก พวกเขามีคิวฟาดแข้งกับ เคตาเฟ่ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย วันพุธที่ 5 สิงหาคมนี้

ชาลาโนกลูฟรีคิกเด็ด! มิลานแม้เจ๊าอตาลันต้า ยืดสถิติไร้พ่ายนับแต่รีสตาร์ท

 เอซี มิลาน ฟอร์มยังยอดเยี่ยมนับจากกลับมารีสตาร์ทลีกหลังยังไม่แพ้ทีมใดแม้จะเปิดบ้านทำได้แค่เสมอกับ อตาลันต้า 1-1 ในศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นัดที่ 36 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

สนาม : ซาน ซีโร่ (มิลาน)

    ศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา นัดที่ 36 เอซี มิลาน ที่ฟอร์มยอดเยี่ยมเหลือเกินนับจากรีสตาร์ทกลับมายังไร้พ่าย แถม 9 นัดในลีกชนะถึง 7 แมตช์ด้วยกัน เกมนี้กลับมาเล่นในบ้านรับมือ อตาลันต้า รองจ่าฝูงที่ผลงานดีเยี่ยมไม่แพ้กัน

    ครึ่งแรก เกมเริ่มมาได้แค่ 14 นาที "ปีศาจแดงดำ" ทะยานออกนำ 1-0 ทันที จากความสุดยอดของ ฮาคาน ชาลาโนกลู ที่ปั่นฟรีคิกทางด้านซ้ายเยื้องมุมธง บอลข้ามกำแพงหนีมือ ปิแอร์ลุยจิ โกลลินี่ เสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างเหนือชั้น เป็นประตูที่ 8 ในลีก ของเพลย์เมกเกอร์ชาวตุรกี

    นาที 22 รุสลัน มาลินอฟสกี้ เรียกจุดโทษให้ทีมได้หลังโดน ลูกัส บีย่า ทำฟาวล์ในเขตโทษ ผู้ตัดสินหลังเช็กกับ VAR แล้วยืนยันให้จุดโทษแก่ทีมเยือน ทว่านาที 26 มาลินอฟสกี้ ห้องเครื่องชาวยูเครนดันยิงจุดโทษไม่ดีไปติดเซฟ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า นายด่านมิลานทำให้สกอร์ยังเป็น "ปีศาจแดงดำ" นำอยู่ 1-0

 กระนั้น อตาลันต้า ที่โหมบุกอย่างหนักมาพังประตูตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จในนาที 34 จากจังหวะที่เรโม่ ฟรอยเลอร์ ซัดไปติดติดบล็อคแข้งเจ้าถิ่นก่อนบอลจะไปเข้าทาง ดูวาน ซาปาต้า ใช้ความแข็งแกร่งเบียดเข้าไปยิงผ่านมือ ดอนมารุมน่า เข้าไป

    จบครึ่งแรก เอซี มิลาน ยังเสมอกับ อตาลันต้า 1-1

    กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาที 53 มิลาน เกือบได้เสียวหลัง รุสลัน มาลินอฟสกี้ จ่ายต่อให้ มาร์เท่น เดอ รอน กดด้วยซ้ายนอกกรอบบอลพุ่งไปติดบล็อค ซิม่อน เคียร์

    นาที 73 "ปีศาจแดงดำ" พลาดเม็ดที่สองอีกหลังบอลสวนกลับเล่น ราฟาเอล เลเอา พาบอลขึ้นมาถึงหน้ากรอบของ อตาลันต้า ก่อนจะไหลออกซ้ายให้ จาโคโม โบนาเวนตูร่า ตัวสำรองอัดด้วยซ้ายเต็มแรงบอลพุ่งชนเสาก่อนโดนตัว ปิแอร์ลุยจิ โกลลินี่ ออกหลังไป

    ช่วงท้ายเม เจ้าบ้านไม่สามารถเจาะแนวรับของ อตาลันต้า ได้ทำให้ผู้ตัดสินเป่าจบเกมเป็นอันว่า เอซี มิลาน เสมอกับ อตาลันต้า 1-1 แบ่งแต้มกันไป ทำให้ "ปีศาจแดงดำ" ยึดอันดับ 6 มี 60 คะแนน ส่วน อตาลันต้า รั้งรองจ่าฝูงมี 75 แต้ม ซึ่งหาก "ม้าลาย" คว้าหนึ่งคะแนนในเกมเจอกับ ซามพ์โดเรีย ในวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค.นี้ จะคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ทันที

 

ลดระดับ?ทีมชปช.สนดึงลินการ์ดเสริมแกร่ง

ดิ อินเดเพนเดนท์ สื่อของอังกฤษ ระบุ เจสซี่ ลินการ์ด ตกเป็นที่สนใจของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เพิ่มอีก 1 ทีม หลังจาก "เดอะ แบ็กกี้ส์" กำลังมองถึงการทำทีมในกรณีที่เลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก ได้

    เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน สโมสรในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ กำลังคิดที่จะดึง เจสซี่ ลินการ์ด ปีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปร่วมทัพ ถ้าหากพวกเขาได้สิทธิ์ขึ้นไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานของ ดิ อินเดเพนเดนท์ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    ลินการ์ด ส่อแววหมดอนาคตกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เต็มทีแล้ว หลังจากไม่มีชื่อแม้กระทั่งเป็นตัวสำรองใน 3 นัดหลังสุด โดยเกมสุดท้ายที่เขาได้เล่นให้ทีมคือเกม เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่ต้นสังกัดเฉือน นอริช ซิตี้ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    สำหรับ เวสต์บรอมฯ นั้น ปัจจุบันเป็นรองจ่าฝูงของ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งเป็นโควตาที่จะได้เลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติ หลังจากเก็บไป 80 คะแนน จากการลงเล่น 42 นัด มากกว่า ฟูแล่ม ทีมในอันดับ 3 อยู่ 4 แต้ม แต่ทัพ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ลงเล่นน้อยกว่าอยู่ 1 เกม โดยนอกจาก เวสต์บรอมฯ แล้วนั้น เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, เลสเตอร์ ซิตี้, เอฟเวอร์ตัน และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ก็ตกเป็นข่าวว่าให้ความสนใจในตัวแข้งวัย 27 ปีเช่นกัน

ชัดถ้อยชัดคำ! เอ็มบัปเป้คอนเฟิร์มอยู่เปแอสเชฤดูกาลหน้า

กองหน้าชาวฝรั่งเศสยืนยันว่าจะยังอยู่กับทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมง ต่อไปในฤดูกาลหน้า แม้ว่าจะมีข่าวลือกับสโมสรอย่างเรอัล มาดริด หรือลิเวอร์พูลก็ตาม

คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยืนยันว่าจะยังคงค้าแข้งอยู่กับทีมต่อไปอย่างแน่นอนในฤดูกาลหน้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

หัวหอก 21 ปี ตกเป็นข่าวว่าได้รับการจับตามองจากทั้ง เรอัล มาดริด และลิเวอร์พูล จากผลงาน 30 ประตู รวมทุกรายการ ก่อนที่ลีกเอิงจะยกเลิกการแข่งขัน และกลายเป็นทีมเปแอสเชที่ได้แชมป์ไปครองจากตารางคะแนนล่าสุดก่อนหยุดเตะเพราะโควิด-19 ที่พวกเขาเป็นจ่าฝูงอยู่

อย่างไรก็ดี เอ็มบัปเป้ ประกาศแล้วว่าเขายังจะอยู่กับทีมต่อไปอย่างแน่นอนในฤดูกาลหน้า ซึ่งถือเป็นปีที่สโมสรมีอายุครบ 50 ปีพอดิบพอดี

"ผมยังอยู่ที่นี่ ผมอยู่ในโปรเจคต์ไปอีก 4 ปี" เอ็มบัปเป้กล่าวทาง beIN SPORTS

"ปีที่ 50 ของสโมสร เป็นปีที่สำคัญ สำหรับทั้งสโมสร, แฟนบอล และทุกๆ คน ผมจะยังอยู่ตรงนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

"ผมจะพยายามคว้าแชมป์กลับมาสู่ทีม และทุ่มเทอย่างเต็มที่"

ม้าลายล่าแชมป์! ยูเวนตุสจัดเต็ม “ดีบาล่า” ค้ำหน้าดับซ่าซาสซูโอโล่

”ม้าลาย” ของนายใหญ่ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ต้องเรียกความมั่นใจคืนสู่ทีมหลังสะดุดในลีกมาสองเกมติดความพร้อมไม่มีปัญหาเพิ่มมี ดีบาล่า, โรนัลโด้ ผนึกกำลังล่าสกอร์ ทางด้าน ”เนโรแวร์ดี้” ของกุนซือ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ฟอร์มฮอตชนะในลีกมา 4 นัดรวดมี โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ นำทัพในศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี วันพุธที่ 15 ก.ค. นี้
ปรีวิวฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2563
ซาสซูโอโล่ – ยูเวนตุส
เวลา : 02.45 น.
สนาม : ซิตต้า เดล ตริโคโลเร่

    ทีม ”เนโรแวร์ดี้” ผลงานยอดเยี่ยมมากเกมล่าสุดบุกไปชนะ ลาซิโอ 2-1 ทำให้ชนะในลีกมา 4 นัดรวดแล้ว ยังแอบมีลุ้นโควตาบอลยุโรปเหมือนกัน

    สภาพทีมในเกมนี้ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ เทรนเนอร์ ซาสซูโอโล่ จะไม่มี ฟิลิปโป้ โรมันย่า, เกรชัวร์ เดอแฟรล และ เปโดร โอเบียง ที่มีอาการบาดเจ็บทั้งหมด แต่จะได้ ฟิลิป ยูริซิช พ้นโทษแบนกลับมา

    แนวรับจะปรับมาใช้ วลัด คิริเชส ประจำการร่วมกับ จาน มาร์โก แฟร์รารี่ แบ็กขวา-ซ้ายใช้ เมิร์ต มูลดูร์ และ จอร์กอส คีเรียโคปูลอส

    เมห์ดี้ บูราเบีย เป็นมิดฟิลด์คู่กลางกับ มานูเอล โลคาเตลลี่ ทีเด็ดคือแนวรุกที่ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้, ฟิลิป ยูริซิช และ เฌเรมี่ โบก้า ประคองอยู่ข้างหลัง ฟรานเชสโก้ คาปูโต้

    ทีม ”ม้าลาย” เกมล่าสุดเปิดบ้านเสมอ อตาลันต้า 2-2 ทำให้สะดุดในลีกมาสองเกมติด แต่ยังนำเป็นจ่าฝูงห่างจาก อินเตอร์ และ ลาซิโอ ถึง 8 คะแนน

    สภาพทีมในเกมนี้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ เทรนเนอร์ ยูเวนตุส ยังมีตัวเจ็บเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็น มัตเตีย เด ชีโย่, ซามี่ เคดิร่า และ เมรีห์ เดมิราล รวมไปถึง ฮวน กวาดราโด้ ติดโทษแบนด้วย

    ทั้งนี้คาดว่าเกมนี้ อเล็กซ์ ซานโดร จะลงมายืนแบ็กซ้าย ฝั่งขวาเป็น ดานิโล่ ส่วนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกลับมาใช้ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ กับ มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์

    ขยับมาแดนกลาง มิราเล็ม ปานิช ประสานงานกับ โรดริโก้ เบนตันกูร์ และ อาเดรียง ราบิโอต์ โดยสามแนวรุกให้ เปาโล ดีบาล่า ยืนเป็นหน้าเป้า ขนาบข้างด้วย เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ล่าสุดฮอตมากยิงในลีกมา 6 เกมติด

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    ซาสซูโอโล่ (4-2-3-1) : อันเดรีย คอนซิยี่-เมิร์ต มูลดูร์, วลัด คิริเชส, จาน มาร์โก แฟร์รารี่, จอร์กอส คีเรียโคปูลอส-เมห์ดี้ บูราเบีย, มานูเอล โลคาเตลลี่-โดเมนิโก้ เบราร์ดี้, ฟิลิป ยูริซิช, เฌเรมี่ โบก้า-ฟรานเชสโก้ คาปูโต้

    ยูเวนตุส (4-3-3) : วอยเชียค เชสนี่ – ดานิโล่, มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, อเล็กซ์ ซานโดร – โรดริโก้ เบนตันกูร์, มิราเล็ม ปานิช, อาเดรียง ราบิโอต์ – เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่, เปาโล ดีบาล่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ผลการพบกันที่ผ่านมา

วัน/เดือน/ปี  รายการ  ผลการแข่งขัน      
      
01/12/19    เซเรีย อา     ยูเวนตุส 2-2 ซาสซูโอโล่
11/02/19    เซเรีย อา     ซาสซูโอโล่ 0-3 ยูเวนตุส
16/09/18    เซเรีย อา     ยูเวนตุส 2-1 ซาสซูโอโล่
04/02/18    เซเรีย อา     ยูเวนตุส 7-0 ซาสซูโอโล่
17/09/17    เซเรีย อา     ซาสซูโอโล่  1-3 ยูเวนตุส

ผลงาน 5 นัดหลังสุด    

ซาสซูโอโล่

11/07/20 ชนะ ลาซิโอ 2-1 (เยือน) เซเรีย อา
09/07/20 ชนะ โบโลญญ่า 2-1 (เยือน) เซเรีย อา
05/07/20 ชนะ เลชเช่ 4-2 (เหย้า) เซเรีย อา
02/07/20 ชนะ ฟิออเรนติน่า 3-1 (เยือน) เซเรีย อา
29/06/20 เสมอ เวโรน่า 3-3 (เหย้า) เซเรีย อา

ยูเวนตุส

11/07/20 เสมอ อตาลันต้า 2-2 (เหย้า) เซเรีย อา
08/07/20 แพ้ เอซี มิลาน 2-4 (เยือน) เซเรีย อา
04/07/20 ชนะ โตริโน่ 4-1 (เหย้า) เซเรีย อา
01/07/20 ชนะ เจนัว 3-1 (เยือน) เซเรีย อา
27/06/20 ชนะ เลชเช่ 4-0 (เหย้า) เซเรีย อา

ราชบุรี กับความเป็นไปได้ในถ้วยเอเชีย

ย้อนกลับไปก่อนเริ่มฤดูกาล คงไม่มีใครกล้าพูดเต็มปากว่า ราชบุรี จะติด 1 ใน 4 ของตารางคะแนน

เพราะสถานะ “ราชันมังกร” เป็นเพียงสโมสรระดับกลางกึ่งบน ห่างไกลคำว่า “แชมป์ลีก” เป้าหมายหลักถูกเบนเข็มไปหา “ฟุตบอลถ้วย” ซึ่งทำได้ดีสุดแค่ “พระรอง” อยู่ร่ำไป
จนช่วงเปิดฤดูกาล 4 นัดแรก ราชบุรี กลายเป็นทีมที่หักปากกากูรูอย่างเต็มปัง หลังออกสตาร์ทด้วยผลงานชนะรวด 4 นัด ดีสุดในรอบ 8 ปีสโมสร มีแต้มเทียบเท่า ทรู แบงค็อกฯ จ่าฝูงของตาราง เป็นรองเพียงลูกได้เสีย

แม้จากนั้นไม่นานไวรัสโควิดจะพรากฟุตบอลไทยให้แช่แข็งไปหลายเดือน แต่อีกมุมกลับกลายเป็น “ผลดี” สำหรับ ราชบุรี

เพราะทำให้ไทยลีกไม่สามารถแข่งขัน-จบฤดูกาล ตรงตามปฏิทินลูกหนังที่วางไว้ และในช่วงปลายปี สมาคมฟุตบอลไทยฯ ต้องส่งรายชื่อ 4 ทีม ไปเล่นในศึก AFC champions league 2021 ซึ่งปีนี้เป็นครั้งแรกที่สโมสรจากไทยได้โควตา 2+2  ทำให้สมาคมตัดสินใจใช้วิธีส่งชื่อ 4 ทีมไปเล่นถ้วยเอเชีย โดยวัดผลงานหลังจบ 15 นัดแรก

นั่นหมายถึงโปรแกรมหา 4 สโมสรไปโลดแล่นใน AFC champions league ถูกลดไปกว่าครึ่ง และ ราชบุรี ที่นั่งรองจ่าฝูงขณะนี้ ได้ประโยชน์ไปเต็ม ๆ

ทว่าภารกิจที่เหมือนง่ายแต่ไม่ง่ายของ ราชันมังกร คือ หลังไทยลีกกลับมาแข่งขัน เขาจะรักษา “มาตรฐาน” ทีมเหมือน 4 นัดแรกได้แค่ไหน

เพราะเอาเข้าจริงหากเทียบเคียงทรัพยากรนักเตะ 4 อันดับแรกเวลานี้ ราชบุรี ล้วนเป็นรองทีมอื่นทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ทรู แบงค็อก ที่แข้งระดับทีมชาติคุณภาพคับแก้ววิ่งชนกันเต็มทีม การท่าเรือ หรือ บีจี ปทุมฯ ที่ช้อปแหลกไม่สนโควิด ผู้เล่นเกรดเอ-บี มีให้เลือกใช้แบบที่ส่งแข่ง 2 ทีมได้สบาย

ยังไม่นับรวมยักษ์ที่รอวัน “ตื่น” อย่างแชมป์เก่า สิงห์ เชียงรายฯ และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีก

ทำให้เป็นงานหินพอควรสำหรับ ราชบุรี ในการรักษาสถานะอันดับ 1 ใน 4 ไปจนถึงอีก 11 นัดที่เหลือ

อย่างไรก็ดีในมุมผู้เขียน ยังมองเห็นความเป็นไปได้ที่ทีมเมืองโอ่ง จะสร้างประวัติศาสตร์ ในการไปเล่นบนถนนสายเอเชีย

จุดแข็งที่ ราชันมังกร มีเหนือกว่าทุกทีมในไทยลีก ในช่วง 4 นัดแรกคือ “ระบบทีม” ที่ค่อนข้างปึก ผู้เล่นเก่า-ใหม่ ต่างเข้าใจแท็คติกของ “โค้ชเจี๊ยบ” สมชาย ไม้วิลัย ไม่ว่าจะถูกจับสลับเปลี่ยนเล่นในแบบแผนไหน

มีกองหลังปึก กองกลางที่สร้างสรรค์เกมได้หลากหลายรูปแบบ กองหน้าที่มีความเร็ว และความคม การเข้าทำน้อยจังหวะ แต่เฉียบขาดและรู้ใจกันเป็นอย่างดี

ทีมเวิร์ค ราชบุรี กลายเป็นจุดแข็งกลบเรื่องศักยภาพนักเตะที่ด้อยกว่าบรรดา “บิ๊กทีม” ด้วยกัน

อีกจุดหนึ่งที่ผู้เขียนกล้าพูดได้เต็มปากคือ ราชบุรี เป็นสโมสร ที่ใช้โควตาแข้งต่างชาติได้ “คุ้มค่า” ที่สุดในไทยลีกจาก 4 นัดแรกที่แข่งขันกันไป

โย ซัง-แฮ เข้ามาเติมเต็มในแผงหลังจับคู่กับ ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์ ได้อย่างลงตัว
ลอสเซมี คาราบูเอ กองกลางที่บู๊ไม่มีถอย เปลี่ยนบอลตรงกลางเป็นเกมรุกได้เนียนตา และเติมขึ้นไปทำประตูได้
สตีเฟ่น ล็องจิล หมอนี่ไม่ได้มีแค่ความเร็วเป็นทีเด็ด แต่ยังมีลูกครอสที่แม่นยำสร้างอันตรายได้ตลอด
ยานนิก โบลี คือเครื่องจักรสังหารผู้ทำประตูได้ทุกรูปแบบในกรอบเขตโทษ

4 คนนี้คือแกนหลักในบรรดาตัวจริงโควตาต่างชาติที่ถูกส่งลงสนาม

ขณะที่ม้านั่งสำรองพวกเขามีโควตาอาเวียนชั้นดีอย่าง ฆาเบียร์ ปาตินโญ ที่พร้อมลงมาเปลี่ยนเกมได้ทุกเมื่อ ยังไม่นับรวมถึง ลุค วู๊ดแลนด์ และแข้งใหม่อย่าง จัสติน มิเกล บาส ที่เป็นอีกตัวเลือก

สิ่งที่พอหยิบมาตอบแทนข้อเขียนข้างบนได้ คงเป็นผลงาน 4 นัดแรกที่ทีมชนะรวด และถลุงคู่แข่งไปถึง 9 ประตู โดยทั้งหมดเกิดจากการมีส่วนร่วมของนักเตะต่างชาติทั้งสิ้น ขาดไปเพียงประตูเดียวที่เกิดจากจังหวะทำเข้าประตูตัวเองของคู่แข่ง

ชนะ ตราด เอฟซี 2-0
สตีเฟ่น ล็องจิล ครอสให้ ยานนิก โบลี โขก
ฆาเบียร์ ปาตินโญ เรียกจุดโทษ ฟิลิป โรเลอร์ ยิง

ชนะ สุโขทัย เอฟซี 2-1
จักรพันธ์ พรใส แอสซิสต์ให้ ยานนิก โบลี หลุดไปยิง
ปิยะราษฎร์ ลาจังหรีด (ทำเข้าประตูตัวเอง)

ชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 4-3
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ ชิ่งต่อให้ ยานนิก โบลี ยิง
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ลอสเซมี คาราบูเอ เติมขึ้นมาซัด
เกียรติศักดิ์ เจียมอุดม ผ่านให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ ที่แปะต่อให้ ฟิลิป โรเลอร์ หลุดไปยิง
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ ยิงเหน่ง ๆ

ชนะ นครราชสีมา 1-0
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ โหม่ง

สิ่งเหล่านี้คือเครื่องยืนยันว่าผู้เล่นต่างชาติ ราชบุรี เป็นฟันเฟืองสำคัญสำหรับทีม โดยมีผู้เล่นไทยอย่าง จักรพันธ์ พรใส, จิตปัญญา ทิสุด หรือ ฟิลิป โรเลอร์ ร่วมกันสร้างสรรค์เกมให้ไหลลื่น

มันคือ “ความลงตัว” ของแข้งต่างชาติ ที่เหนือกว่าสโมสรอื่น ณ เวลานี้

อย่างที่บอกไป จนกว่าจะกลับมาแข่งขันอีกครั้ง หากแข้งหลักที่ว่ามาไม่เจอตลกร้ายปัจจัยภายนอก หรืออาการบาดเจ็บเล่นงาน และรักษามาตรฐานระดับสูงไว้ดัง 4 เกมแรก ถนนสู่ AFC champions league สำหรับ ราชบุรี

ก็มีความเป็นไปได้      

สุดจริง !! คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สร้างสถิติใหม่อีกแล้ว

 

ผลบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คู่บิ๊กแมตช์ ยูเวนตุส จ่าฝูงเปิดบ้านเฉือน ลาซิโอ 2-1 โดยเกมนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โชว์ฟอร์มทำคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ ยูเว่ ขยับเข้าใกล้แชมป์ลีกไปอีกหนึ่งก้าว และตัวเขาเองก็ขึ้นไปรั้งตำแหน่งดาวซัลโวร่วมกับ ชิโร่ อิมโมบิเล่ ที่ 30 ประตูเท่ากัน

        ซึ่ง 2 ประตูในเกมนี้ของ โรนัลโด้ ส่งให้เขากลายเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงประตูอย่างน้อย 50 ลูกได้เร็วที่สุดในศึก เซเรีย อา นับตั้งแต่ปี 1995 โดยดาวเตะวัย 35 ปี ทำไป 51 ประตู จาก 61 นัด

        นอกจากนี้ ซีอาร์7 ยังสร้างสถิติเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ยิงประตูถึงหลัก 50 ลูก ได้ใน 3 ลีกใหญ่ของยุโรป ทั้ง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลา ลีกา สเปน และ เซเรีย อา อิตาลี

        โดยก่อนหน้านี้ กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ทำไป 84 ประตู ใน พรีเมียร์ลีก ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ระหว่างปี 2003-2009) และทำไป 311 ประตู ใน ลา ลีกา ให้กับ เรอัล มาดริด (ระหว่างปี 2009-2018)

        สำหรับนักเตะอีกรายที่ยิงประตูถึงหลัก 50 ลูก ได้ 3 จาก 5 ลีกใหญ่ของยุโรป ก่อนหน้านี้ก็คือ เอดิน เชโก้ แต่ในกรณีของ หัวหอกทีมชาติบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เกิดขึ้นใน บุนเดสลีกา, พรีเมียร์ลีก และ เซเรีย อา

ชาวเน็ตเสี้ยมอีก!เบลแกล้งดีใจ-ไม่แบกซีดานโยน

แกเร็ธ เบล ปีกสำรองค่าจ้างแพงของ เรอัล มาดริด โดนชาวเน็ตจับผิดอีกแล้วกับพฤติกรรมระหว่างทีมฉลองแชมป์ ลา ลีกา สมัยที่ 34 วานนี้ เมื่อแค่กอดคอทำท่าร้องรำทำเพลงแบบขอไปที แล้วเข้าตาสุดๆตอนทีมเมตจับเทรนเนอร์ ซีเนดีน ซีดาน โยนฉลอง สตาร์เวลส์แค่ยืนกอดอกดู

 มาดริด ได้แชมป์ ลีกา ฤดูกาล 2019-20 เมื่อสามารถเอาชนะ บียาร์เรอัล 2-1 การันตีตำแหน่งโดยไม่แคร์ผลคู่รองจ่าฝูง บาร์เซโลน่า เน่าคารังต่อ โอซาซูน่า ที่เหลือผู้เล่น 10 คน สกอร์ 1-2

 บรรยากาศแห่งความสุขที่ สนาม อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ เป็นไปอย่างชื่นมื่นนักเตะแกนหลักอย่าง เซร์คีโอ รามอส, คาริม เบนเซม่า หรือ ลูก้า โมดริช ต่างเคลียคลออยู่ไม่ห่างจากบอสเฟร้นช์แมน

 ต่างจากปีกวัย 31 ปี เจตนายืนให้ห่างสุดอย่างชัดเจนทางริมขอบฝั่งซ้ายมือโค้ช แต่มิวายถูกชาวเน็ตจับผิดว่าขาดซึ่งอารมณ์ร่วมต่องานฉลองเพราะพี่แกแค่ชูกำปั้นสะใจพอเป็นพิธี

ยิ่งไปกว่านั้นตอนผู้เล่นห้อมล้อมจับ ซีดาน โยนขึ้นฟ้าแสดงความซูฮก เบล ก็แค่กอดอกยืนดูแล้วแสยะยิ้มแบบเก้ๆกังๆ ภาษากายสื่อความหมายว่า – แล้วไงวะ? –

 เมื่อบวกกับพฤติการณ์ก่อนนั้นที่นั่งหลับเหยียดขาเอาหน้ากากอนามัยปิดตาระหว่างเกมแข่ง หรือทำมือทำไม้เป็นกล้องสอดแนมประชดใส่ช่างภาพที่ชอบแอบถ่ายเขา ก็เพียงพอจะทำให้เหล่า มาดริดนิสต้า กดดันท่าประธานสโมสร ฟลอเรนตีโน่ เปเรซ ยอมขาย เบล ให้พ้นๆดีกว่าทำลายบรรยากาศในห้องแต่งตัว

 สัญญาของนักเตะจอมโชว์วงสวิงมีถึง มิ.ย.2022 รับค่าจ้าง 15 ล้านยูโร-ต่อ-ปี (ราว 13.6 ล้านปอนด์-ต่อ-ปี/283,000 ปอนด์-ต่อ-สัปดาห์) นับเป็นอุปสรรคสำคัญหากทีมไหนจะมารับผิดชอบต่อ

โด้ปืนผืด! ยูเวนตุสหวิดแย่ไล่เจ๊าซาสซูโอโล่ไร้ชัย3เกมติด

"ม้าลาย" ยูเวนตุส ควานหาสามแต้มไม่เจอมาสาในัดติดแล้ว ล่าสุดบุกไปนำก่อนครึ่งแรก แต่สรุปทำได้แค่ตามตีเสมอ ซาสซูโอโล่ 3-3 ทำให้ยังมีคะแนนเป็นจ่าฝูงนำทีมตามมาถึง 7 แต้ม ต้องรอการฉลองแชมป์ออกไปก่อน ในการแข่งขันศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันพุธที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา
สนาม : มาเปอี สเตเดี้ยม

     ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันพุธที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา "ม้าลาย" ยูเวนตุส ยังต้องเดินหน้าคว้าคะแนนอย่างต่อเนื่อง เพื่อการขยับซิวแชมป์ให้เร็วมากยิ่งขึ้น หลังนำทีมตามอยู่ 6 แต้ม เมาริซิโอ ซาร์รี่ เฮดโค้ชทีมเยือน ใส่ผู้เล่นแบบหมุนเวียนพัก "ดีบาล่า" เป็นสำรอง แต่ส่ง "โรนัลโด้" เป็นตัวจริงลุ้นยิงประตูที่ 50 ในเสื้อยูเว่ ขณะที่เจ้าบ้าน ซาสซูโอโล่ ฟอร์มหกเกมหลังไม่มีคำว่าแพ้ เป็นการชนะ 4 เกมติดอีกด้วย โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ เทรนเนอร์ของทีม ปลื้มผลงานแต่หวังสร้างความประหลาดใจสอยจ่าฝูงให้ได้

     ม้าลายนำเร็วนาทีที่ 5 มิราเล็ม ปานิช วางลูกเตะมุมทางขวาออกตรงวงกลมนอกกรอบเขตโทษ ดานิโล่ ยืนรอส่องด้วยเท้าขวาบอลแหวกผู้เล่นทั้งสองทีมเข้าซุกกลางตาข่ายแบบที่ อันเดรีย คอนซิยี่ นายทวารเจ้าบ้านหมดสิทธิ์รับ

     เจ้าถิ่นบุกบ้างนาทีที่ 10 โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ กระชากบอลมาทางริมสนามด้านขวา โยกหนี อเล็กซ์ ซานโดร มาหน้ากรอบเขตโทษตรงกลาง ปั่นบอลโค้งแต่ทิศทางไม่ห่างมือ วอยเชียค เชสนี่ จับบอลอยู่มือ

     ม้าลายโขยกหนีนาทีที่ 12 ดานิโล่ จ่ายบอลเส้นข้างยัดเข้ากลางสนามก่อน มิราเล็ม ปานิช ตวัดบอลทีเดียวทิ้งมาด้านหน้าให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน สปีดมาเก็บบอลลุยเข้าเขตโทษทางฝั่งขวาไปซัดบอลผ่านตัวนายด่านซาสซูโอโล่ ตุงตาข่ายไปอีกเม็ด

     ผ่านมาถึงนาทีที่ 22 อันเดรีย คอนซิยี่ นายทวารเจ้าบ้านออกมาโหม่งบอลหวังตัดโอกาสคู่แข่ง ทว่าบอลกลับมาหา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รับบอลสนามข้างขวายิงไกล บอลน้ำหนักได้ลุ้นแต่ทิศทางไม่ดีพอชนข้างตาข่ายประตูแทน

     ซาสซูโอโล่เกือบเฮบ้างนาทีที่ 24 เมิร์ต มูลดูร์ เก็บบอลได้ทางขวาหน้ากรอบเขตโทษ เลี้ยงล็อกเข้าเหลี่ยมเท้าขวาซัดบอลพุ่งเข้าหาประตู แต่ว่า วอยเชียค เชสนี่ มือกาวม้าลายเหยียดมือปัดออกมาก่อนผู้เล่นยูเว่เคลียร์ทิ้งออกไป

     ต่อมานาทีที่ 27 มานูเอล โลคาเตลลี่ ส่งบอลต่อให้ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ กลางสนามจ่ายฝากบอลไว้ที่ ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ ส่งบอลลอดขา ,มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ ทะลุมาที่ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้วิ่งไปรับบอลชิ่งหลุดเข้าเขตโทษแต่ว่ายิงไม่ผ่านตัว วอยเชียค เชสนี่ ที่ออกมาขวางได้ทันเวลา

     เจ้าถิ่นไล่มานาทีที่ 29 เมิร์ต มูลดูร์ ลากบอลตะลุยจากริมสนามฝั่งขวามาหน้ากรอบเขตโทษโดน โรดริโก้ เบนตันกูร์ เตะสกัดบอลไปถูกตัว อเล็กซ์ ซานโดร กระดอนมาหา ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ ใช้ตัวบังบอลในเขตโทษจิ้มป้ายให้ ฟิลิป ยูริซิช ยิงตามน้ำบอลลอยข้ามตัวนายทวารม้าลายเข้าไป

     ช่วงนาทีที่ 45+4 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษจ่ายตรงให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน ดีดออกข้างไปที่ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ จ่ายเรียดเข้ากลางเขตโทษ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สบจังหวะซัดบอลแต่ว่าผู้เล่นเจ้าถิ่นตามมาบล็อกบอลลอยข้ามคานออกหลังไป จบ 45 นาที ยูเวนตุส บุกนำอยู่ 2-1

     ม้าลายชวดเฮนาทีที่ 46 จากความผิดพลาดของ อันเดรีย คอนซิยี่ นายด่านเจ้าบ้านที่ใช้มือจับบอลหลังเพื่อนเตะคืนหลัง มิราเล็ม ปานิช เขี่ยฟรีคิกสองจังหวะริมกรอบเขตโทษ 6 หลาทางซ้ายให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หวดบอลติดกำแพงผู้เล่นซาสซูโอโล่ ที่กรูเข้ามาขวาง

     ซาสซูโอโล่ตีคืนสำเร็จนาทีที่ 51 โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ ปั่นฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 หลาเยื้องมาด้านขวา บอลพุ่งลอดกำแพงดาวเตะยูเว่ที่ยืนเรียงรายขวางทางเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

     เจ้าถิ่นแซงนำนาทีที่ 54 ฟิลิป ยูริซิช ส่งบอลสั้นให้ ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ เปิดบอลจากหน้ากรอบเขตโทษออกข้างไปทางขวา โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ โยกหนีแนวรับทีมเยือนแล้วยิงกึ่งผ่านมาหน้าปากประตูที่เสาสอง ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ ปรี่มาสไลด์ทิ่มบอลกลิ้งซุกประตูไป

     ม้าลายหวังเอาคืนนาทีที่ 60 ดานิโล่ เลี้ยงมากลางสนามไหลให้ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ รับบอลก่อนหยอดมาในเขตโทษที่ อาเดรียง ราบิโอต์ ตัวสำรองที่ลงมาโขกบอลคนเดียวไร้ตัวประกอบแต่ว่าบอลกลับออกข้างเสาไปแบบน่าเสียดาย

     ยูเว่ไล่เจ๊าทันนาทีที่ 64 โรดริโก้ เบนตันกูร์ โยนลูกเตะมุมฝั่งขวา บอลลอยเข้าเขตโทษเสาแรกและเป็น อเล็กซ์ ซานโดร ฟูลแบ็กม้าลายโถมตัวโหม่งบอลในกรอบ 6 หลา เข้าไปกองที่ก้มตาข่ายอีกเม็ด

     ทีมเยือนพลาดโอกาสนาทีที่ 78 อเล็กซ์ ซานโดร เลี้อยบอลเลาะมาทางริมสนามฝั่งซ้าย ตัดเข้าเขตโทษด้านเดียวกันเปิดย้อนเข้ามาในเขตโทษ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปรี่มาจับบอลล็อกหลอกผู้เล่นเจ้าบ้านแล้วซัดเต็มเท้า แต่ อันเดรีย คอนซิยี่ มือกาวซาสซูโอโล่ปัดออกมาได้ยอดเยี่ยม

     เจ้าบ้านเกือบนำอีกนาทีที่ 84 ฮาเหม็ด ตราโอเล่ ส่งบอลฝากไว้ที่ ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ หน้ากรอบเขตโทษก่อนหัวหอกสำรองวิ่งมารับบอลตรงกรอบเขตโทษด้านซ้ายแล้วยิงบอลอัดแนวรับม้าลายกระดอนมาเข้าทาง เฌเรมี่ โบก้า ปั่นเล่นทางบอลหนีตัว วอยเชียค เชสนี่ แต่ยังมี อเล็กซ์ ซานโดร ถอยไปคุมเส้นย่อตัวโหม่งสกัดออกไป จบเกม ยูเวนตุส ทำได้แค่ไล่เสมอ ซาสซูโอโล่ 3-3 ทำให้ยังมีคะแนนเป็นจ่าฝูงนำทีมตามมาถึง 7 แต้ม

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ซาสซูโอโล่ (4-2-3-1): อันเดรีย คอนซิยี่,เมิร์ต มูลดูร์,วลัด คิริเชส (มาร์ลอน น.75),เฟเดริโก้ เปลูโซ่,จอร์กอส คีเรียโคปูลอส,ฟรานเชสโก้ มานาเนลลี่ (เมห์ดี้ บูราเบีย น.67),มานูเอล โลคาเตลลี่,โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ (จาน มาร์โก แฟร์รารี่ น.86),ฟิลิป ยูริซิช (ฮาเหม็ด ตราโอเล่ น.67),เฌเรมี่ โบก้า (จานโคโม่ ราสปาโดรี่ น.86),ฟรานเชสโก้ คาปูโต้

ยูเวนตุส (4-3-3): วอยเชียค เชสนี่,ดานิโล่,มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์,จอร์โจ้ คิเอลลินี่ (ดานิเอเล่ รูกานี่ น.46),อเล็กซ์ ซานโดร,โรดริโก้ เบนตันกูร์,มิราเล็ม ปานิช (อาเดรียง ราบิโอต์ น.57),แบลส มาตุยดี้ (อารอน แรมซี่ย์ น.86),เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ (ดั๊กลาส คอสต้า น.62),กอนซาโล่ อิกวาอิน (เปาโล ดีบาล่า น.57),คริสเตียโน่ โรนัลโด้

สเตอร์ลิงเบิ้ล! แมนซิตี้บุกถล่มวัตฟอร์ดยับส่งแตนลุ้นหนีตายนัดสุดท้าย

"เรือใบสีฟ้า" รองแชมป์ซีซั่นนี้ แม้เพิ่งอกหักจาก เอฟเอ คัพ มาแต่ล่าสุดคืนฟอร์มโหดหลังบุกไปถล่ม วัตฟอร์ด ทีมโซนหนีตายแบบยับเยิน 4-0 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา โดยเกมนี้ ราฮีม สเตอร์ลิง เหมาสองประตูทำสถิติยิงเพิ่มเป็น 19 ลูกในลีกเท่ากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ช่วยให้เรือใบมีเพิ่มเป็น 78 คะแนน ส่วน "แตนอาละวาด" ซึ่งรั้งอันดับ 17 มี 34 แต้มต้องลุ้นหนีตกชั้นในเกมสุดท้ายที่จะบุกไปเยือน อาร์เซน่อล

สนาม : วิคาเรจ โร้ด

    เกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 37 (นัดรองสุดท้าย) "แตนอาละวาด" ที่เพิ่งปลด ไนเจล เพียร์สัน จากการคุมทัพ ต้องดิ้นรนหนีตกชั้นหลังรั้งอันดับ 17 เกมนี้รับมือรองจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ซิตี้

    โดยผลงานล่าสุดของทั้งคุ่นั้น วัตฟอร์ด เพิ่งบุกไปแพ้ เวสต์แฮม 1-3 ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" แม้เกมในลีกล่าสุดจะเฉือน บอร์นมัธ 2-1 ทว่าฟอร์มล่าสุดเพิ่งร่วงจาก เอฟเอ คัพ รอบตัดเชือก หลังพ่ายให้ อาร์เซน่อล 0-2 ที่เวมบลี่ย์

    เกมนี้ เฮย์เดน มัลลินส์ รักษาการแทนส่ง โรแบร์โต้ เปเรยร่า ที่ไม่ได้ลงเลยในยุคของ เพียร์สัน สตาร์ทเป็นตัวจริงล่าตาข่ายร่วมกับ อิสไมล่า ซาร์ และทรอย ดีนี่ย์ ขณะที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จัดสามประสานเป็น แบร์นาร์โด้ ซิลวา, กาเบรียล เชซุส และราฮีม สเตอร์ลิง

    ครึ่งแรก "เรือใบสีฟ้า" ไล่บี้กดดันตั้งแต่ต้นเกม นาที 12 เกือบชิงขึ้นนำไปก่อนหลัง โรดรี้ ตะบันนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งไปแฉลบหลัง กาเบรียล เชซุส บอลลอยจะเสียบสามเหลี่ยมอยู่แล้วแต่ เบน ฟอสเตอร์ ยังเหินบินปัดออกหลังหวุดหวิด

    เจ้าบ้านรับแน่นมากจน แมนฯซิตี้ แทบจะหาโอกาสส่องแบบจะๆไม่ได้เลย นาที 22 ชูเอา คานเซโล่ เล่นชิ่งกับ กาเบรียบ เชซุส ก่อนที่คานเซโล่จะกดด้วยซ้ายไปติดบล็อค บอลมาเข้าทาง ฟิล โฟเด้น หวดด้วยซ้ายซ้ำเข้าไปแต่ก็ยังไปติดแข้งเจ้าถิ่นออกหลังเป็นเตะมุม

    จนแล้วจนรอด นาที 32 ลูกทีมของ "เป๊ป" บุกมาขึ้นนำจนได้ 1-0 จากจังหวะที่ ไคล์ วอล์คเกอร์ เปิดเข้ามาให้ ราฮีม สเตอร์ลิง จับหนึ่งจังหวะก่อนซัดเต็มข้อด้วยขวา บอลพุ่งแรงเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงามเป็นประตูที่ 18 ของปีกทีมชาติอังกฤษในฤดูกาลนี้

    นาที 40 ฟิล โฟเด้น ตัดบอลได้กลางสนามก่อนพาขึ้นมาเองแล้วจ่ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ดึงหลอกในกรอบก่อนจะโดน วิลล์ ฮิวจ์ส ทำฟาวล์ในเขตโทษผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที ก่อนเจ้าตัวจะลุกขึ้นมาสังหาร ทว่าไปโดน เบน ฟอสเตอร์ เซฟไว้ได้แต่บอลยังมาตกหน้า สเตอร์ลิง ซ้ำด้วยขวาเข้าไปง่ายๆ เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้ให้ แมนฯซิตี้ บุกมานำห่าง 2-0 และเป็นประตูที่ 19 เท่ากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+1 ทีมเยือนเกือบได้เม็ดที่สาม หลัง แบร์นาร์โด้ ซิลวา จ่ายบอลให้ เควิน เดอ บรอยน์ ยิงด้วยขวาถากเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

    จบครึ่งแรก วัตฟอร์ด ตามหลัง แมนฯซิตี้ 0-2

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลังแค่ นาที 46 เจ้าบ้านเกือบพลาดเสียประตูที่สามหลัง กาเบรียล เชซุส หลุดเขาไปยิงติดเซฟ เบน ฟอสเตอร์

    อีกนาทีถัดมา เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายออกขวาให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หวดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งแรงแต่ยังไม่ห่างตัว ฟอสเตอร์ ปัดออกไปได้อีก

    นาที 49 เป็นโอกาสหนแรกในเกมของ วัตฟอร์ด ทรอย ดีนี่ย์ จ่ายต่อให้ อิสไมล่า ซาร์ ซัดด้วยซ้ายแต่บอลหลุดกรอบออกไปไม่ได้ลุ้น

    นาที 61 เควิน เดอ บรอยน์ เกือบมีชื่อเป็นคนทำประตูบ้างหลังตะบันนอกกรอบเต็มแรงแต่บอลยังโดน เบน ฟอสเตอร์ ปัดออกไป

    จากนั้น นาที 63 "เรือใบสีฟ้า" นำห่างเป็น 3-0 บอลจาก เดอ บรอยน์ แทงทะลุช่องให้ ราอีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าไปยิงติดตัว ฟอสเตอร์ แต่บอลยังมาเข้าทาง ฟิล โฟเด้น ตามซ้ำด้วยซ้ายโล่งๆเข้าไปไม่พลาด

    แมนฯซิตี้ยังไม่หยุดแค่นั้น ยังเดินหน้าลุยต่อ นาที 67 มาได้ประตูนำโด่งเป็น 4-0 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ชูเอา คาานเซโล่ เรียกฟรีคิกให้เรือใบ ก่อนที่ เควิน เดอ บรอยน์ จะเปิดสุดแม่นเข้าไปให้ เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ ขึ้นโขกกดลงพื้นย้อนตัว เบน ฟอสเตอร์ เข้าไปอย่างสวยงาม

    นาที 78 เจ้าบ้านวางบอลยาวสวนกลับให้ แดนนี่ เวลเบ็ค ตัวสำรองหลุดเข้าไปแต่จังหวะจะแตะบอลหลบ เอแดร์ซอน  นั้นไม่พ้นโดนมือกาวบราซิเลี่ยนขวางเอาไว้ได้ทัน

    ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม วัตฟอร์ด พ่ายคาบ้านให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เละเทะ 0-4 ส่งผลให้ "เรือใบสีฟ้า" ที่การันตีรองแชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้มีเพิ่มเป็น 78 คะแนน ส่วนวัตฟอร์ด แพ้นัดที่ 19 มี 34 แต้มในลีกรั้งอันดับ 17 ต้องดิ้นรนลุ้นหนีตกชั้นในเกมนัดสุดท้ายที่จะบุกไปเยือน อาร์เซน่อล ในวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค.นี้

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        วัตฟอร์ด (4-3-3) : เบน ฟอสเตอร์ – อาเดรียน มาเรียปป้า, คริสติย็อง กาบาเซเล่, เคร็ก ดอว์สัน, กีโก้ เฟเมเนีย – วิลล์ ฮิวจ์ส, อับดูลาย ดูกูเร่ (นาธาเนียล ชาโลบาห์ น.82), ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ – อิสไมล่า ซาร์, ทรอย ดีนี่ย์ (แดนนี่ เวลเบ็ค น.67), โรแบร์โต้ เปเรยร่า (อดัม มาซิน่า น.87)

        ผู้จัดการทีม : เฮย์เดน มัลลินส์ (รักษาการ)

        แมนฯซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์ (โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ น.64), เอริก การ์เซีย, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ (จอห์น สโตนส์ น.74), ชูเอา คานเซโล่ – เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้, ฟิล โฟเด้น – แบร์นาร์โด้ ซิลวา, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง (ริยาด มาห์เรซ น.64)

        ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

        ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์