ไม่โทษใคร!คล็อปป์ก้มหน้ายอมรับแพ้ยับวิลล่า

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล ก้มรับยอมรับความจริงหลัง "หงส์แดง" แพ้ แอสตัน วิลล่า 2-7 เกมลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมระบุแมตช์นี้ต้นสังกัดทำผิดพลาดทุกอย่างที่ไม่ควรทำในเกมลูกหนัง แต่ยกเครดิตให้ "สิงห์ผงาด" ที่เล่นได้ดีจริงๆ

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เผยตนไม่โทษใครทั้งนั้นหลังจากที่ต้นสังกัดโดน "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า สอยยับไม่นับญาติ 2-7 ที่สนามวิลล่า พาร์ค เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา

แชมป์เก่าออกมาเยือน วิลล่า ด้วยสถิติชนะรวด 3 เกมในลีกซีซั่นนี้ ขณะที่เจ้าบ้านก็ฟอร์มหรูยังไม่เสียประตูในลีก โดย "สิงห์ผงาด" ได้ 7 ประตูจาก โอลลี่ วัตกิ้นส์ (3 ประตู), แจ็ค กรีลช (2 ประตู), รอสส์ บาร์คลี่ย์ และ จอห์น แม็คกินน์  ขณะที่ "หงส์แดง" ได้สองประตูปลอบใจจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์

คล็อปป์ เปิดใจว่า "ผมไม่แน่ใจว่าจะสามารถอธิบายเรื่องนี้ยังไงดี แต่ผมสามารถบอกคุณได้ถึงสิ่งที่ผมเห็น มันมีเหตุผลที่แตกต่างเมื่อ แอสตัน วิลล่า บีบจนทำให้เราสร้างความผิดพลาดขึ้นมา แน่นอนว่าประตูแรกกับประตูที่สองด้วย ส่วนประตูที่สามเป็นเรื่องที่เสียหายใหญ่หลวง"

"แน่นอนว่าประตูแรกส่งผลกระทบอย่างมาก อาเดรียนทำผิดพลาด เราเสียประตูแบบง่ายๆ แต่เราเคยเสียประตูแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง เราพยายามสร้างโอกาสในพื้นที่สุดท้ายได้ดีแต่ยิงประตูไม่ได้ ขณะที่ วิลล่า เอาชนะในการแย่งบอลได้ทุกครั้งและเล่นเกมสวนกลับในขณะที่การป้องกันของเราเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน"

"พวกเขามีช่วงเวลาที่สำคัญทั้งการสร้างโอกาส หรือยิงประตู นั่นทำให้เกิดความแตกต่าง พวกเขาทำผลงานได้โดดเด่น และเราเปิดโอกาสให้กับพวกเขา ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณไม่ควรทำในเกมฟุตบอล เราทำหมดในค่ำคืนนี้ แต่แน่นอนว่าต้องยกเครดิตให้กับ แอสตัน วิลล่า ด้วยเช่นกัน" คล็อปป์ ระบุ

 

ของดี!โรบินสันแนะลิเวอร์พูลเซ็น “บัตแลนด์” ร่วมก๊วน

 พอล โรบินสัน อดีตนายทวารทีมชาติอังกฤษ แนะ ลิเวอร์พูล ควรดึง แจ็ค บัตแลนด์ นายประตู สโต๊ค ซิตี้ มาเป็นตัวสำรองให้กับ อลีสซง เบ็คเกอร์ เชื่อ "หงส์แดง" อาจจะทำอะไรบางอย่างก่อนตลาดนักเตะในประเทศจะปิดตัวลง
     พอล โรบินสัน อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษ และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เชื่อว่า ลิเวอร์พูล ควรจะเซ็นสัญญาคว้าตัว แจ็ค บัตแลนด์ นายประตูจอมหนึบของ สโต๊ค ซิตี้ มาร่วมทีม เพื่อเป็นตัวสำรองให้กับ อลีสซง เบ็คเกอร์ มือหนึ่งชาวบราซิเลียน ที่ตอนนี้ต้องพักยาว 6 สัปดาห์ เพราะปัญหาบาดเจ็บหัวไหล่

     อาเดรียน นายทวารสำรอง "หงส์แดง" ทำผลงานได้น่าผิดหวัง แถมมีข้อผิดพลาดในเกมลีกนัดล่าสุดที่ ลิเวอร์พูล บุกไปพ่าย แอสตัน วิลล่า กระจุย 2-7 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทำให้กระแสเรียกร้องให้กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ดึงผู้รักษาประตูคนใหม่เข้ามาเป็นกำลังเสริม ซึ่ง โรบินสัน ก็มองว่า ลิเวอร์พูล น่าจะลองพิจารณา บัตแลนด์ เนื่องจาก นายด่านวัย 27 ปี มีฝีมือยอดเยี่ยม แถมมีประสบการณ์ด้วย 

     "ถ้า อลีสซง ต้องพักแข้งนานตามที่มีข่าวออกมา ลิเวอร์พูล ก็ควรจะพิจารณาในเรื่องนี้ ด้วยการที่ตลาดนักเตะภายในประเทศยังเปิดอยู่ (ตลาดที่อังกฤษจะยังเปิดถึงวันที่ 16 ตุลาคม) บางทีเราอาจจะได้เห็น ลิเวอร์พูล ทำอะไรบางอย่าง เพราะตอนนี้มีผู้รักษาประตูฝีมือดีหลายคนที่ไม่ได้ลงเล่น ซึ่งผมก็มองว่า ลิเวอร์พูล น่าจะเซ็นสัญญากับนายทวารอย่าง แจ็ค บัตแลนด์  แบบระยะสั้น พวกเขาต้องการผู้เล่นแบบนั้น ซึ่งเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในการรับมือกับเกมใหญ่ๆ" โรบินสัน กล่าว

กลัวอาเดรียน!ลิเวอร์พูลเล็งสอยโกลสเปอร์สเสริมทัพ

อินดิเพนเดนท์ สื่อดังในเมืองผู้ดี ตีข่าว ลิเวอร์พูล เริ่มขยับตัวเรื่องผู้รักษาประตูโดยตอนนี้ใช้เวลาช่วงวันสุดท้ายตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์นี้ โดยทำการติดต่อกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เพื่อหวังดึง เปาโล กาซซานิก้า โกลมือ 3 มาเป็นกำลังสำรองของ อลีสซง เบ็คเกอร์ หลังทีมไม่วางใจใช้งาน อาเดรียน ที่มักจะพลาดจนเป็นเหตุให้ทีมพังหลายครั้ง

ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พยายามติดต่อกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เพื่อเปิดการเจรจาเรื่องจากดึงตัว เปาโล กาซซานิก้า ผู้รักษาประตูสำรองทัพ "ไก่เดือยทอง" มาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ ช่วงที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ

สถานการณ์ของ "หงส์แดง" เกี่ยวกับตำแหน่งนายทวารไม่ค่อยสู้ดีนัก เมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน ได้ออกมาเผยข่าวร้ายว่า อลีสซง ซึ่งได้รับบาดเจ็บช่วงฝึกซ้อมจนพลาดลงสนามเกมแพ้ยับ แอสตัน วิลล่า ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บที่ไหล่ราวๆ 4-6 สัปดาห์

ด้วยเหตุนี้ทำให้ "เดอะ เร้ดส์" จำเป็นต้องหานายทวารสำรองเพื่อเป็นยางอะไหล่ หลังจากที่พวกเขาไม่กล้าฝากความหวังเอาไว้กับ อาเดรียน โกลชาวสแปนิช ที่เพิ่งโชว์ห่วยทำผิดพลาดมหันต์จนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้แชมป์เก่าออกไปโดน วิลล่า ถล่มยับไม่นับญาติสกอร์ 2-7

"อินดิเพนเดนท์" สื่อดังในอังกฤษ รายงายว่า ลิเวอร์พูล เล็งที่จะดึง กาซซานิก้า ซึ่งเป็นมือ 3 ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาร่วมทีม เพื่อหวังที่จะนำมาช่วยเฝ้าเสาให้กับ "หงส์แดง" ในช่วงที่ ผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิล อยู่ในช่วงรักษาอาการบาดเจ็บ

มินามิโนะ,โจนส์โชว์ออฟ!ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลหลังบุกกระซวกลินคอล์น

 "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ไม่มีปัญหาในการตบเท้าเข้าสู่รอบสี่ศึก คาราบาว คัพ หลังบุกไปยำ ลินคอล์น ซิตี้ สโมสรจาก ลีก วัน ถึงบ้าน 7-2 ในเกมรอบสาม เมื่อคืนที่ผ่านมา แม้เกมนี้กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ใช้บริการแข้งตัวสำรอง+ดาวรุ่งเป็นหลัก แต่ก็มีดีพอที่จะเก็บชัยชนะได้อย่างสบายๆ โดยเฉพาะ ทาคุมิ มินามิโนะ กับ เคอร์ติส โจนส์ ที่เล่นได้แจ่มมากๆ และนี่คือผลสอบของนักเตะ ลิเวอร์พูล แต่ละคนที่ลงเล่นแมตช์นี้  
 – อาเดรียน : 6.5
  แทบไม่ต้องทำอะไรมากช่วงครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังเด่นทีเดียว เพราะมีโชว์เซฟสวยๆ หลายครั้ง ทว่ามาเสียท่าที่ออกมาไม่ดีในจังหวะเสียลูกที่สอง

 – เนโก วิลเลี่ยมส์ : 6.5
   เข้าถึงบอลก่อนคู่แข่งได้แทบตลอด แต่ก็มีปัญหาบางอย่างที่จะต้องปรับปรุงเรื่องเกมรับ ซึ่งก็ต้องพัฒนากันต่อไป

 – รีส วิลเลี่ยมส์ : 7
  เล่นดูมีชั้นเชิงเลยทีเดียว มีความมั่นใจ และมีส่วนร่วมกับประตู 3-0 ที่วางบอลยาวสุดแม่นให้ โอริกี้ โหม่งชงให้ โจนส์ จบสกอร์ 

 – เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 7
  เจองานไม่หนักมาก ช่วยคุมแนวรับได้อย่างสบายๆ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกหลังจบครึ่งแรก


 

 – คอสตาส ซิมิคาส : 7
  นี่คือเกมอย่างเป็นทางการนัดแรกในสีเสื้อ "หงส์แดง" ของแบ็กซ้ายชาวกรีซ อาจไม่โดดเด่น แต่ทำได้ดีในการช่วยเติมเกมรุก แถมขยันดีเยี่ยม
 
 – มาร์โค กรูยิช : 7
  โดยรวมคุมแดนกลางได้โอเค แถมมีชื่อเป็นคนทำประตูด้วยในลูก 6-1

 – เคอร์ติส โจนส์ : 8
  ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ มีชั้นเชิงในการเล่น และทำสองประตูได้อย่างสุดสวย ดูแล้วสามารถเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมได้แบบยาวๆ

 – ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ : 7
  ไม่ได้โดดเด่นมาก แต่ก็มีส่วนช่วยให้ทีมได้สองประตู แถมมีการเล่นที่ฉลาดในหลายจังหวะ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงกลางครึ่งหลัง

 – เซอร์ดาน ชากิรี่ : 7.5
  ยิงฟรีคิกสุดสวยให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 9 และโดยรวมถือว่าเล่นได้โดดเด่นทีเดียวกับบทบาทมิดฟิลด์ตัวกลาง

 – ทาคุมิ มินามิโนะ : 8.5
  โดดเด่นอย่างแรงสำหรับดาวเตะชาวญี่ปุ่น เพราะนอกจากยิงสองตุงแล้ว ยังทุ่มเทสุดๆ ขยันวิ่งไล่บอล และปิดท้ายด้วยการแอสซิสต์ให้ โอริกี้ ยิงประตู 7-2

 – ดิว็อค โอริกี้ : 7
  แม้เป็นคนโหม่งแอสซิสต์ให้ โจนส์ ทำประตู 3-0 แต่โดยรวมมีเกมที่ค่อนข้างเงียบ จนกระทั่งเป็นคนจบสกอร์ 7-2 ในนาทีสุดท้าย

สำรองที่ได้ลงเล่น

 – ฟาบินโญ่ (แทน ฟาน ไดค์ น. 46) : 6
  ช่วยประคองเกมรับแทน ฟาน ไดค์ ช่วงครึ่งหลัง แทบเกือบทำประตูได้จากลูกฟรีคิก

 – ดิโอโก้ โชต้า (แทน เอลเลียตต์ น. 57) : 6
  ทำอะไรไม่ได้มาก แต่เกือบมีสกอร์เหมือนกัน

 – นาบี เกอิต้า (แทน ชากิรี่ น. 75) : –
  ไม่สามารถให้คะแนนได้

มันเดย์ไนท์เดือด!ลิเวอร์พูลเช็คฟิต2แข้งสำคัญ รับมืออาร์เซน่อลที่ส่งโอบาฯป่วน

คู่เดือดระดับ 5 ดาว…"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล แชมป์เก่าเตรียมเปิดแอนฟิลด์รับการมาเยือนของ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล เกมนี้อาจเป็นการดวลความคมปิดสกอร์และชี้ชะตาผลการแข่งขันของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ลุ้นระทึกได้ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันจันทร์ที่ 28 ก.ย. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : True Premier HD1 (เวลา : 02.00 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563
ลิเวอร์พูล   –   อาร์เซน่อล
ถ่ายทอดสด
 : True Premier HD1 (เวลา : 02.00 น.)

สนาม : แอนฟิลด์

    จอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล พาทีมลงสนามล่าสุดบุกไปถล่ม ลินคอล์น ซิตี้ 7-2 ในศึก คาราบาว คัพ ทำให้พวกเขาชนะรวดมา 4 เกมติด ในการลงเล่นทุกรายการ

    ความพร้อมของทีมในเกมนี้ คล็อปป์ จะอดใช้งาน โฌแอล มาติป ปราการหลัง, เซอร์ดาน ชากิรี่ และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน มิดฟิลด์ ที่ยังมีอาการบาดเจ็บ ช่วนเดียวกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมตัวเก่งที่ยังไม่ฟิตพร้อมลงช่วยทีม

     ข่าวล่าสุด อลีสซง เบ็คเกอร์ กับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ต้องรองทดสอบความฟิตอีกครั้งว่าจะพร้อมลงสนามหรือไม่ แต่หากพร้อมนั้นหมายความว่าเกมนี้ ติอาโก้ มีสิทธิ์ประเดิมตัวจริงนัดแรกให้กับหงส์แดง ลงคุมแดนกลางพร้อมกับ ฟาบินโญ่ แข้งบราซิเลียน ขณะที่ อลีสซง ก็มี อาเดรียน คอยสอดแทรกอยู่แล้ว

    ส่วนในรายของ โจ โกเมซ ที่พลาดลงเล่นในเกมพบเชลซี เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ ได้กลับมาร่วมซ้อมกับทีมและคาดว่าน่าจะได้ลงประจำการแดนหลังคู่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ในเกมนี้

    แนวรุกยังคงใช้สามประสาน โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ลงล่าตาข่ายตามเดิม

    มิเกล อาร์เตต้า เทรนเนอร์ของอาร์เซน่อล พาทีมลงเล่นนัดล่าสุดบุกไปเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ถึงถิ่นคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ลิ่วเข้ารอบต่อไปในศึกคาราบาว คัพ โดยชัยชนะเกมนี้ทำให้พวกเขาชนะรวด 7 เกมในการลงเล่นทุกรายการ

    ความพร้อมในเกมนี้ อาร์เตต้า มีปัญหาในการจัดทัพพอสมควร แน่ๆ จะไร้เงา 5 แข้งที่มีอาการบาดเจ็บ คาลั่ม แชมเบอร์ส (เข่า), กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ (เข่า), สโคดราน มุสตาฟี่ (แฮมสตริง), ปาโบล มารี (ข้อเท้า) และ เอมิล สมิธ-โรว์ (ไหล่)

    แต่ข่าวดีคือ คีแรน เทียร์นี่ย์ แบ็กซ้ายชาวสกอตต์ หายจากอาการบาดเจ็บพร้อมลงมาช่วยทีมในเกมนี้

เกมนี้ อาร์เตต้า จะกลับมาใช่ผู้เล่นชุดใหญ่หลังจากที่บางส่วนได้พักไปในเกม ลีก คัพเมื่อกลางสัปดาห์ นำทีมส่องประตูโดย วิลเลี่ยน, อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ และ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กัปตันทีมคนเก่ง

 

รายชื่อนักเตะที่คาด

    ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ (อาเดรียน) -เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน-ติอาโก้ อัลกันตาร่า (นาบี เกอิต้า), ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม-โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
     เทรนเนอร์ : เจอร์เก้น คล็อปป์

    อาร์เซน่อล (3-4-3) : แบร์นด์ เลโน่ – กาเบรียล มากัลเญส, คีแรน เทียร์นี่ย์, ดาวิด ลุยซ์-เอคตอร์ เบเยริน, ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, บูกาโย่ ซาก้า-วิลเลี่ยน, อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง
     เทรนเนอร์ : มิเกล อาร์เตต้า

    ผู้ตัดสิน : เคร็ก พอว์สัน


ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน

29/08/20    คอมมิวนิตี้ ชิลด์ อาร์เซน่อล 1 – 1 ลิเวอร์พูล 
16/07/20    พรีเมียร์ลีก อาร์เซน่อล 2 – 1 ลิเวอร์พูล 
31/10/19    ลีก คัพ ลิเวอร์พูล  5 – 5 อาร์เซน่อล
24/08/19    พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 3 – 1 อาร์เซน่อล
30/12/18    พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 5 – 1 อาร์เซน่อล

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
ลิเวอร์พูล

25/09/20 ชนะ ลินคอล์น 7-2 (เยือน) ลีก คัพ 
20/09/20 ชนะ เชลซี 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
12/09/20 ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
05/09/20 ชนะ แบล็คพูล 7-2 (เหย้า) กระชับมิตร
29/08/20 เสมอ อาร์เซน่อล 1-1 (สนามกลาง) คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 

อาร์เซน่อล 
24/09/20 ชนะ เลสเตอร์ 2-0 (เยือน) ลีก คัพ 
20/09/20 ชนะ เวสต์แฮม 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
12/09/20 ชนะ ฟูแล่ม 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก 
29/08/20 เสมอ ลิเวอร์พูล 1-1 (สนามกลาง) คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 
26/08/20 ชนะ เอ็มเค ดอนส์ 4-1 (เยือน) กระชับมิตร

 

เผยเหตุผล “คล็อปป์” ตวาดแข้งสำรองลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล ไม่ปลื้มนักเตะสำรองบางคนที่แสดงอาการดีใจที่เห็น อันเดรียส คริสเตนเซ่น แนวรับเชลซี โดนไล่ออกก่อนหมดครึ่งแรกในเกมที่ "หงส์แดง" กำราบ "สิงห์บลูส์" 2-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมตวาดใส่ลูกทีมอย่าหาทำพฤติกรรมซ้ำเติมเพื่อนร่วมอาชีพอีกเด็ดขาด

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล ตำหนิลูกทีมของตนในซุ้มม้านั่งสำรองที่แสดงอาการดีใจหลังเห็น อันเดรียส คริสเตนเซ่น เซนเตอร์แบ็กชาวเดนมาร์ก โดนไล่ออก ในเกมที่ "หงส์แดง" บุกทุบ เชลซี 2-0 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา

แมตช์นี้ค่อนข้างสูสีกันมากๆ แม้แชมป์เก่าจะครองเกมได้เหนือกว่า อย่างไรก็ตามจุดเปลี่ยนของเกมเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่นาทีจะหมดเวลาครึ่งแรก เมื่อ คริสเตนเซ่น เจตนาดึง ซาดิโอ มาเน่ ที่กำลังจะหลุดเข้าไปดวลกับ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า นายทวารเจ้าบ้าน ทำให้ พอล เทียร์นี่ย์ กรรมการเป่าเป็นลูกฟาวล์ โดยตอนแรกนักเตะโดนใบเหลืองเท่านั้น

อย่างไรก็ตามเมื่อมีการเช็ควีเออาร์อย่างละเอียดแล้ว เทียร์นี่ย์ ตัดสินใจเปลี่ยนคำตัดสินโดยแจกใบแดงแทน ทำให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" ต้องมีผู้เล่นเหลือแค่ 10 คนก่อนพักครึ่ง ที่สำคัญในจังหวะนั้นเองมีนักเตะ "เดอะ เร้ดส์" บางคนที่นั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง แสดงอาการดีใจออกนอกหน้าทั้งปรบมือและส่งเสียงเฮ

สำหรับพฤติกรรมดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับ คล็อปป์ อย่างมาก โดย จูเลี่ยน ลอเรนส์ ผู้สื่อข่าวที่อยู่ในสนามรายงานว่าในช่วงเวลานั้น กุนซือเลือดด๊อยท์ช ที่ยืนอยู่บริเวณเส้นข้างสนามหันกลับไปมองรอบๆ และตะโกนว่า "พวกนายเป็นบ้าอะไรกัน ? เราไม่เคยทำพฤติกรรมแบบนั้น โอเคไหม ?"

ทั้งนี้จากการที่ คริสเตนเซ่น โดนไล่ออกทำให้รูปเกมของ เชลซี ที่เป็นรองอยู่แล้วยิ่งอาการหนักเข้าไปใหญ่ และในครึ่งหลังพลพรรค "เครื่องจักรสีแดง" จัดการซัด 2 ประตูจาก มาเน่ ทำให้พวกเขาบุกมาเก็บ 3 คะแนนสำคัญถึงสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์

ก่อนหน้าซุ้มม้านั่งสำรองของ ลิเวอร์พูล เคยมีปัญหากับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มาแล้วในเกมที่ เชลซี แพ้ ลิเวอร์พูล เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา โดย "แลมพ์ส" ไม่พอใจการแสดงพฤติกรรมที่ดีใจออกนอกหน้าของสตาฟฟ์ "หงส์แดง" จนเปิดสงครามน้ำลายกับ เปปิน ลินเดอร์ส ผู้ช่วยโค้ช จนทำให้ คล็อปป์ ต้องเข้ามาห้ามทำ ก่อนจะโดนลูกหลงไปด้วย

 

เดอ บรอยน์ยกตำนานกองหน้าลิเวอร์พูลเป็นฮีโร่ในวัยเด็ก

เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์ แมนฯ ซิตี้ เปิดใจ ตอนเด็กๆ ตนชื่นชอบ ไมเคิ่ล โอเว่น สุดๆ พร้อมบอกว่าไม่ได้ถูกใจกองกลางคนไหนเป็นพิเศษ

เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางคนเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าสมัยเด็กๆ นั้นตนชื่นชอบ ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตยอดหัวหอกของ ลิเวอร์พูล เป็นอย่างมาก

เดอ บรอยน์ ได้รับการยกย่องจากหลายฝ่ายว่าเป็นหนึ่งในกองกลางที่เก่งที่สุดของยุคนี้ จากการที่ผ่านบอลได้อย่างเฉียบขาดรวมถึงมีจินตนาการในการเล่นที่ยอดเยี่ยม โดยฤดูกาลก่อนเขาก็ทำไปถึง 16 ประตูกับ 23 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 48 นัดในทุกรายการด้วย

มิดฟิลด์วัย 29 ปีกล่าวในตอนรับรางวัลกองกลางยอดเยี่ยมของทวีปยุโรปประจำฤดูกาล 2019-20 ของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า "ตอนที่ผมยังเป็นเด็กน่ะไอดอลของผมคือ ไมเคิ่ล โอเว่น! ตอนนั้นผมเคยเล่นเป็นกองหน้าด้วย ดังนั้นสไตล์ของผมในช่วงนั้นเลยคล้ายกับเขา พอผมเปลี่ยนมาเป็นกองกลางผมก็หลงรักเกมการเล่นในตำแหน่งนี้ แต่ผมไม่มีใครที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ (ในตำแหน่งกองกลาง) มันก็แค่ผมชอบฟุตบอลในด้านของแนวคิดเท่านั้น"

ทั้งนี้ เป็นที่เชื่อกันว่า เดอ บรอยน์ เป็นสาวกของ ลิเวอร์พูล ด้วยเช่นกัน โดยเขาก็เคยคุยกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แบบถูกคอมาแล้ว หลังจบเกมลีกที่ แมนฯ ซิตี้ ออกไปแพ้ ลิเวอร์พูล 1-3 ที่สนาม แอนฟิลด์ เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ปีก่อน

 

คล็อปป์โวลิเวอร์พูลเล่นดีคู่ควรชัยชนะ

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล โวทีมตนสมควรได้ชัยชนะแล้ว หลังเปิดบ้านพลิกสอย อาร์เซน่อล 3-1 พร้อมชี้ "หงส์แดง" น่าจะทำได้มากกว่า 3 ตุงด้วย

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยืนยันว่า ทีมตนคู่ควรกับชัยชนะแล้ว หลังเปิดรัง แอนฟิลด์ พิชิต อาร์เซน่อล 3-1 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดบิ๊กแมตช์ เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา

ลิเวอร์พูล เล่นได้เหนือกว่าชัดเจนตั้งแต่ต้นเกม ทว่ากลายเป็นทีมเยือนที่ได้ประตูขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 25 ที่ อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ ฉกฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ยิงบอลผ่านมือ อลีสซง เบ็คเกอร์ เข้าไป

อย่างไรก็ตาม แค่ 3 นาทีให้หลัง ลิเวอร์พูล ก็ตามตีเสมอได้ทันควัน จากการยิงของ ซาดิโอ มาเน่ ที่ตามซ้ำลูกยิงของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เข้าไป และหลังจากนั้นในนาทีที่ 34 "หงส์แดง" พลิกขึ้นนำ 2-1 จากการเติมเกมรุกขึ้นมายิงของ โรเบิร์ตสัน ที่แก้ตัวจากความผิดพลาดได้สำเร็จ

หลังจากนั้น ลิเวอร์พูล มีโอกาสอีกหลายครั้งที่จะทำประตูเพิ่ม จนกระทั่งมาถึงนาทีที่ 88 ก็มาได้ประตูย้ำชัย 3-1 จากการยิงเสียบมุมของ ดิโอโก้ โชต้า ที่ลงสนามเป็นตัวสำรอง จบเกม "หงส์แดง" พลิกคว้าชัยได้อย่างสวยงาม พร้อมเก็บ 9 คะแนนเต็ม จากการลงแข่ง 3 นัด ขึ้นมารั้งอันดับสองในตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก ด้วยการมีผลต่างประตูได้-เสีย เป็นรอง เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูง 3 ลูก

"เรามีโอกาสเยอะมาก แต่ผมก็รู้ดีว่า เราไม่มีทางที่จะจัดการกับโอกาสที่มีได้ทั้งหมดหรอก แต่ถือเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมสำหรับเรา มันคงเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก หากเราแพ้เกมนี้ ซึ่งสุดท้ายเราเป็นฝ่ายชนะ และมันก็คู่ควรแล้ว"

"เราน่าจะทำประตูได้มากกว่านี้หรือเปล่า? มันก็ใช่นะ และถ้าถามว่า พวกเขาน่าจะทำประตูได้อีกหรือไม่? มันก็น่าจะเป็นแบบนั้นเช่นกัน เพราะด้วยคุณภาพที่ยอดเยี่ยมของพวกเขา ซึ่งเราเองก็ดันเกมกันสูงด้วย ดังนั้นมันจึงเป็นความเสี่ยงที่จะเสียประตูเพิ่มเช่นกัน แต่ผมไม่หัวเสียกับเรื่องนี้ เพราะเราพยายามที่จะบีบ และแย่งบอลกลับมาครองในแดนสูง" ยอดกุนซือชาวเยอรมันวัย 53 ปี กล่าวหลังเกม

 

อลีสซง โคตรหนึบ, หัวใจแชมเปี้ยน ! 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ไล่ทุบ อาร์เซน่อล

ลิเวอร์พูล ยังแสดงผลงานโคตรโหดทะลุโควิด หลังจากเปิดรังแอนฟิลด์ ไล่ถลุง อาร์เซน่อล 3-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาเก็บชัยชนะ 3 เกมรวด พร้อมรักษาสถิติไม่แพ้ใครในรังตัวเองกับการเล่นเกมลีก 61 แมตช์

เกมนี้ "หงส์แดง" เกือบจะมีผู้เล่นเป็นรองตั้งแต่ช่วงสองนาทีกว่าๆ เมื่อ ซาดิโอ มาเน่ ไปชักศอกใส่คีแรน เทียร์นี่ย์ แต่เดชะบุญท่านเปาใจดีให้แค่ใบเหลือง จากนั้นเจ้าบ้านก็ครองเกมได้เป็นส่วนใหญ่ แต่จากความผิดพลาดของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ทำให้ทีมต้องเสียประตู

อย่างไรก็ตาม "เดอะ เร้ดส์" ได้แสดงให้เห็นถึงหัวใจของแชมเปี้ยนที่ไม่ยอมแพ้และจัดการยิงคืนสามประตูรวดจาก มาเน่, โรเบิร์ตสัน และ ดิโอโก้ โชต้า ทำให้พวกเขาเก็บ 3 คะแนนสำคัญไปได้สำเร็จ ขณะเดียวกันชัยชนะในเกมนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับ อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่สามารถป้องกันจังหวะสำคัญช่วยให้ทีมไม่เสียประตูได้อย่างน่าเหลือเชื่อด้วย

 

 สำหรับแมตช์นี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน คงมีการบ้านข้อใหญ่ในการติวเข้มลูกทีมโดยเฉพาะการเล่นเกมรับที่หละหลวม และการเช็คล้ำหน้าที่ผิดพลาด ซึ่งหากเจอกับทีมที่มีเกมรุกดุดัน โอกาสที่พวกเขาจะเสียประตูก็มีมากเลยทีเดียว

1.แนวรับยังหลวม-ความผิดพลาดไม่น่าเกิด

เกมนี้เอาจริงๆ แล้ว ลิเวอร์พูล สามารถครองเกมได้ตลอด และดูเหมือน อาร์เซน่อล จะไม่สามารถกดดันเกมรับของเจ้าบ้านได้เลย แต่ด้วยความผิดพลาดแบบไม่น่าเกิดขึ้นของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน นำไปสู่การเสียประตูอย่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ

ย้อนกลับไปในเกมแรกที่พบกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด สาวก "เดอะ ค็อป" มองเห็นอย่างชัดเจนว่าแนวรับของพวกเขาเล่นผิดพลาดจนเป็นเหตุให้เสียประตู และในแมตช์ล่าสุดที่รับมือ "เดอะ กันเนอร์ส" ก็เป็นอีกครั้งที่กองหลังทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากจนได้

 

จากจังหวะการเปิดบอลของ เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส เข้าไปในเขตโทษซึ่งดูแล้วไม่มีความอันตรายแม้แต่นิดเดียว ที่สำคัญ โรเบิร์ตสัน ก็อยู่ตรงจุดที่สามารถสกัดบอลทิ้งได้ แต่เจ้าตัวดันเตะแป้กทำให้ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายแบบสบายอุรา

จะว่าไปแล้วการเล่นเกมรับที่ผิดพลาก็เคยเกิดขึ้นกับ ลิเวอร์พูล ในแมตช์ดวลกับ อาร์เซน่อล ในศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ มาแล้ว ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าตอนนี้กองหลังของพวกเขายังไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนกับที่แฟนบอล "เดอะ เร้ดส์" เคยเห็นเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

นอกจากนี้แบ็กโฟร์ของพวกเขายังเช็คล้ำหน้าผิดพลาดถึง 3 ครั้ง ซึ่งสองในสามต้องขอบคุณ อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่ช่วยให้ทีมไม่เสียประตู ฉะนั้นนี่เป็นการบ้านข้อใหญ่ที่ คล็อปป์ ต้องกลับไปขบคิดเพื่อหาแนวทางการแก้ไข หากต้องการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก ให้ได้

 
2. "หงส์แดง" หัวใจแชมเปี้ยน

ถ้าเป็นนักเตะทั่วๆ ไปหากเล่นผิดพลาดจนนทีมเสียประตูส่วนใหญ่แล้วมักจะขาดความมั่นใจ และนำไปสู่การเล่นแบบกล้าๆ กลัวๆ แต่สำหรับในกรณีนี้ไม่มีอยู่ในความคิดของ โรเบิร์ตสัน เพราะเขาได้แสดงให้เห็นแล้วว่าถึงจะผิดพลาด แต่ก็สามารถแก้ตัวได้

แน่นอนว่าการตอบสนองของ โรเบิร์ตสัน ทำให้สาวก "เดอะ ค็อป" ทั่วโลกประทับใจมากกๆ เพราะเขาพยายามที่จะทำงานหนักขึ้น เติมเกมทางฝั่งซ้ายเพื่อที่จะช่วยให้ทีมทำประตูตีเสมอให้ได้ และพร้อมที่จะวิ่งมาเล่นเกมรับเพื่อป้องกันไม่ให้ทีมเสียประตูเพิ่ม

ที่สำคัญ แบ็กซ้ายชาวสกอตติช สามารถประสานงานกับ ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้เขายังมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ทีมได้ประตูขึ้นนำ 2-1 เมื่ออ่านจังหวะการเปิดบอลของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ได้อย่างแม่นยำ และจัดการสังหารไม่เหลือซาก

นอกจาก โรเบิร์ตสัน แล้วเพื่อนร่วมทีมทุกคนยังแสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจของนักสู้ที่ไม่แสดงความย่อท้อแม้จะตกเป็นรองก็ตาม และเพียงแค่ 10 นาทีหลังจากที่โดนนำพวกเขาสามารถรวมพลังประจัญบานซัดคืน 2 ประตูรวดในครึ่งแรก ฉะนั้นแฟนบอล "หงส์แดง" คงเห็นแล้วว่าหัวใจแชมเปี้ยนของพวกเขามันแข็งแกร่งมากแค่ไหน
 

3. ความสำคัญของ อลีสซง เบ็คเกอร์

ก่อนที่เกมนี้จะฟาดแข้ง มีรายงานออกมาเป็นระลอกว่า อลีสซง เบ็คเกอร์ อาจจะไม่สามารถลงสนามได้ แต่สุดท้าย นายทวารชาวบราซิเลียน ก็ลงมาเฝ้าเสาในแมตช์สำคัญนี้ ซึ่งแน่นอนว่าการได้เห็นโกลรูปหล่อเคราดก ยืนตระหง่านอยู่บริเวณเสาประตู ทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูลอุ่นใจมากๆ

ฟอร์มในเกมนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันแล้วว่าทำไม ลิเวอร์พูลจึงขาด อลีสซง ไม่ได้ เพราะเขาคือหนึ่งในนักเตะที่มีความสำคัญกับทีมมากๆ ในเกมนี้ (จริงแล้วต้องบอกว่าทุกเกม) เพราะหากไม่ได้ความเหนียวหนึบของเจ้าตัวแมตช์นี้ผลการแข่งขันอาจจะออกมาอีกแบบก็ได้

ในช่วงที่สกอร์นำ 2-1 แนวรับของ ลิเวอร์พูล เช็คล้ำหน้าพลาดถึง 2 ครั้ง แต่ อลีสซง แสดงให้เห็นถึงความนิ่งในยามที่ต้องดวลกันคู่แข่งแบบตัวต่อตัว โดยเฉพาะหัวหอกอย่าง ลากาแซตต์ ที่ได้ชื่อว่ามีความเฉียบคมมากๆ โดย นายด่านทีมชาติบราซิล สามารถหยุดจังหวะการยิงของ หัวหอกเลือดเฟร้นช์ ได้อย่างเหนือเชื่อทั้งสองครั้ง

แน่นอนว่าหากสองจังหวะนั้น ลากาแซตต์ สามารถเปลี่ยนให้เป็นประตูได้ อาร์เซน่อล อาจจะมีแต้มกลับบ้าน แต่การที่ ลิเวอร์พูล มี อลีสซง ยืนเป็นปราการด่านสุดท้าย ทำให้แมตช์นี้ "หงส์แดง" สามารถเก็บ 3 คะแนนที่สุดแสนสำคัญได้สำเร็จ

 

4. โชต้า ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ

สำหรับนักเตะบางคนการย้ายมาอยู่กับสโมสรใหม่บรรยากาศใหม่ๆ จำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับตัว แถมการถูกส่งลงสนามเพียงแค่ 10 นาทีสุดท้าย แน่นอนว่านักเตะใหม่ย่อมต้องเกิดอาการประหม่า แต่สำหรับ ดิโอโก้ โชต้า เรื่องแบบนี้ไม่มีอยู่ในหัวของเขาเลย

โชต้า ได้ลงเล่นในฐานะนักเตะ "หงส์แดง" ในเกมไล่ถลุง ลินคอล์น ซิตี้ ศึกคาราบาว คัพ จากนั้นก็ได้ลงสนามในแมตช์สำคัญรับมือ อาร์เซน่อล ซึ่งเขาถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 80 และแน่นอนว่า คล็อปป์ ย่อมต้องคาดหวังว่า ดาวเตะเลือดโปรตุกีส จะแผลงฤทธิ์ให้ชื่นใจ

 งานนี้นักเตะไม่ทำให้ผิดหวังเขาสามารถประสานงานร่วมกับ ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ได้อย่างลงตัว โดยแค่ไม่กี่นาทีก็ทำให้เกมรับของ "ไอ้ปืนใหญ่" ต้องปั่นป่วน แถมยังเกือบที่จะซัดประตูได้แต่น่าเสียดายที่ดันยิงโล่งๆ หลุดเสาไปนิดเดียว นอกจากนี้ยังมีจังหวะที่กั๊กกับ "บังโม" ทำให้พลาดโอกาสตะบันประตู

อย่างไรก็ตาม โชต้า แสดงศักยภาพให้ คล็อปป์ และแฟนบอล "เดอะ เร้ดส์" ได้เห็นแล้วว่าเขาเหมาะสมที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดนี้ เมื่อโชว์การพักบอลก่อนซัดด้วยขวาเรียดพื้นเบียดเสาไกลเข้าไปอย่างงดงามชนิดที่ แบร์นด์ เลโน่ หมดปัญญาป้องกัน

ฉะนั้นเห็นได้ชัดว่า อดีตดาวเตะวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส สามารถเล่นในระบบกองหน้า 3 ตัวของทีมได้อย่างเข้าขา และนี่คือสิ่งที่ กุนซือชาวเยอรมัน ต้องการอย่างมาก เพราะหาก โชต้า ทำผลงานได้แบบนี้ ทีมจะมีตัวเลือกในการเล่นที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น
 

5. ฟาบินโญ่-มาเน่ โดดเด่นเป็นสง่า

การขาดหายไปของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่เสียหายสำหรับ ลิเวอร์พูล อย่างยิ่ง เพราะทำให้ทีมต้องขาดนักเตะที่จะคอยทำหน้าที่คุมจังหวะเกม และตัดเกมคู่แข่ง อย่างไรก็ตามแมตช์นี้ ฟาบินโญ่ แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถทำหน้าที่ดังกล่าวได้อย่างไม่มีที่ติ

ฟาบินโญ่ ทำหน้าที่โฮลดิ้ง มิดฟิลด์ได้ดีในเกมนี้ สามารถควบคุมแดนกลางได้อย่างยอดเยี่ยม จัดการกับกองกลางของ อาร์เซน่อล ได้อยู่หมัด โดยเฉพาะการตัด วิลเลี่ยน ออกจากเกมจนไม่สามารแผลงฤทธิ์ได้เลย ที่สำคัญยังมีจังหวะผ่านบอลสวยๆ ให้แนวรุกได้ตลอด นอกจากนี้เจ้าตัวยังมีศักยภาพในการยืนเป็นเซนเตอร์แบ็ก ต้องบอกว่าเขาเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้ครบเครื่องจริงๆ

ขณะเดียวกัน มาเน่ ก็ต้องบอกว่าเป็นผู้เล่นที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกัน  ความขยันทุ่มเท และวิ่งไม่มีหยุด แถมยังเล่นด้วยความดุดัน ทำให้เขาสามารถสร้างแรงกดดันใส่เกมรับ อาร์เซน่อล ได้ตลอด รวมไปถึงการอยู่ถูกที่ถูกเวลาและความว่องไวในจังหวะเก็บตัวที่ ซาลาห์ ซัดไปติด เลโน่ จนทำให้ทีมได้ประตูตีเสมออย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามมีเรื่องเดียวที่ มาเน่ อาจจะถูกตำหนินั่นก็คือจังหวะที่ชักศอกใส่ เทียร์นี่ย์ ร่วงลงนอนดิ้นอยู่กับพื้นทั้งๆ ที่เกมเริ่มได้แค่ 2 นาทีกว่าๆ แต่โชคดีที่  เคร็ก พอว์สัน กรรมการเลือกที่จะให้แค่ใบเหลืองเท่านั้น เพราะหากเป็นท่านเปาคนอื่นจังหวะนี้ ดาวเตะชาวเซเนกัล มีสิทธิ์โดนใบแดงได้เลย

เพลินตา!คล็อปป์ปลื้มฟอร์มลิเวอร์พูลบุกยำลินคอล์น

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล พอใจสุดๆ กับฟอร์มของลูกทีม หลังบุกกระซวก ลินคอล์น ซิตี้ 7-2 ในเกม คาราบาว คัพ รอบสาม เมื่อคืนที่ผ่านมา พร้อมอวยทุกคนเล่นได้น่าดูชมมากในเกมนี้
     เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล เผยว่า ตนรู้สึกประทับใจอย่างมากกับฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของลูกทีม หลังจากที่ทัพ "หงส์แดง" บุกไปถล่ม ลินคอล์น ซิตี้ สโมสรระดับ ลีก วัน 7-2 ในศึก คาราบาว คัพ รอบสาม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา

     เกมนี้ คล็อปป์ เลือกใช้บริการผู้เล่นสำรองและดาวรุ่งเป็นหลักตามคาด และขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 9 จากการยิงฟรีคิกสุดสวยของ เซอร์ดาน ชากิรี่ จากนั้นนาทีที่ 18 สกอร์เปลี่ยนเป็น 2-0 จากการยิงอย่างงามของ ทาคุมิ มินามิโนะ ก่อนที่ เคอร์ติส โจนส์ จะกดคนเดียวสองประตูติดๆ กันในนาทีที่ 32 และ 36 ทำให้ ลิเวอร์พูล จบครึ่งแรกด้วยสกอร์นำ 4-0

     เริ่มครึ่งหลังได้แค่นาทีเดียว ลิเวอร์พูล หนีเป็น 5-0 จากการยิงของ มินามิโนะ ซึ่งถือเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้ หลังจากนั้นนาทีที่ 60 ลินคอล์น มาได้ประตูตีไข่แตกจากการยิงของ เทโย เอดัน แต่นาทีที่ 65 มาร์โก กรูยิช ทำประตูจากนอกกรอบเขตโทษ ช่วยให้ "หงส์แดง" ทิ้งห่างเป็น 6-1 แม้ 2 นาทีต่อมา เจ้าถิ่นได้เพิ่มอีกประตูจากการโขกของ ลูอิส มอนท์สม่า ทว่านาทีที่ 89 ทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาได้ประตูปิดเกม 7-2 จากการยิงสุดเฉียบของ ดิว็อค โอริกี้

     "เรามีเกมที่ยอดเยี่ยมในค่ำคืนนี้" ยอดกุนซือชาวเยอรมันวัย 53 ปี กล่าวกับ บีบีซี สื่อดังอังกฤษ โดย ลิเวอร์พูล เข้ารอบสี่ไปชนกับ อาร์เซน่อล "มันเป็นอะไรที่เพลินตามาก เราผ่านบอลและจบสกอร์กันได้เยี่ยม นักเตะแต่ละคนต่างต้องการเล่น และแสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่ดีเยี่ยม"

     "นั่นแหละคือสิ่งที่ควรจะเป็น สำหรับการได้สวมเสื้อของสโมสรนี้ ผมแฮปปี้ในทุกๆ ด้านเลย สองประตูที่เสียไปไม่ค่อยโอเคนัก แต่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะเกมแบบนี้คุณก็สามารถเจออะไรแบบนี้ได้อยู่แล้ว"