แข้งไทยผลงานเยี่ยมติดมา 7 นำทีมยอดเยี่ยมไทยลีกแมตช์ที่5

หลังจากพักเบรคโควิดไปหลายเดือนในที่สุดฟุตบอลไทยลีกก็ได้กลับมาแข่งขันกันต่อในแมตช์ที่ 5 และนี่คือรายชื่อผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์
ผู้รักษาประตู : พีระพงษ์ เรืองนินท์ (สุโขทัย เอฟซี)

หนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ทำให้ สุโขทัย เอฟซี คว้าชัยชนะในแมตช์รีสตาร์ทต้องยกให้ พีระพงษ์ ที่สามารถป้องกันลูกยิงของ เอสซีจี เมืองทองฯ เอาไว้ได้หลายครั้ง และนอกจากนี้ประตูชัยที่ทีมได้ก็มาจากจังหวะที่เจ้าตัวออกบอลเร็วให้ อิ๊บสัน เมโล่ หลุดไปดวลกับเกมรับ กิเลนผยอง ก่อนพังประตูชัยในที่สุด

กองหลัง : นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ (สุโขทัย เอฟซี)

ในเกมกับที่พบกับ เอสซีจี เมืองทองฯ ถือได้ว่า นุกูลกิจ คือหัวใจสำคัญในแนวรับของ ค้างคาวไฟ ด้วยผลงานที่โดดเด่นทั้งการตามประกบศูนย์หน้าอย่าง แดร์เลย์ ก็ทำได้ดี นอกจากนี้การยืนตำแหน่งก็ยอดเยี่ยมบล็อกลูกยิงของแนวรับ กิเลนผยองไว้หลายครั้ง และที่จะเห็นได้ชัดคือการเคลียร์บอลจากเส้นประตูจนทำให้ทีมเก็บคลีนชีตไปในที่สุด

กองหลัง : เอเลฟ วิเอรา ซานโตส (สุพรรณบุรี เอฟซี)

สำหรับ ซานโตส ถือว่ามีการยืนปักหลักคุมแผงหลังของสุพรรณบุรีได้อย่างแข็งแกร่ง จนสามารถช่วยทีมเก็บคลีนชีตในเกมกับ สวาทแคท ได้สำเร็จ แม้ว่าทีมจะเสียปราการหลังกัปตันทีมอย่าง เจ้าเชน จากอาการบาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงพักครึ่งก็ตาม

กองหลัง : ทัตซูยะ ซาไก (สมุทรปราการ ซิตี้)

ทัตซูยะ ปราการหลังเลือดซามูไรช่วยทีมให้รอดพ้นจากการเสียประตูเอาไว้ได้หลายครั้ง อีกทั้งยังมีจังหวะเข้าสกัดบอล และทำลายเกมของทีมเยือนอย่าง ระยอง เอฟซี จนสามารถช่วย เขี้ยวสมุทร เก็บคลีนชีต และเป็นชัยชนะนัดแรกในซีซั่นนี้ของ สมุทรปราการ อีกด้วย

กองกลาง : โชติภัทร พุ่มแก้ว (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

โชว์ฟอร์มการเล่นได้โดดเด่นมากๆ สำหรับ โชติภัทร พุ่มแก้ว โดยเฉพาะการขึ้นเกมทางฝั่งขวา สามารถป่วนแนวรับ ต่อพิฆาต ได้อย่างน่ากลัว แถมเกมนี้เจ้าตัวก็เป็นผู้โขกประตูชัยช่วย สิงห์ เชียงราย เอาชนะ พีที ประจวบ 1-0 อีกด้วย

กองกลาง : ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ (โปลิศ เทโร เอฟซี)

ในเกมกับ การท่าเรือ แม้จะมีปัญหาเรื่องไฟสนามดับช่วงท้ายเกม แต่หากพูดถึงภาพรวมตลอดทั้งเกมแล้วนั้นต้องยกให้ เจ้ามิกกี้ คือหนึ่งแข้งที่โดดเด่นมาก แม้จะไม่ได้ทำประตู แต่ก็มีโอกาสสร้างสรรประตูได้หลายครั้ง และเมื่อไหร่ที่ปล่อยให้ ปฐมพล มีพื้นเล่นเจ้าตัวก็จะโชว์ทักษะการเลี้ยงบอลป่วนแนวรับ สิงห์ เจ้าท่า ได้อย่างดุดันสุดๆ

กองกลาง : ปานเดชา เงินประเสริฐ (สุพรรณบุรี เอฟซี)

โดดเด่นไม่น้อยสำหรับ ปานเดชา เงินประเสริฐ ในเกมกับ นครราชสีมา มาสด้าฯ กับการคุมแดนกลางของ สุพรรณบุรี เล่นทั้งเกมรุกและรับได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเกมนี้เจ้าตัวก็เป็นคนที่ยิงประตูให้ทีมขึ้นนำก่อน 1-0 ด้านเกมรับก็โดดเด่นไม่แพ้กันสามารถตัดเกม และทำลายจังหวะเกมรุกของ โคราช ไว้ได้ตลอดทั้งเกมด้วยเช่นกัน

กองกลาง : สุริยา สิงห์มุ้ย (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

ผลงานเกมนี้ สุริยา ถือว่าเป็นอีกแข้งที่โดดเด่นของ สิงห์ เชียงราย การเติมเกมรุกทางด้านซ้ายถือว่าทำได้ดี มีโอกาสคลอสบอลสวยๆ ให้เพื่อนลุ้นพังประตูอยู่หลายจังหวะ เรื่องเกมรับเมื่อต้องมาเจอกับเพื่อนเก่าอย่าง วิลเลี่ยม เอ็นริเก้ ก็ถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม ปิดการขึ้นเกมของ วิลเลี่ยม ไว้อยู่หมัดเลยทีเดียว

กองหน้า : อิ๊บสัน เมโล่ (สุโขทัย เอฟซี)

นอกจากจะเป็นผู้ยิงประตูชัยให้ สุโขทัย คว้าชัยชนะเหนือ เอสซีจี เมืองทองฯ แล้วนั้น ตลอดทั้งเกม อิ๊บสัน เมโล่ ก็มีจังหวะยิงอยู่หลายครั้ง แถมยังปั่นป่วนแนวรับทีมเยือนอยู่ตลอดทั้งเกมอีกด้วย

กองหน้า : กษิเดช เวทยาวงศ์ (สุพรรณบุรี เอฟซี)

ฟอร์มเด่นเข้าตาไม่น้อยสำหรับ กษิเดช เวทยาวงศ์ กับการมีส่วนร่วมทั้ง 2 ประตูที่สุพรรณบุรีเอาชนะโคราช 2-0 โดยหนึ่งในนั้นคือการแหวกสามแนวรับทีมเยือนเข้าไปยิงประตูปิดเกมสุดสวย และนอกจากนี้ตลอดทั้งเกมเจ้าตัวก็ยังมีโอกาสจ่ายบอลสวยๆ ให้เพื่อน พร้อมกับมีการหาจังหวะบวกสกอร์เพิ่มให้กับตัวเองอีกหลายจังหวะด้วยกัน

กองหน้า : แฮร์ลิสัน ไคออน (ชลบุรี เอฟซี)

ไคออน สร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจเมื่อมีส่วนร่วมกับทั้ง 3 ประตูที่ ฉลามชล ได้ในเกมที่เฉือนเอาชชนะ ตราด เอฟซี 3-2 โดยดาวยิงบราซิลเลี่ยนทำคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ ชลบุรี เอฟซี พลิกสถานการณ์กลับมาเก็บชัยชนะไปได้สำเร็จ

สุโขทัยแบโผ27แข้งลุยไทยลีกประเดิมดวลเมืองทองฯ

"ค้างคาวไฟ" สุโขทัย เอฟซี ประกาศชื่อ 27 แข้งบู๊ไทยลีก 2020 ด้าน "บาจโจ้" ลั่นพร้อมลุยมานานแล้ว แต่เสียดาย2เกมสำคัญต้องติดโทษแบน พร้อมประเดิมดวล เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 12 ก.ย.นี้

ความเคลื่อนไหวของทีมสุโขทัย เอฟซี ล่าสุดก่อนเกมวันเสาร์ ที่ 12 กันยายน ที่จะเปิดบ้านรับ "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ประกาศผู้เล่นในสังกัดฤดูกาล 2020/2021 ทั้ง 27 คนหลังปิดตลาดซื้อ-ขาย รอบพิเศษแล้ว โดยมีจอห์น บาจโจ้ กองหน้าจากมาดากัสก้า สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีม ขณะที่แดนหน้ายังมีคู่หู เอวานโดร เปาลิสต้า และ อิบสัน เมโล เป็น 3 ประสานในแดนหน้า

ในส่วนของเกมรับ พีระพงษ์ เรือนนินทร์ ยังคงจะเป็นมือหนึ่งรักษาหน้าด่าน แต่ต้องขับเคี่ยวกับ อนุรักษ์ ชมภูพฤกษ์ นายด่านประสบการณ์สูงที่ทีมพึ่งเสริมเข้ามา ส่วนกองหลัง มีให้เลือกหลายคนทั้ง ซอ มินตุน แนวรับทีมชาติเมียนมา ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกูล ,นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ , ศิลา ศรีกำปัง, นรงฤทธิ์ บุญสุข , ปิยะราษฏร์ ลาจังหรีด เอกสิทธิ์ ฉาวบุตร และที่เสริมเข้ามาล่าสุดอย่าง ปัณณ์พันธุ์พงษ์ ปิ่นกอง

ส่วนกองกลาง ทีมงานเดิมยังอยู่กันครบ ทั้ง จุง เมียงโฮ กองกลางชาวเกาหลีใต้ ณัฐวุธ เจริญบุตร , คัพฟ้า บุญมาตุ่น , วรนาถ ทองเครือ ,พงศ์พัทธ์ หลิวรุ่งเรืองกิจ และที่เสริมเข้ามาใหม่อย่าง เดชา สอาดโฉม , มูฮำหมัดนาเซ กอและ ,กานต์พิชชา ชะนะการี และ ดิสดรณ์ พันธุ์จันทร์

สำหรับเกมไทยลีกนัดประเดิมคัมแบค นัดที่ 5  จอห์น บาจโจ้ ให้สัมภาษณ์ว่าทีมพร้อมเข้าสู่เกมแข่งขันที่รอคอยยาวนาน และดีใจกับแฟนบอลที่ได้สิทธิเข้าชมเกมแข่งขันในสนาม และได้ชมเกมที่สำคัญของทีม ทั้งนี้ในเกมที่สำคัญตนไม่สามารถลงแข่งขันได้ 2 เกมแข่งขันเพราะติดโทษแบน แต่ผมพร้อมจะสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม ส่วนกรณีที่เอวานโดร เปาลิสต้า กองหน้าบราซิเลี่ยน บาดเจ็บนั้น ตนขอให้เขาหายและกลับสู่ทีมโดยเร็ว เพราะพวกเราต้องการเขา

“โค้ชอั๋น”เชื่อ “ค้างคาวไฟ” ดีพอล้ม “กิเลนผยอง”

"โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ เชื่อ "ค้างคาวไฟ" มีดีพอเปิดบ้านล้ม "กิเลนผยอง"เอสซีจี เมืองทอง ประเดิม3แต้ม แม้ขาด"บาจโจ้" แต่เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว

ความเคลื่อนไหวของทัพ"ค้างคาวไฟ"สุโขทัย เอฟซี ที่เตรียมเปิดสนามทะเลหลวง ต้อนรับการมาเยือนของ "กิเลนผยอง"เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2020 นัดที่ 5 ในวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2563 เวลา 20.00 น.

ล่าสุด "โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ หัวหน้าผู้ฝึกสอน สุโขทัย เอฟซี เปิดถึงความพร้อมของทีมว่า ในส่วนของตัวผู้เล่นจะขาดเพียง จอห์น บาจโจ้ ปีกตัวจี๊ดและกัปตันทีมเพียงรายเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นทุกคนฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนามได้หมด ซึ่งแม้จะขาดตัวหลักอย่างบาจโจ้ไป แต่ตนเชื่อว่าคนอื่นๆสามารถที่จะลงมาทดแทนกันได้

 "แน่นอนว่า บาจโจ้ เป็นกำลังสำคัญของทีม การขาดเขาไปทีมอาจจลดประสิทธิภาพในเกมรุกไปบ้าง แต่เชื่อว่าคนอื่นทดแทนได้ เพราะเราเน้นระบบทีมเวิร์คมากกว่าตัวบุคคล และในช่วงเก็บตัวก่อนหน้านี้ เราได้ทดลองระบบการเล่นเพื่อเตรียมรับมือในเรื่องนี้เอาไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าทุกคนทำได้ดีและน่าพอใจ"

ส่วนเป้าหมายในเกมนี้ เฮดโค้ชค้างคาวไฟ กล่าวว่า "แน่นอนว่าการกลับมาของไทยลีกอีกครั้งหลังหยุดพักไปนาน รวมทั้งการได้เล่นในบ้าน เราตั้งเป้าที่ 3 คะแนนเพื่อประเดิมขวัญและกำลังใจให้กับทีม ซึ่งแม้ว่า เมืองทอง จะเป็นทีมที่ดี แต่ตนเชื่อว่า ด้วยศักยภาพของทีมเรา รวมถึงผลงานในการฝึกซ้อมที่ผ่านมา ที่ทุกคนเข้าใจในแท็กติก และทำได้ดี เชื่อว่าเราจะคว้า 3 แต้มได้"

แซมบ้าคอนเนคชั่น! เมืองทองฮึดรัวครึ่งหลังเจ๊าชลบุรีดุเดือด2-2 ศึกไทยรัฐบิ๊กไฟว์

"กิเลนผยอง" ที่ตามหหลังไปก่อนในครึ่งแรก 2 ประตู ก่อนมาได้ แดร์เลย์ กับ วิลเลี่ยน พ็อพพ์ ทำคนละลูก ช่วยให้ เอสซีจี เมืองทองฯ โชว์ฮึดในครึ่งหลังไล่ตามตีเสมอชลบุรี เอฟซี 2-2 ในศึกศึกไทยรัฐ บิ๊กไฟว์ ปรีซีซั่น คัพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2563

ที่สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม ศึกฟุตบอลอุ่นเครื่อง ‘ไทยรัฐ บิ๊กไฟว์ ปรีซีซั่น’ ประจำวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย.63 ระหว่าง ‘กิเลนผยอง’ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบกับ ‘ฉลามชล’ ชลบุรี เอฟซี เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนไทยลีก 2020 กลับมารีสตาร์ทในวันเสาร์ที่ 12 ก.ย.63 นี้

ทั้งสองทีมเพิ่งเจอกันมาในศึกไทยลีก 2020 นัดที่ 4 เมื่อวันที่ 1 มี.ค.63 ซึ่งผลปรากฎว่า เอสซีจี เมืองทองฯ เปิดบ้านเฉือนเอาชนะไปด้วยสกอร์ 1-0 จากประตูชัยของ แดร์เลย์ ในนาทีที่ 18 ของเกม ก่อนที่ลีกสูงสุดของเมืองไทยจะพักการแข่งขันจากสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด

สำหรับรายชื่อผู้ตัดสินที่ลงทำหน้าที่ในเกมนี้ประกอบด้วย ผู้ตัดสิน : วิเชษฐ์ เทียนทอง, ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 : กิตติภณ มีพร, ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 : นิสสัน จันทร์เทพ และผู้ตัดสินที่ 4 : วิชาญ กลิ่นถาวร

เริ่มเกมมาเพียง 5 นาที เป็นทางฝั่งของ ชลบุรี ได้ลุ้นประตูก่อนจากจังหวะที่ นพนนท์ คชพลายุกต์ เปิดบอลจากด้านขวาก่อนเป็น แฮร์ริสัน ไคออน ได้จังหวะขึ้นโหม่งโล่งๆ บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

หลังจากนั้นอีก 3 นาที  วัฒนา พลายนุ่ม ที่กำลังเคลียบอลจากในกรอบเขตโทษของตัวเอง แต่บอลไปติด ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ ได้จังหวะเก็บบอล ก่อนแตะหลบ วัฒนา พลายนุ่ม แล้วได้จังหวะยิงบอลผ่านมือของ ดัง วาน ลัม เข้าประตูไป ช่วยให้ ชลบุรี เอฟซี ออกนำ เอสซีจี เมืองทองฯ 1-0

นาทีที่ 18 เจ้าถิ่นเดินหน้าบุกอย่างหนัก ก่อนที่จะเป็น พิชา อุทรา รับหน้าที่เปิดเตะมุมเข้ามา แล้วเป็น ไดสุเกะ ซาโตะ ได้จังหวะโหม่งๆโล่งๆ แต่บอลหลุดออกหลังไป

เกมดำเนินถึงนาทีที่ 39 ทีมเยือนได้จังหวะวางบอลยาวจากกลางสนาม ก่อนเป็น แฮร์ริสัน ไคออน ได้จังหวะเอาบอลลงทางด้านซ้าย ก่อนเลี้ยงจี้เข้าเขตโทษ แล้วจ่ายบอลผ่านหน้าประตูไปทางเสาสอง แล้วเป็น ดราแกน บอสโควิช วิ่งเข้ามายิงโล่งๆ ส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้ ชลบุรี เอฟซี นำห่างเอสซีจี เมืองทองฯ 2-0

หลังจากนั้นทั้งสองทีมพลัดกันทำเกมรุก เพื่อหวังทำประตูเพิ่ม แต่ไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน ครึ่งแรก เอสซีจี เมืองทองฯ ตามหลัง ชลบุรี เอฟซี 0-2

เริ่มครึ่งหลังมาเพียงนาทีเดียว เจ้าถิ่นเดินหน้าบุกเข้าใส่ ก่อนเป็น แดร์เลย์ ได้จังหวะล็อคบอลหลบ กฤษดา กาแมน ในเขตโทษ ก่อนตัดสินใจยิง บอลผ่านมือ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล เข้าประตูไป ช่วยให้ เอสซีจี เมืองทองฯ ไล่ตาม ชลบุรี เอฟซี 1-2

หลังจากนั้น เกมดำเนินถึง นาทีที่ 53 เจ้าถิ่นได้จังหวะบุกทางด้านขวา ก่อนที่ เพชรรัตน์ โชติปาละ เปิดบอลจากด้านขวาเข้าไป แล้วเป็นกองหลังชลบุรี เคลียร์บอลไม่ดี บอลไปเข้าทาง วิลเลี่ยน พ็อพพ์ ได้จังหวะยิงโล่งๆ เข้าไป ช่วยให้ เอสซีจี เมืองทองฯ ตามตีเสมอ ชลบุรี เอฟซี 2-2

ช่วงท้ายเกมในนาทีที่ 82 เอสซีจี เมืองทองฯ ได้จังหวะบุก ก่อนเป็น วิลเลี่ยน พ็อพพ์ พาบอลหลุดเข้ามาตรงกลางก่อนปาดไปให้กับ แดร์เลย์ ที่ยืนรอโล่งๆอยู่ฝั่งขวาในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ แดร์เลย์ จะหลบหนึ่งจังหวะและปั่นด้วยซ้าย บอลกำลังจะเข้าอยู่แล้ว ทว่า จูเนียร์ โลเปซ กองหลังของชลบุรี ยังตามมาสกัดไว้ได้ทันควัน

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน  เอสซีจี เมืองทองฯ เสมอกับ ชลบุรี เอฟซี แบบสุดมัน 2-2 ในศึกฟุตบอลไทยรัฐ บิ๊กไฟว์ ปรีซีซั่น คัพ

สำหรับโปรแกรมไทยลีก 2020 นัดที่ 5 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จะบุกไปเยือน สุโขทัย เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 12 ก.ย.63 ที่สนามทะเลหลวง สเตเดี้ยม จ.สุโขทัย เวลา 20.00 น. ส่วนชลบุรี เอฟซี จะเปิดบ้านพบกับ ตราด เอฟซี ในวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย.63 ที่สนามชลบุรี สเตเดี้ยม จ.ชลบุรี เวลา 18.00 น.

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : ดัง วาน ลัม (ผู้รักษาประตู), สุพร ปีนะกาตาโพธิ์ (เพชรรัตน์ โชติปาระ แทน น.66), สรวิทย์ พานทอง (อติคุณ มีท้วม แทน น.79), ศฤงคาร พรหมสุภะ (ชาติชาย แสงดาว แทน น.85), วีระเทพ ป้อมพันธุ์ (วัฒนากร สวัสดิ์ละคร แทน น.46), วิลเลี่ยน พ็อพพ์, ไดสุเกะ ซาโตะ (ปรเมศย์ อาจวิไล แทน น.46), พัชรพล อินทนี, วัฒนา พลายนุ่ม (มาร์โก้ บัลลินี่ แทน น.79), แดร์เลย์, พิชา อุทรา (วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ น.46)

ชลบุรี เอฟซี : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล (ผู้รักษาประตู), นพนนท์ คชพลายุกต์, คาร์ลี่ เดอ มูร์ก้า (ทรงชัย ทองฉ่ำ แทน น.76), กฤษดา กาแมน, แฮร์ริสัน ไคออน (นิรันดร์ มีมาก แทน น.88), สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ (ภาณุพงศ์ พลซา แทน น.38), คาซูโตะ คูชิดะ, ดราแกน บอสโควิช (ธีรเทพ วิโนทัย แทน น.76), จูเนียร์ โลเปซ (ธีรพงศ์ ดีหามแห แทน น.88), ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ (สัมพันธ์ เกษี แทน น.58), ชาญณรงค์ พรหมศรีแก้ว

เมืองทองซ้อมเข้มที่กิเลนวัลเลย์ ‘กามา’ เคี่ยวหนักเร่งฟิตเช้า-เย็น

ภายหลังจากที่พลพรรค ‘กิเลนผยอง’ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้เดินทางไปเก็บตัวที่ แคมป์กิเลนวัลเลย์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 ส.ค.63 ที่ผ่านมา โดยจะทำการเก็บตัวไปจนถึงสิ้นเดือน ส.ค.63 นี้

อเล็กซานเดร กามา กุนซือใหญ่ของทีม ได้นำลูกทีมฝึกซ้อมแบบเคี่ยวหนักแบ่งซ้อมเป็น 2 เวลาเช้า-เย็น โดยช่วงเช้าจะเป็นการเข้าฟิตเนสเวทเทรนนิ่ง ส่วนในช่วงเย็นจะลงฝึกซ้อมในสนาม นอกจากนี้ยังมีการให้แข้งกิเลนผยอง ลงว่ายน้ำเพื่อคลายกล้ามเนื้ออีกด้วย

ในส่วนของ ฉัตรมงคล ทองคีรี กองกลางดีกรีทีมชาติไทย ชุด ยู-23 ปี ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกหลังได้เดินทางมาเก็บตัวที่กิเลนวัลเลย์ เป็นครั้งแรกของตัวเองว่า "หลังจากเดินทางมาเก็บตัวที่นี่ก็รู้สึกสบาย บรรยากาศโดยรวมร่มรื่นด้วย แม้จะมีล้านิดหน่อยจากการเดินทางมาเก็บตัว แต่พอมาแล้วได้พัก กินข้าวนิดหน่อยก็รู้สึกดีขึ้น ก่อนที่โค้ชกามาจะให้โปรแกรมซ้อมเรียกว่าหนักอยู่ครับ (หัวเราะ)"

"อย่างไรก็ตามการมาเข้าแคมป์ที่นี่ถึง 7 วันก็ถือว่าได้มาเหมือนอยู่กันแบบครอบครัว และก็ได้ทำงานอย่างเต็มที่ด้วย ซึ่งผมก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อเป้าหมายของทีม และหวังให้มีสภาพร่างกายที่พร้อมสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซนต์ก่อนไทยลีกกลับมาแข่งในเดือนหน้า"

สำหรับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ลงสนามไปแล้ว 4 นัด ชนะ 2 แพ้ 2 มี 6 คะแนน รั้งอันดับ 7 ของตาราง โดยโปรแกรมนัดที่ 5 ของศึกไทยลีก 1 ฤดูกาล 2020 จะบุกไปเยือน สุโขทัย เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 12 ก.ย.63 ที่สนามทะเลหลวง สเตเดี้ยม จ.สุโขทัย เวลา 20.00 น.

เมืองทองฯ เปิดตัว “พิชา-ภูมินทร์-ฉัตรมงคล” ร่วมทัพ

"กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เสริมทัพผู้เล่นดาวรุ่งอนาคตไกล ทำการเปิดตัว พิชา อุทรา, ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกวัย 24 ปี จาก สมุทรปาการ ซิตี้ และ ฉัตรมงคล ทองคีรี มิดฟิลด์วัย 23 ปี จาก การท่าเรือ เอฟซี มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ ทางด้านบอร์ดบริหารมั่นใจจะเข้ามายกระดับทีมให้แข็งแกร่งขึ้น พร้อมไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลนี้

เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2563 ภายในห้องสื่อมวลชน สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม ได้มีงานแถลงข่าวเปิดตัวผู้เล่นใหม่ของสโมสร "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ประจำฤดูกาล 2020 เซ็นสัญญาคว้าตัว พิชา อุทรา ปีกวัย 24 ปี, ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกวัย 24 ปี จากสโมสร สมุทรปาการ ซิตี้ และ ฉัตรมงคล ทองคีรี มิดฟิลด์วัย 23 ปี จากสโมสร การท่าเรือ เอฟซี โดยภายในงานมีทางคุณ วิลักษณ์ โหลทอง ประธานสโมสรฯ, รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสรฯ, อเล็กซานเดร กาม่า หัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อม 3 ผู้เล่นใหม่ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก

ทางด้าน รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสรฯ กล่าวว่า "สวัสดีสื่อมวลชนและแฟนบอลทุกท่าน ถือเป็นอีกวันสำคัญของสโมสร กับการเดินหน้าเสริมทัพผู้เล่นคุณภาพมาสู่ทีม เพื่อพร้อมกลับมาสู่การแข่งขันอีกครั้ง ขอต้อนรับ ฉัตรมงคล ทองคีรี สู่สโมสรอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าเขาเป็นผู้เล่นดาวรุ่งที่เราจับตามองมายาวนาน ถือเป็นผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่งและศักยภาพสูง รวมถึงเป็นผู้เล่นที่โค้ชกาม่าชื่นชอบ คุ้นเคยกับสไตล์การเล่น เชื่อว่าจะเข้ามาเติมเต็มขุมกำลังแดนกลางได้อย่างแน่นอน"

"พร้อมกันนี้เราขอต้อนรับ พิชา อุทรา และ ภูมินทร์ แก้วตา สู่บ้านหลังนี้อีกครั้ง สำหรับน้องทั้ง 2 คนถือเป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่สโมสรฯ ที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ระดับเยาวชนมาเกือบทุกรายการ ที่ผ่านมาเขาได้มีโอกาสพัฒนาฝีเท้ากับทีมต่างๆ อย่างที่ทราบว่าทีม เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นทีมใหญ่ที่ลุ้นแชมป์ ทำให้โอกาสลงเล่นของผู้เล่นอาจมีจำกัดบ้าง แน่นอนว่าการกลับมาในครั้งนี้จะช่วยยกระดับทีม และเป็นส่วนหนึ่งกับการไล่ล่าความสำเร็จมาสู่ทีม"

ขณะที่ ฉัตรมงคล ทองคีรี กองกลางตัวใหม่เปิดใจว่า "ก่อนอื่นต้องขอบคุณทาง การท่าเรือ ที่มอบโอกาสเพื่อพิสูจน์ตัวเองที่นี่ และขอบคุณผู้บริหาร เอสซีจี เมืองทองฯ ที่เชื่อมั่นในตัวผม ถึงแม้จะอยู่ในสัญญายืมตัว 1 ปี แต่ก็จะมุ่งมั่นเต็มร้อย และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อสโมสรใหญ่แห่งนี้"

ส่วนทาง ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกคนใหม่เปิดใจว่า "ส่วนตัวรู้สึกดีใจอย่างมากที่กลับมาบ้านเก่าแห่งนี้ แน่นอนว่า เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นสโมสรที่ปลุกปั้นผมมาตั้งแต่เด็ก จนได้พัฒนาฝีเท้าถึงปัจจุบัน ส่วนการกลับมาครั้งนี้ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อเป้าหมายพาทีม เอสซีจี เมืองทองฯ ประสบความสำเร็จให้ได้"

ปิดท้ายที่ พิชา อุทรา ปีกซ้ายคนใหม่เปิดใจว่า "สิ่งแรกต้องขอขอบคุณผู้บริหารสโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ ที่ดึงตัวกลับมาสู่ทีมอีกครั้ง ผมมีความประทับใจที่ยอดเยี่ยมกับทีม ตั้งแต่ฝึกฟุตบอลมาตั้งแต่ระดับเยาวชน ส่วนเป้าหมายก็อยากดึงศักยภาพ และความสามารถของตัวเองให้มากที่สุด เพื่อตอบแทนสโมสรแห่งนี้"

มาริโอ กับบทบาทใหม่ใน”กิเลนผยอง”

จัดเป็นหนึ่งในตำนานนักเตะต่างชาติที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งของลีกไทย โดยเฉพาะการค้าแข้งให้กับทีม “กิเลนผยอง”เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สร้างชื่อให้กับ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ได้มากที่สุดในช่วงเวลาการเล่นอาชีพที่เมืองไทย

    แม้ยามนี้จะแขวนสตั๊ดไปแล้ว แต่ทางสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โดย “บิ๊กเป้”รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสร ได้เปิดเผยว่า ด้วยความผูกพันที่มาริโอ มีกับเมืองทอง จึงได้ร่วมงานกันอีกครั้งหลังจากเจ้าตัวเลิกเล่น โดยตอนนี้ได้ให้เจ้าตัวดูแลเกี่ยวกับเรื่องการสร้างเยาวชน

 
    “มาริโอ จะรับผิดชอบเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน MTUTD SOCCER SCHOOL ซึ่งจะเป็นสถาบันสอนเด็ก ๆ ที่มาเรียนฟุตบอลกับสโมสรของเรา และยังให้ดูแลการสร้างเด็กเยาวชน 19 ปีของสโมสร ด้วยฝีเท้าและประสบการณ์ที่ล้นเหลือของเขา เชื่อว่าจะช่วยพัฒนาเด็กเยาวชนของสโมสรก้าวขึ้นมาสู่ชุดใหญ่อย่างมีคุณภาพตามแบบฉบับฝีเท้าของเขา”

ทุบสถิติ! เมืองทองทุ่ม 55 ล้านทาบ “เอกนิษฐ์” พร้อมอ็อปชั่นอื้อให้เชียงราย

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทุ่ม 55 ล้านบาท ยื่นซื้อ เอกนิษฐ์ ปัญญา กองกลางอนาคตไกลดีกรีทีมชาติไทยจาก สิงห์ เชียงราย เข้ามาเสริมทัพร่วมกับขุนพลพลังหนุ่ม ก่อนลุยศึกไทยลีก แถมมีอ็อปชั่นให้ "บิ๊กฮั่น" มิติ ติยะไพรัช พิจารณาอีกเพียบ ด้าน รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ย้ำว่านี่เป็นการทำลายสถิติการซื้อขายที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่ก่อนหน้านี้ "กิเลนผยอง" เคยขาย ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ด้วยค่าตัว 50 ล้านบาทให้ "กว่างโซ้งมหาภัย"

    เอสซีจี เมืองทองฯ สร้างความฮือฮาให้กับวงการลูกหนังของไทยอีกครั้ง เมื่อยื่นข้อเสนอทุ่มเงินจำนวน 55 ล้านบาท เพื่อล่าลายเซ็นกองกลางฝีเท้าดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งยุคดีกรีทีมชาติชุดใหญ่ และมีอนาคตไกลอย่าง เอกนิษฐ์ ปัญญา จากสโมสร สิงห์ เชียงรายฯ เข้ามาเสริมทัพ ก่อนที่ไทยลีกจะเริ่มขึ้นในเดือน ก.ย. นี้

    ทั้งนี้ "บิ๊กเป้" รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสร ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า "ทาง เอสซีจี เมืองทองฯ เตรียมที่จะทุ่มเงินซื้อนักเตะอย่าง เอกนิษฐ์ ปัญญา เข้ามาร่วมทัพเพื่อเล่นกับเหล่าดาวรุ่งของทีมในฤดูกาลนี้ โดยได้ยื่นข้อเสนอในการซื้อตัวนักเตะรายดังกล่าวไปแล้วในวงเงิน 55 ล้านบาท ถือว่าเป็นสถิติของการซื้อขายครั้งใหม่ ก่อนหน้านี้ เอสซีจี เมืองทองฯ เคยขาย ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ให้ สิงห์ เชียงราย ไปที่ 50 ล้านบาท เราแสดงความความสนใจจริง และเคารพต่อทีม สิงห์ เชียงราย ในการเจรจาดึงนักเตะคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของทีม และยังเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันมายาวนาน"

    "นอกจากนี้ในสัญญาการซื้อขายที่เราเสนอไปให้ทาง สิงห์ เชียงราย พิจารณานั้น ยังมีอ็อปชั่นอื่นๆ อีกมากมายให้ทาง มิติ ติยะไพรัช และผู้บริหารของ กว่างโซ้ง ได้พิจารณา"

    สำหรับ เอกนิษฐ์ ปัญญา ชื่อเล่น "บุ๊ค" เป็นชาวเชียงรายโดยกำเนิด อายุ 20 ปี เล่นทีมชาติมาตั้งแต่เยาวชน 19 ปี กระทั่งถึงทีมชาติชุดใหญ่ ซึ่งในนามชุดใหญ่ลงเล่นไปแล้ว 3 นัด ยิงได้ 1 ประตู

ตัดสินใจยากสุดในชีวิต! “ตังค์- สารัช” ร่ายยาวหลังลาเมืองทองซบบีจี

"ตังค์ " สารัช อยู่เย็น โพสต์ข้อความความรู้สึกครั้งแรกหลังย้ายจากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดไปซบรังบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่ได้มีการเปิดตัวไปอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยได้กล่าวขอบคุณโอกาสที่ได้รับจากการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรรวมถึงขอบคุณแฟนบอล "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทองฯ แต่การย้ายทีมเป็นวิถีของฟุตบอล ก่อนกล่าวปิดท้ายคำสั้นๆ "ขอบคุณมากๆ​ ครับ"
    หลังจากที่ "เจ้าตังค์" สารัช อยู่เย็น"  ได้ย้ายร่วมทีมบีจี ปทุม ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 26พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าตัวโพสต์ถึงความรู้สึกว่า "ถึงแฟนกิเลนผยอง 11 ปี ในสีเสื้อของเมืองทอง ยูไนเต็ด สำหรับผมมันเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยหลากหลายความรู้สึก จากน้องเล็กของบ้านในช่วงที่เป็นเยาวชนก้าวเข้ามาสู่ทีม จนมาเป็นพี่ใหญ่ของบ้านหลังนี้ ผมได้รับโอกาสดีๆ​ มากมายจากที่นี่ ได้มีโอกาสร่วมงานกับพี่ๆ​ น้องๆ​ นักฟุตบอล​,สต๊าฟฟ์โค้ช​ทีมงาน ได้เรียนรู้ประสบการณ์มากมายในโลกของฟุตบอล ทั้งการเป็นส่วนหนึ่งของการคว้าแชมป์ไทยลีก การเล่นในระดับสโมสรเอเชีย ร่วมถึงโอกาสรับใช้ทีมชาติไทย

    ถ้าไม่มีสโมสรแห่งนี้ ผมอาจจะไม่มีประสบการณ์เหล่านี้ ผมขอกราบขอบคุณผู้มีพระคุณในสโมสรทุกท่านที่มีความเมตตากับผมอย่างมหาศาล โดยเฉพาะคุณลุงระวิ โหลทอง ซึ่งมีความเมตตาผมและครอบครัวของผมมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยคุณพ่อของผมเมื่อครั้งยังเป็นพนักงานในบริษัทสยามกีฬา คุณลุงได้ให้ความเมตตาอย่างมาก ทั้งคอยชี้แนะและผลักดันให้ตัวผมก้าวหน้าในเส้นทางฟุตบอลมาโดยตลอด

    และที่ขาดไม่ได้คือ​ แฟนบอลกิเลนผยอง​ ขอบคุณ​ที่ให้การสนับสนุนและคอยเป็นกำลังใจให้ผมเสมอ เราได้ผ่านช่วงเวลาที่ดีและยากลำบากมาด้วยกัน ทุกครั้งที่ทีมประสบความสำเร็จ​ ทุกๆ​ กำลังใจที่ส่งมาให้กับนักบอลเป็นพลังและแรงผลักดันที่สำคัญที่สุด

    แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น​ คือช่วงเวลายากลำบาก​ แฟนบอลก็ไม่เคยทิ้งไปไหน​ คอยเป็นแรงผลักดัน​ เป็นกำลังใจสำคัญ​ให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาด้วยกัน

    การกล่าวคำลาต่อ ทุกๆ​ คน​ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ของผมครั้งนี้ มันยากลำบากสำหรับผมมาก​ ผมไม่รู้จะสามารถบรรยายความรู้สึกออกมายังไงให้ดูสวยงามและครบถ้วนที่สุด การก้าวออกจากบ้านหลังนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่งของผมก็ว่าได้ แต่มันอาจจะเป็นวิถีของฟุตบอลอาชีพที่ผมต้องเผชิญอีกครั้ง ผมต้องไปเจอความท้าทายใหม่ๆ​ ในโลกของฟุตบอล ผมหวังว่าจะยังคงได้รับการสนับสนุนและการต้อนรับที่อบอุ่นในเวลาที่ผมกลับมาเยือนยังบ้านหลังนี้

    สุดท้ายผมไม่สามารถเขียนบรรยายความรู้สึกให้ครบถ้วนสมบูรณ์แน่นอน แต่คงกล่าวเป็นคำสั้นๆให้กับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดทุกคนว่า "ขอบคุณมากๆ​ ครับ" จาก สารัช อยู่เย็น

 

ท่าเรือเสริมแกร่งดึง “เก่ง-อดิศร” แนวรับเมืองทอง

"สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือ เอฟซี เดินหน้าเสริมทัพล่าแชมป์ไทยลีก ด้วยการคว้าตัว "เก่ง" อดิศร พรหมรักษ์ ปราการหลังจอมแกร่งทีมชาติไทยจาก "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

      มีรายงานจากแค้มป์ของทั้งสองสโมสรว่า ได้มีการบรรลุข้อตกลงเรื่องย้ายทีมกันเรียบร้อยแล้ว โดย การท่าเรือฯ ซื้อขาด อดิศร เข้าไปเสริมทัพเพื่อไล่ล่าความสำเร็จในไทยลีก และฟุตบอลถ้วยฤดูกาลนี้ หลังจากติดตามผลงานการเล่นมานาน

     สำหรับ เก่ง อดิศร ปราการหลังดีกรีทีมชาติไทย ย้ายจาก บีอีซี เทโรศาสน สู่ถิ่น เอสซีจี สเตเดี้ยม ต้ั้งแต่ปี 2016 ก่อนเตรียมเข้าไปเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่น แพท สเตดี้ยม ของทีมดังย่านคลองเตยต่อไป