เปิดโผทีมยอดแย่พรีเมียร์ลีก นัดที่ 5

ทีมยอดแย่พรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ที่ 5 จะมีใครบ้าง ทีมงาน Siamsport จัดให้แฟนๆ ได้ชมกัน ไปดูได้เลย

ผู้รักษาประตู : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า (เชลซี)

แม้จะมีช็อตเซฟในช่วงท้ายเกม แต่จังหวะเสียประตูที่เกิดจากความผิดพลาด(อีกแล้ว) นับเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเกิดขึ้น

กองหลัง : โจเอล วอร์ด (คริสตัล พาเลซ)

จริงๆ ทำหน้าที่ได้ตามมาตรฐานเกือบตลอดทั้งเกม แต่มาสกัดบอลไม่ดีในช่วงท้ายจนทำให้ พาเลซ เสียประตูตีเสมอ อดคว้า 3 แต้มเหนือ ไบรท์ตัน ในบ้านตัวเอง

กองหลัง : ดาวินซอน ซานเชซ (สเปอร์ส)

เป็นเกมที่ไม่น่าจดจำสำหรับปราการหลังทีมชาติโคลอมเบีย เพราะนอกจากคุมแนวรับหลวมแล้ว ยังโหม่งเข้าประตูตัวเอง พร้อมเป็นการจุดประกายความหวังให้กับทีมเยือนด้วย

กองหลัง : ลูอิส ดังค์ (ไบรท์ตัน)

ตลอดทั้งเกมไม่ต้องรับภาระหนักมากกับการเจอแนวรุกของ พาเลซ แต่ในช่วงท้ายเกม เจ้าตัวไปเล่นอันตรายใส่คู่แข่งแบบรุนแรง จึงทำให้โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม

กองหลัง : เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ (นิวคาสเซิล)

โดนแนวรุก แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นงานในช่วงท้ายจนทีมเสียถึง 3 ประตู

กองหลัง : เอคตอร์ เบเยริน (อาร์เซน่อล)

ยืนตำแหน่งผิดพลาด และควรที่จะเคลียร์บอลทิ้งได้ก่อนที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ทำประตู

กองกลาง : ยูรี่ ตีเลอมันส์ (เลสเตอร์)

เรื่องเกมรับยังคงไว้ใจได้ แต่โดยภาพรวมถือว่าแข้งเบลเจี้ยนต่ำกว่ามาตรฐานไปเยอะ คุมเกมไม่ได้เหมือนอย่างที่เคยเป็น

กองกลาง : อัลลัน (เอฟเวอร์ตัน)

โดนแผงมิดฟิลด์ ลิเวอร์พูล กดดัน และต้องใช้เกมหนักเข้าหยุดคู่แข่ง ก่อนมาโดนใบเหลืองช่วงท้ายเกม
   
กองกลาง : ริชาร์ลิซอน (เอฟเวอร์ตัน)

มีโอกาสทำประตูแต่โชคร้ายบอลไปชนเสา ก่อนมาโดนไล่ออกช่วงท้ายเกม หลังไปสกัดเข้าใส่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า อย่างรุนแรง

กองหน้า : เคลิชี่  อิเฮียนาโช่ (เลสเตอร์)

แม้ครึ่งแรกจะเก็บบอลได้ดี และจ่ายบอลสวยๆ หลายครั้ง แต่ในครึ่งหลังกลับคนละเรื่อง ไม่ได้มีส่วนร่วมกับเกมเลย

กองหน้า : แพทริค แบมฟอร์ด (ลีดส์)

ไม่ได้สร้างความอันตรายให้แก่แนวรับ วูล์ฟส์ ได้เลย มีโอกาสส่องประตู 3 ครั้งแต่พลาดเป้าไปหมด

แมนยูไร้แม็กไกวร์-คาวานี่! ประเดิม “เตลลิส”, ปารีสฯมี “เนย์มาร์” นำซัดศึกชปล.

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คาดว่าจะส่ง อเล็กซ์ เตลลิส ลงประเดิมตัวจริง ขณะที่ เอดิสัน คาวานี่ และแฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไร้ชื่อเดินทางไปเยือน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่มี เนย์มาร์ และคีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ เป็นทีเด็ด ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช) วันอังคารที่ 20 ต.ค. ศกนี้ เวลา : 02.00 น.

ปรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 
(รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช)
วันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2563 (เวลา : 02.00 น.)
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส)   –   แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ)


สนาม : ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง :

     โธมัส ทูเคิ่ล เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน วัย 47 ปี ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง นำสโมสรรั้งรองจ่าฝูงลีก เอิง ฝรั่งเศส เวลานี้ โดยเก็บไปแล้ว 15 คะแนน จากผลงานชนะ 5 แพ้ 2 นัด ยิง 16 เสีย 3 ประตู ตามหลัง ลีลล์ ทีมจ่าฝูง 2 คะแนน 

 ผลงานล่าสุด เปแอสเชบุกไปต้อน นีมส์ โอลิมปิก 4-0 ที่ สต๊าด เดส์ กอสติแยร์ ในลีก เอิง นัดที่ 7 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม ซึ่งทีมชนะ 5 นัดซ้อน ในลีก เอิง ทว่านัดนี้ทีมเสีย เลอันโดร ปาเรเดส กองกลางทีมชาติอาร์เจนตินา บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาขวา ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 11 และ อันเดร์ เอร์เรร่า มิดฟิลด์สเปนได้ลงเล่นแทน นอกจากนี้ทีมยังไม่มี ฆวน เบอร์นาต แบ็กซ้ายทีมชาติสเปน ที่บาดเจ็บเอ็นหัวเข่าซ้าย เข้ารับการผ่าตัดไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อเช้าวันอังคารที่ 29 กันยายน ที่โรงพยาบาลปิติเย่ ซัลเปตริแยร์ และจะพักรักษาตัวนานหลายเดือน

     ขณะที่ มาร์โก แวร์รัตติ กองกลางทีมชาติอิตาลี บาดเจ็บ, ธีโล เคห์เรอร์ กองหลังทีมชาติเยอรมัน บาดเจ็บโคนขาหนีบ ในรายของ มาร์กินญอส เซนเตอร์แบ็กทีมชาติบราซิล กัปตันทีม พ้นโทษแบน 1 นัด ในลีก เอิง และเขาหายเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาซ้าย กลับมาฝึกซ้อมได้แล้ว 

    ส่วน อังเคล ดิ มาเรีย ปีกชาวอาร์เจนไตน์ กับ เลย์วิน กูร์กซาว่า แบ็กซ้ายทีมชาติฝรั่งเศส ต่างพ้นโทษแบนในลีก เอิง กลับมา และ เนย์มาร์ ดาวยิงทีมชาติบราซิล กลับมาฝึกซ้อมที่ก็องป์ เดส์ ลอชส์ ศูนย์ฝึกซ้อมของสโมสร ซึ่งเขาพร้อมที่จะลงสนาม หลังจากไม่ได้เล่นในนัดชนะนีมส์

    ทางด้าน ดานิโล่ เปเรยร่า กองกลางตัวรับทีมชาติโปรตุเกส วัย 29 ปี สมาชิกใหม่ของปารีส ที่ย้ายมาจากเอฟซี ปอร์โต้ ทีมชั้นนำของโปรตุเกส ในการเซ็นสัญญา ยืมตัว 1 ปี พร้อมมีออปชั่นที่จะซื้อขาด ล่าสุดกลับมาฝึกซ้อมเรียบร้อยแล้ว 

    สำหรับ ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมัน, เมาโร อีการ์ดี้ ดาวยิงอาร์เจนไตน์ หายเจ็บ กลับมาฝึกซ้อมได้แล้ว  


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด :

     แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาคืนฟอร์มเก่งอีกครั้งหลังบุกไปพลิกแซงนิวคาสเซิ่ล 4-1 ในเกมลีกนัดล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม

     ความพร้อมของปีศาจแดงคาดว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ ยังไม่เสี่ยงใช้งาน เอดินสัน คาวานี่ หลังดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย ไม่ได้ลงสนามในเกมที่เป็นทางการเลยนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาและเพิ่งผ่านพ้นจากการกักตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 มาฝึกซ้อมกับทีมได้เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้ตำแหน่งกองหน้าตัวความหวังเป็นโอกาสของ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ไม่มีส่วนร่วมกับทีมในเกมกับ สาลิกาดง เนื่องจากติดโทษแบน 

     ส่วนในตำแหน่งริมเส้นฝั่งขวาเป็นหน้าที่ของ ฆวน มาต้า ที่จะได้ลงสนามแทนที่ของ เมสัน กรีนวู้ด ที่มีปัญหาความฟิตจนไม่ได้ลงสนามในเกมที่แล้ว โดยจะประสานงานกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ยืนอยู่หลังกองหน้า และ มาร์คัส แรซฟอร์ด ฝั่งซ้าย 

     ทั้งนี้ อดีตนายใหญ่ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ คงจะใช้งาน ดาบิด เด เคอา ลงเฝ้าเสาต่อไป  โดยมี ดีน เฮนเดอร์สัน เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ขณะที่ อเล็กซ์ เตลลิส แบ็กซ้ายตัวใหม่ ก็จะได้รับโอกาสประเดิมสนามในเกมนี้แทนที่ของ ลุค ชอว์ ที่เพิ่งทำเข้าประตูตัวเอง เช่นเดียวกันกับ พอล ป็อกบา ที่ถูกดร็อปในเกมเมื่อวันเสาร์ก็จะออกสตาร์ตเป็นตัวจริงอีกครั้ง

    และข่าวล่าสุด  แฮร์รี แม็กไกวร์ ไม่ได้เดินทางไปกับทีมคาดว่ามีปัญหาบาดเจ็บจากเกมชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ขณะที่ เอริค ไบยี่ ก็เช่นกันทำให้ อั๊กเซล ตวนเซเบ้ คือตัวเลือกที่น่าจะถูกใช้งานนัดนี้


รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

     ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (4-3-3) : เกย์ลอร์ นาวาส – อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่, มาร์กินญอส, เพรสแนล คิมเพมเบ้, มิทเชล บัคเคอร์ – อันเดร์ เอร์เรร่า, อิดริสซ่า กาน่า เกย, ราฟินญ่า – อังเคล ดิ มาเรีย, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้, เนย์มาร์
     ผู้จัดการทีม : โธมัส ทูเคิ่ล

     แมนฯยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา (ดีน เฮนเดอร์สัน) – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ,  อั๊กเซล ตวนเซเบ้​, อเล็กซ์ เตลลิส – เนมานย่า มาติช, พอล ป็อกบา – ฆวน มาต้า, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
     ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

 

มิลานจุก!ชาลาโนกลูเดี้ยงพักกว่าสัปดาห์

"ปีศาจแดง-ดำ" เอซี มิลาน เจอข่าวไม่สู้ดีนัก เพราะล่าสุด ฮาคาน ชาลาโนกลู จอมทัพคนสำคัญ ได้รับบาดเจ็บระหว่างซ้อม และต้องพักราวสัปดาห์ครึ่ง

ฮาคาน ชาลาโนกลู กองกลางตัวรุกคนเก่งของ เอซี มิลาน สโมสรดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี จะพลาดช่วยทีมอย่างน้อยเป็นเวลา 10 วัน เนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บที่ข้อเท้า ตามรายงานจาก สกาย สปอร์ต อิตาเลีย สื่อกีฬาชั้นนำแดนมะกะโรนี เมื่อวันอังคารที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ชาลาโนกลู ได้รับบาดเจ็บระหว่างซ้อมเมื่อวันอังคาร และต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงในการเดิน และล่าสุด สกาย สปอร์ต อิตาเลีย ระบุว่า ผลการตรวจเช็คอาการบาดเจ็บของ ดาวเตะทีมชาติตุรกีวัย 26 ปี ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งพบว่า เจ้าตัวข้อเท้าแพลง และจะต้องพักแข้ง 10 วันเป็นอย่างต่ำ

นั่นหมายความว่า ชาลาโนกลู จะไม่ได้ช่วย มิลาน ในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก 2 นัดที่เจอกับ เซลติก (วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม) และ สปาร์ต้า ปราก (วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม) รวมถึงเกมลีกที่จะดวลกับ อาแอส โรม่า วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม

 

จอมพลังโรเบิร์ตสัน ! ผ่า 5 ข้อ ลิเวอร์พูล เปิดหัวเบาๆ บุกเฉือน อาแจ็กซ์

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล คงเห็นแนวทางในการแก้ปัญหาเซนเตอร์แบ็กหลัง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ต้องพักยาวจากอาการเจ็บเข่า เพราะตอนนี้ "หงส์แดง" มี ฟาบินโญ่ ที่สามารถทำหน้าที่นี้ได้อย่างดีไม่มีที่ติ ในเกมล่าสุดที่บุกชนะ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 1-0 ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี เมื่อวันพุธที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา
    ฟาบินโญ่ แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ที่สามารถทำผลงานในตำแหน่งกองกลางได้ดี และยังเล่นเป็นกองหลังได้อย่างสุขุม โดยในเกมเยือน อาแจ็กซ์ นั้น ดาวเตะชาวบราซิเลียน จับคู่กับ โจ โกเมซ ได้อย่างโดดเด่น และจัดการเกมรุกของเจ้าบ้านได้ดีเยี่ยม ที่สำคัญยังมีชอตเด็ดเคลียร์บอลจากเส้นประตูช่วงท้ายครึ่งแรก ซึ่งถือเป็นชอตไฮไลท์ของเจ้าตัวเลยทีเดียว

    ในขณะเดียวกัน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ดูเหมือนจะกลายเป็นนักเตะที่ คล็อปป์ ฝากผีฝากไข้ได้ในการทำหน้าที่เติมเกมบุกให้กับทีม เพราะ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แทบจะไม่มีบทบาทในการวิ่งขึ้นไปกดดันแนวรับอาแจ็กซ์ ขณะเดียวกัน ดาวเตะเลือดวิสกี้ ยังเล่นเกมรับได้ดี และสามารถวิ่งขึ้นลงได้แบบไม่มีหมดพลัง จนทำให้หลายคนสงสัยว่าเจ้าตัวมีเคล็ดลับอะไรที่ได้ฟิตเปรี๊ยะขนาดนี้

    สำหรับ อาเดรียน แมตช์นี้ถือว่าเป็นบทพิสูจน์ความสามารถของเขา แม้ว่าในช่วงต้นเกมจะมีจังหวะไม่เข้าใจกับ โกเมซ แต่ที่เหลือ นายด่านชาวสแปนิช ทำผลงานได้ดีเยี่ยม มีจังหวะการเซฟสวยๆ หลายคน ต้องยอมรับว่า คล็อปป์ ใจเด็ดมากๆ ที่กล้าใช้งานเขา และสิ่งนี้คือรางวัลที่นักเตะตอบแทนให้กับเจ้านายได้ดีเยี่ยม

1.  อาเดรียน ยังพอไว้วางใจได้บ้าง

    หลายคนอาจจะยังคลางแคลงใจในฝีมือของ อาเดรียน แต่ในเมื่อทีมไม่มี อลีสซง เบ็คเกอร์ ฉะนั้น คล็อปป์ จึงไม่มีทางเลือกที่จะไว้วางใจ นายทวารชาวสแปนิช ให้ทำหน้าที่เป็นมือ 1 แม้ว่าเขาจะทำผลงานไม่ค่อยน่าประทับใจโดยเฉพาะการพลาดจังหวะง่ายๆ หลายครั้งก็ตาม

    อย่างไรก็ตามในเกมเยือน อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เจ้าตัวทำผลงานที่ทำให้การตัดสินใจของ คล็อปป์ ถูกต้อง เมื่อโชว์จังหวะการป้องกันประตูได้หลายครั้ง โดยเฉพาะในครึ่งแรกที่เซฟระยะเผาขนจากการยิงของ ควินซี่ โพรเมส ได้อย่างน่าอัศจรรย์ นอกจากนี้ยังมีจังหวะป้องกันประตูจากการยิงของ โพรเมส เจ้าเดิม ในนาทที่ 58

    ขณะเดียวกัน อาเดรียน ยังมีจังหวะในการออกมาตัดบอลได้อย่างแม่นยำ ทำให้แนวรับของ "หงส์แดง" ไม่รู้สึกกดดัน อย่างไรก็ตามในช่วงต้นเกมอาจจะมีจังหวะหวาดเสียวที่ไม่เข้าใจกับ โจ โกเมซ จนเกือบเป็นต้นเหตุให้เสียประตู รวมไปถึงการจับบอลที่ไม่ค่อยนิ่ง นอกเหนือจากนั้นฟอร์มโดยรวมของเขาก็ถือว่าน่าประทับใจ

    สำหรับผลงานในแมตช์นี้ยังแสดงให้เห็นว่า อาเดรียน เป็นนักฟุตบอลที่มีจิตใจที่ค่อนข้างนิ่ง ไม่มีอาการประหม่า แม้ว่าเขาจะโดนเสียงวิจารณ์เยอะก็ตาม แต่ผลงานในเกมนี้ที่สามารถเก็บคลีนชีตได้ น่าจะเป็นการสร้างความมั่นใจในการเฝ้าเสาให้กับเจ้าตัว และเพื่อนร่วมทีมมากยิ่งขึ้น
   
2. ฟาบินโญ่-โกเมส คู่ขวัญเซนเตอร์แบ็ก

    การที่ "หงส์แดง" ไม่มี เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ อีกหลายเดือนเนื่องจากนักเตะต้องเข้ารับการผ่าตัดเอ็นไขว้หัวเข่า ทำให้สาวก "เดอะ ค็อป" หวั่นไหวอย่างมาก เพราะเซนเตอร์แบ็กอาชีพที่มีประสบการณ์เหลือแค่ โจ โกเมซ กับ โฌแอล มาติป เท่านั้น ซึ่งทั้งสองคนฟอร์มก็ออกแนวผีเข้าผีออกไว้วางใจไม่ได้มากนัก

    อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ ยังพอมีออปชั่นพิเศษในตำแหน่งกองหลัง นั่นก็คือการจับ ฟาบินโญ่ ลงมาทำหน้าที่เซนเตอร์แบ็กชั่วคราว และเจ้าตัวก็ทำได้ดีไม่มีที่ติ โดยคอยคุมเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น แถมยังมีจังหวะในการตัดบอลและเล่นสวนกลับเร็วจนทำให้ "หงส์แดง" กดดันเกมรับเจ้าบ้านได้ตลอด

    นอกจากนี้ ดาวเตะชาวบราซิเลียน ยังมีชอตแห่งชีวิตที่ทำให้ ลิเวอร์พูล รอดจากการเสียประตูไปได้อย่างเหลือเชื่อ โดยเกิดขึ้นในนาทีที่ 44 เมื่อ ดูซาน ทาดิช หลุดเข้าไปกระดกบอลข้ามหัว อาเดรียน แต่ ฟาบินโญ่ วิ่งมาเตะบอลออกจากเส้นประตูได้อย่างหวุดหวิด ขณะเดียวกันเขามักจะยืนถูกที่ถูกเวลา และยังมีจังหวะที่ขึ้นไปโหม่งลุ้นทำประตูตอนเตะมุมด้วย

    ขณะที่ โจ โกเมซ ก็เล่นได้โดดเด่นเช่นกัน หากไม่นับจังหวะต้นเกมที่ไม่เข้าใจกับ อาเดรียน นอกเหนือจากนั้นเขาสามารถคุมพื้นที่กองหลังได้ดีเยี่ยม แทบไม่มีจังหวะพลาดไม่เห็น ขณะที่ลูกกลางอากาศก็เก็บกินเรียบวุธ ฉะนั้น คล็อปป์ น่าจะพอฝากความหวังเอาไว้กับ กองหลังทีมชาติอังกฤษ ในการเป็นตัวตายตัวแทนของ ฟาน ไดค์

     ฉะนั้นมีความเป็นได้สูงที่ กุนซือชาวด๊อยท์ช จะตัดสินใจใช้งาน ฟาบินโญ่ ยืนคู่กับ โกเมซ ในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กอีกแมตช์ในเกมลีกพบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่สำคัญสำหรับ ดาวเตะเลือดแซมบ้า อาจมีความเป็นได้ที่เขาจะได้ยืนกองหลังไปอีกหลายเกม เพราะผลงานที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเจ้าตัวทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมจริงๆ

3. ไวจ์นัลดุม ผู้ปิดทองหลังพระ

    หนึ่งในนักเตะที่มักจะทำผลงานได้ดีเยี่ยม แต่ไม่ค่อยได้รับคำชมมากนักนั่นก็คือ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม เพราะหลายๆ แมตช์ที่เขาลงสนามคอยทำหน้าที่ในแดนกลาง เจ้าตัวเล่นได้ดี มีความคงเส้นคงวา และยังสามารถเชื่อมเกมจากรับเป็นรุกได้อย่างดีไม่มีที่ติ

    ฟอร์มในสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า ของ ไวจ์นัลดุม ถือว่าน่าสนใจมากๆ เพราะนักเตะต้องคุมเกมอย่างหนักในแผงมิดฟิลด์ และจัดการกับเกมแดนกลางของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ได้อยู่หมัด ในขณะเดียวกันก็ยังคอยคุมจังหวะเกมเพื่อสร้างโอกาสให้กับทีมในช่วงที่เปิดเกมบุก

    โดยเฉพาะในช่วงท้ายครึ่งหลัง ไวจ์นัลดุม มีโอกาสปั้นเกมให้กับทีมได้อย่างต่อเนื่อง และทำให้ "หงส์แดง" เกือบได้ประตูที่สองหลายครั้ง แถมยังคอยตัดบอลในแดนกลางจังหวะที่ อาแจ็กซ์ พยายามจะเติมเกมบุกสวนกลับ ซึ่งทำให้เจ้าบ้านต้องเสียจังหวะหลายครั้ง

    สำหรับตอนนี้แฟนบอล "เดอะ เร้ดส์" คงอยากสะกิด คล็อปป์ ให้รีบเปิดการเจรจาขยายสัญญาฉบับใหม่กับ ไวจ์นัลดุม เป็นการด่วน เพราะการที่ทีมมี ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ ลงสนาม จะช่วยทำให้แผงมิดฟิลด์มีความสมดุลมากยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าได้จับคู่กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ยิ่งทำให้แดนกลางแข็งแกร่งมาขึ้นเป็นทวีคูณ
 
4. สามประสามสำรองทดแทน "หินเหล็กไฟ"

    หลายคนอาจจะรู้สึกกังวลใจว่า คล็อปป์ ใช้งาน ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มากเกินไปจนอาจส่งผลต่อสภาพร่างกายได้ แต่สำหรับในฤดูกาลนี้ "หงส์แดง" มีขุมกำลังสำรองในเกมรุกที่สามารถลงมาทดแทนทั้ง 3 คน และประสิทธิภาพก็ไม่ลดทอนลงไปด้วย

    สามประสาน "เอสเอ็มเอฟ" ลงสนามเป็นตัวจริงมาตลอดในเกมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ บางแมตช์พวกเขาต้องเล่นจนจบเกม ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีอาการเหนื่อยล้า อย่างไรก็ตามในแมตช์ แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อค่ำคืนวันพุธที่ผ่านมา แสดงให้เห็นแล้วว่าทีมยังมีสามแนวรุกที่พร้อมลงไปทดแทน มาเน่, ฟีร์มีโน่ และ "บังโม" ได้ทันที

    คล็อปป์ ตัดสินใจเปลี่ยนตัวแนวรุก "หินเหล็กไฟ" ออกหลังเกมผ่านไปเกือบชั่วโมง โดยเลือก เซอร์ดาน ชากีรี่, ทาคุมิ มินามิโนะ และ ดีโอโก โชต้า ลงสนามพร้อมกัน โดยพวกเขาเล่นได้ดีเยี่ยมสามารถไล่กดดันเกมรับของ อาแจ็กซ์ ได้ตลอด โดยเฉพาะการวิ่งเพรสซิ่ง จนทำให้พวกเขาตั้งเกมไม่ได้

    นอกจากนี้ยังมีหลายจังหวะในช่วงท้ายเกมที่ทั้งสามคนพยายามสร้างโอกาสยิงประตู อย่างเช่นจังหวะที่ มินามิโนะ มีโอกาสสับไกลบริเวณกรอบเขตโทษแต่โดน อ็องเดร โอนาน่า นายด่านอาแจ็กซ์ ปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด และยังมีครั้งที่เจ้าตัว ประสานงานกับ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หลุดเข้าไปในเขตโทษ แต่ยิงไปติดโกลเจ้าบ้านอีกครั้ง

    ในส่วนของ โชต้า ได้แสดงให้เห็นถึงทักษะการเล่น การครองบอลที่เหนียวแน่ และยังมีจังหวะส่งบอลให้ ไวจ์นัลดุม เกือบทำประตูได้ในนาทีที่ 90 สำหรับ ชากีรี่ นอกจากจังหวะที่ส่งบอล ให้ มินามิโนะ ได้ซัดไกลแล้วที่เหลือเจ้าตัวทำผลงานได้ตามมาตรฐาน

    ฉะนั้นหากมองภาพรวมต้องบอกว่าทั้งสามแนวรุกสำรอง พร้อมที่จะลงมาทดแทน มาเน่, ซาล่าห์ และ ฟีร์มีโน่ ได้ในอนาคตอย่างแน่นอน

5. จอมพลังโรเบิร์ตสัน
    ต้องยอมรับว่าแมตช์นี้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ทำหน้าที่แบ็กซ้ายได้ดีเยี่ยม โดยวิ่งเติมเกมรุกอย่างต่อเนื่อง และยังเล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น สวนทางกับ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่เกมนี้แทบไม่มีบทบาทในเกมรุกมากนัก ส่วนเกมรับก็ยังพอประคับประคองตัวเองไปได้

    การมาเยือน อาแจ็กซ์ ต้องบอกว่า "หงส์แดง" เน้นขึ้นเกมรุกทางฝั่งซ้ายแทบตลอดทั้งเกม โดย โรเบิร์ตสัน ไม่ทำให้สาวก "เดอะ ค็อป" ต้องผิดหวัง เพราะเขาสามารถวิ่งทะลุทะลวงเข้าไปในพื้นที่คู่แข่ง และยังมีโอกาสเปิดบอลสร้างความหวาดเสียวในพื้นที่สุดท้ายได้บ่อยๆ

    หนึ่งในจุดเด่นของฟูลแบ็กชาวสกอตติช ก็คือพละกำลังที่มีเหลือเฟือ วิ่งแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จะว่าไปแล้วต้องบอกว่า โรเบิร์ตสัน เป็นนักเตะที่ฟิตมากกว่าเดิมหลายเท่าด้วยซ้ำ โดยตั้งแต่เสียงนกหวีดดังจนกระทั่งเสียงนกหวีดยาวหมดเวลา นักเตะรายนี้วิ่งแบบไม่มีอาการเหนื่อยล้าให้เห็น

    ก่อนหน้านี้จะเห็นว่า โรเบิร์ตสัน กับ "เจ้าหนูเทรนต์" จะค่อยช่วยเหลือกันวิ่งเติมเกมรุกทางริมเส้น แต่สำหรับในเกมล่าสุด แบ็กซ้ายทีมชาติสกอตแลนด์ ต้องรับหน้าที่เติมเกมรุกมากกว่าเดิม และยังต้องคอยทำหน้าที่เล่นลูกตั้งเตะ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่แฟนบอล "เดอะ เร้ดส์" จะยกย่องแข้งเลือดวิสกี้ เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของทีม

ปาร์เตย์ลุ้นเดบิวต์? คาดการณ์ 11 ตัวจริงบิ๊กแมตช์แมนซิตี้ปะทะอาร์เซน่อล

คืนนี้พรีเมียร์ลีกมีบิ๊กแมตช์น่าสนใจที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม โดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เตรียมเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล ของ มิเกล อาร์เตต้า แน่นอนว่าทั้งสองกุนซือเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องมาก่อน งานนี้ทำให้เพิ่มดีกรีความันส์ แต่ทั้งสองกุนซือจะจัดทัพอย่างไร เราลองมาคาดเดากัน
แมนฯ ซิตี้ (4-3-3)

ผู้รักษาประตู: เอแดร์ซอน โมราเอส

    แน่นอนว่าผู้รักษาประตูยังคงใช้มือหนึ่ง เอแดร์ซอน ต่อไป แต่เจ้าของรางวัลถุงมือทองคำฤดูกาลที่แล้วยังไม่สามารถเก็บคลีนชีทได้เลยหลังจากผ่านมา 3 นัด

แนวรับ: ไคล์ วอล์คเกอร์, รูเบน ดิอาส, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์, เบนฌาแม็ง เมนดี้

    แผงหลังน่าจะใช้ผู้เล่นชุดเดิมจากนัดที่แล้ว โดยเซนเตอร์แบ็กตัวใหม่อย่าง รูเบน ดิอาส จะออกสตาร์ทตัวจริงนัดที่สองในลีกยืนคู่กับ เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ ขณะที่แบ็กทั้งสองข้าง ไคล์ วอล์คเกอร์ และ เบนฌาแม็ง เมนดี้ ยังลงสนามต่อเช่นเคย แม้รายหลังจะอยู่ในฟอร์มแย่ก็ตาม

กองกลาง: อิลคาย กุนโดกัน, โรดรี้ เอร์นานเดซ, ฟิล โฟเด้น

    “เรือใบสีฟ้า” เจอปัญหาใหญ่เมื่อจอมทัพของทีมอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ บาดเจ็บจากเกมทีมชาติทำให้ อิลคาย กุนโดกัน จะรับหน้าที่คุมแดนกลางแทน โดยมี โรดรี้ และ ฟิล โฟเด้น ยึดตัวจริงต่อเนื่องจากนัดที่แล้ว

แนวรุก: แบร์นาโด้ ซิลวา, ราฮีม สเตอร์ลิง, ริยาด มาห์เรซ

    อีกหนึ่งปัญหาของทีมในตอนนี้คือไม่มีกองหน้าธรรมชาติเหลืออยู่แล้วเนื่องจาก กาเบรียล เชซุส และ เซร์คิโอ อเกวโร่ ยังคงบาดเจ็บอยู่ทั้งคู่แม้ในรายหลัง เป๊ป จะให้สัมภาษณ์ก่อนเกมว่ามีลุ้นฟิตกลับมาทันแต่เชื่อว่าเจ้าตัวจะไม่ออกสตาร์ทตัวจริง ทำให้ เป๊ป ต้องใช้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ยืนหัวหอกเหมือนกับนัดที่แล้วแม้ว่าเจ้าตัวจะมีอาการบาดเจ็บติดมาจากทีมชาติก็ตาม

    ส่วนริมเส้น เป๊ป มีตัวเลือกค่อนข้างเยอะ แบร์นาโด้ ซิลวา และ ริยาด มาห์เรซ  อาจได้ออกสตาร์ทตัวจริง แต่ในรายของ เฟร์ราน ตอร์เรส ก็มีลุ้นเช่นกัน

จริงไหม? “บรูโน่” โกรธแมนยูเซ็นแข้งเป้าหมายไม่ได้

สื่อดังตีข่าว บรูโน่ แฟร์นันด์ส จอมทัพเลือดฝอยทอง ไม่ปลื้ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไม่รักษาสัญญาที่ให้เอาไว้ว่าจะมีการทุ่มเงินเพื่อเสริมแกร่ง โดยหวังจะเห็นทีมเทียบชั้น แมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล แต่สุดท้ายแข้งเป้าหมายที่เล็งเอาไว้แห้วเรียบวุธ
               บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางทีมชาติโปรตุเกสของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวว่าทั้งโกรธและผิดหวังที่ตนเองเหมือนถูกหักหลังจากทัพ "ปีศาจแดง" จากกรณีที่ต้นสังกัดพลาดเซ็นสัญญานักเตะเป้าหมายในช่วงซัมเมอร์นี้ จากการเปิดเผยของ เดอะ ทรานส์เฟอร์ วินโดว์ รายการพ็อดแคสต์เกี่ยวกับการซื้อ-ขายนักเตะในประเทศอังกฤษ 

              "เร้ด เดวิลส์" ตกเป็นข่าวหนาหูเกี่ยวกับเรื่องการเซ็นสัญญากับ เจดอน ซานโช่ ปีกตัวเก่งจาก "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในช่วงตลาดพ่อค้าแข้งรอบแรก นอกจากนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ "ผีแดง" ยังหมายตา แจ็ค กรีลิช มิดฟิลด์กัปตันทีมแอสตัน วิลล่า รวมทั้งความพยายามที่จะซื้อเซนเตอร์แบ็กเพื่อมาอุดช่องโหว่เกมรับ

              กระนั้นหลังจากที่คว้า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ (ราว 1,330 ล้านบาท) แมนฯ ยูไนเต็ด คาดหวังว่าจะคว้า ซานโช่ มาเสริมแกร่งต่อทันที แต่ติดเพียงแค่ว่าพวกเขาอยากให้ ดอร์ทมุนด์ ลดค่าตัวที่ตั้งเอาไว้สูงถึง 108 ล้านปอนด์ (ราว 4,104 ล้านบาท) ลงมา แต่สุดท้ายก็กินแห้วไปตามระเบียบ ส่วนเป้าหมายอื่นๆ ก็ไม่ได้ตัวมาร่วมทีมด้วย

             จากรายงานของ เดอะ ทรานส์เฟอร์ วินโดว์ ระบุว่า แฟร์นันด์ส ไม่ปลื้มกับแนวทางในการซื้อนักเตะมาเสริมแกร่งในช่วงซัมเมอร์นี้ของสโมสรอย่างมาก และรู้สึกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ให้เอาไว้ว่ากับเขาตอนที่ตัดสินใจย้ายมาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

            นอกจากนี้ จอมทัพเลือดฝอยทอง ยังคาดหวังว่าจะได้เห็นนักเตะคุณภาพชั้นยอดเข้ามาเล่นใน "โรงละครแห่งความฝัน" ซึ่งจะทำให้ทัพ "ปีศาจแดง" สามารถที่จะก้าวขึ้นมาแข่งขันกับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ แต่สุดท้ายมันไม่เกิดขึ้น และนั่นทำให้ แมนฯ ยูฯ ดูเหมือนจะยังอยู่ห่างไกลจากการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

            ก่อนหน้านี้ "ดิ แอธเลติก" สื่อดังระดับโลก ตีข่าวว่า แฟร์นันด์ส ระเบิดอารมณ์อย่างรุนแรงภายในห้องแต่งตัวช่วงพักครึ่งเกมที่แพ้ยัง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-6 แถมอารมณ์ของเขายิ่งโกรธเป็นทวีคูณเมื่อ โซลชา ตัดสินใจเปลี่ยนตัวออกในครึ่งหลังด้วย

ใช่เหรอ? “พ่อปาร์เตย์” เผยแนะลูกปฏิเสธ “2 ทีมดัง” ชี้ไม่ท้าทายเพราะได้เล่นชปล.

เจค็อบ ปาร์เตย์ คุณพ่อบังเกิดเกล้าของ โธมัส ปาร์เตย์ ออกมาเปิดเผยว่าลูกชายของเขาได้รับความสนใจจาก ยูเวนตุส และ เชลซี ก่อนจะลงเอยกับ อาร์เซน่อล

ปาร์เตย์ เป็นกองกลางคนสำคัญของ แอตเลติโก มาดริด โดยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนตกเป็นข่าวกับ อาร์เซน่อล มาอย่างยาวนาน

มิดฟิลด์ทีมชาติกานาวัย 27 ปีเพิ่งย้ายมาร่วมทัพอาร์เซน่อล เมื่อตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วยค่าตัว 45 ล้านปอนด์ โดยล่าสุด พ่อของเขาออกมาเปิดเผยว่า

"เรารู้ว่ามีความสนใจจาก ยูเวนตุส และ เชลซี ผมสังเกตว่าลูกชายอยากเล่นให้ทีมระดับยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ผมก็แนะนำเขาไปว่าทำไมไม่ลองไปทีมที่ไม่ได้เล่น แล้วช่วยให้พวกเขาได้ไปเล่นล่ะ?"

ปาร์เตย์นำทัพ! อาร์เซน่อลขอชัยบุกปะทะราปิดเปิดหัวยูโรปาลีก

"ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล เกมลีกแพ้มา งานนี้มีภารกิจบอลยุโรปถ้วยเล็ก โธมัส ปาร์เตย์ ลงยืนคุมแดนกลางนำทีมลุยเจ้าบ้าน ราปิด เวียนนา ทีมแกร่งจากออสเตรียที่ฟอร์มเพิ่งดุดัน ในการแข่งขันฟุตบอลยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี นัดแรก คืนวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2563
ปรีวิวยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี นัดแรก
วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2563
ราปิด เวียนนา (ออสเตรีย )- อาร์เซน่อล (อังกฤษ)
เวลา : 23.55 น.
สนาม : อัลลิอันซ์ สตาดิโอน

    ราปิด เวียนนา ไล่อัดเวียเนอร์ นอยสตัดท์ 5-1 ในศึกออสเตรีย คัพ ล่าสุด และชนะ 3 นัดติดต่อกัน กุนซือ ดีทมาร์ คูห์เบาเออร์ ไร้ปัญหารบกวนเพิ่มเติมแม้มีรายงานว่านักเตะ   รายนึงที่ไม่มีการเผยชื่อ ติดโควิดก็ตาม แต่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ 

    ส่วนตัวหลักรายอื่น ๆ ต่างพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม นำโดย ฟิลิป สตอยโควิช, มักซิมิเลียน โฮฟมันน์, เซอร์ดาน กราโฮวัช, เดยัน ลูบิซิช, ฟิลิปป์ โชเบสแบร์เกอร์ และ ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส 

อาร์เซน่อล พ่ายแมนฯ ซิตี้ 0-1 ในพรีเมียร์ลีกล่าสุด และเป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 3 เกม กุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ปราศจาก โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส และ เมซุต โอซิล ที่ไม่ได้ใส่ชื่อไว้

    ส่วน โธมัส ปาร์เตย์ กองกลางตัวใหม่ น่าจะได้ออกสตาร์ต เช่นเดียวกับบรรดาดาวรุ่งอย่าง รีสส์ เนลสัน, เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ และ โจ วิลล็อค ก็น่าจะได้มีส่วนร่วมทั้งหมด
   
11 นักเตะตามคาด   
   
    ราปิด เวียนนา (3-4-3) : ริชาร์ด สเตรบิงเกอร์ – ฟิลิป สตอยโควิช, มักซิมิเลียน โฮฟมันน์, มาเตโอ บารัช – เคลวิน อราเซ่, เซอร์ดาน กราโฮวัช, เดยัน ลูบิซิช, มักซิมิเลียน อูลล์มันน์ – ฟิลิปป์ โชเบสแบร์เกอร์, เออร์คาน คาร่า, ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส

    เทรนเนอร์ : ดีทมาร์ คูห์เบาเออร์

    อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : รูนาร์ รูนาร์สสัน – ดาวิด ลุยซ์, กาเบรียล มากัลเญส, เซอัด โคลาซินัช – เซดริก โซอาเรส, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, โธมัส ปาร์เตย์, เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ – โจ วิลล็อค, รีสส์ เนลสัน – เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์

    เทรนเนอร์ : มิเกล อาร์เตต้า    

    ผู้ตัดสิน : พาเวล คราโลเว็ช (เช็ก)

เพิ่งยืมมาแท้ๆ!แฮร์ธ่ายันเกนดูซี่ติดโควิด

มัตเตโอ เกนดูซี่ กลายเป็นนักเตะรายล่าสุดที่ติดเชื้อโควิดระหว่างไปรับใช้ชาติ ส่งผลให้ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ยังต้องอดใช้งาน หลังเพิ่งยืมมาจาก อาร์เซน่อล

แฮร์ธ่า เบอร์ลิน สโมสรในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ประกาศยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา มัตเตโอ เกนดูซี่ กองกลางดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส ที่เพิ่งยืมตัวมาจาก อาร์เซน่อล มีผลตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ออกมาเป็นบวก

"หญิงชรา" ปิดดีลยืมมิดฟิลด์วัย 21 ปี มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาลในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ แต่นักเตะกลับติดโควิดหลังเพิ่งไปเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศส รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ที่พบกับ ลิกเตนสไตน์ และ สโลวาเกีย ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

 แฮร์ธ่า เบอร์ลิน แถลงว่า " มัตเตโอ เกนดูซี่ มีผลตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ออกมาเป็นบวกหลังเดินทางกลับมาจากการไปเล่นให้ทีมชาติ มันไม่มีการสัมผัสกับนักเตะคนไหนของ แฮร์ธ่า หรือสตาฟฟ์โค้ช เขาไม่มีอาการและรู้สึกสบายดี แต่เวลานี้จะต้องแยกไปกักตัวเป็นเวลา 10 วัน"

ในเวลานี้ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน รั้งอันดับ 13 ในตารางคะแนน บุนเดสลีกา โดยมี 3 แต้ม จากการลงแข่ง 3 นัด ยิงได้ 8 ประตู เสีย 8 ประตู

 

ยูเว่ปวดหัว! “แม็คเคนนี่ ติดโควิดเพิ่มอีกราย

 

ม้าลาย” ยูเวนตุส ทีมดังแห่งศึกกัลโช เซเรีย อา อิตาลี ประกาศยืนยัน เวสตัน แม็คเคนนี่ กองกลางวัย 22 ปีของทีม ถูกตรวจพบติดเชื้อไวรัสโควิด-19

โดยยูเวนตุส ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า “สโมสรยูเวนตุส ขอประกาศว่าในช่วงระหว่างที่มีการตรวจหาเชื้อตามมาตรการเฝ้าระวัง นักเตะของเรา เวสตัน แม็คเคนนี่ มีผลการตรวจเป็นบวกจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับการปฏิบัติตามกฎข้อบังครับ และมาตรการเฝ้าระวัง ทีมจะเข้าสู่การกักตัวทันที”

“สำหรับในกระบวนการนี้จะอนุญาตให้ทุกๆ คนที่มีผลการตรวจเป็นลบสามารถที่จะลงฝึกซ้อมได้ตามปกติ และทำกิจกรรมทุกอย่างที่เกี่ยวกับการแข่งขันได้ แต่จะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการติดต่อกับบุคคลภายนอกกลุ่ม โดยสโมสรจะทำการติดต่อกับเจ้าหน้าที่สาธารณะสุขอย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ เวสตัน แม็คเคนนี่ เป็นนักเตะรายที่ 2 ต่อจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงซูเปอร์สตาร์ของทีมที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงฟีฟ่าเดย์ในรอบนี้