เยอรมันหวิดแย่ท้ายเกม! สวิสรุกหนักไล่เจ๊า แบ่งแต้มเนชั่นส์ ลีก

"อินทรีเหล็ก" แม้จะพังประตูขึ้นนำไปก่อนจาก อิลคาย กุนโดกัน ทว่าในครึ่งหลังโดนเจ้าถิ่น สวิตเซอร์แลนด์ ไล่ตีเสมอ 1-1 แถมเกือบจะโดนพลิกแซงขึ้นนำหลายต่อหลายหนแต่รอดตัวมาได้ ทำให้เสมอเป็นแมตช์ที่ 2 ติดต่อกันมี 2 คะแนน ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา

สนาม : เซนต์ จาค็อบ-พาร์ค, บาเซิ่ล

"อินทรีเหล็ก" เยอรมัน ประเดิมเกมแรกด้วยการแบ่งแต้มกับ สเปน 1-1 เกมนี้เล่นเป็นนัดที่สองด้วยการบุกไปเยือน สวิตเซอร์แลนด์ ที่แมตช์แรกพ่าย ยูเครน 1-2

วลาดิเมียร์ เพ็ตโควิช บอสใหญ่ของทัพแดน "นาฬิกา" ส่ง ฮาริส เซเฟโรวิช เป็นหน้าเป้า ส่วน  โยอาคิม เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์ของเยอรมันวาง ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์, ลีรอย ซาเน่ และให้ ติโม แวร์เนอร์ ยืนค้ำหน้า

เริ่มเกมครึ่งแรก เป็นฝั่ง เยอรมัน ที่บุกเข้าใส่ทันทีเลย และนาทีที่ 7 เกือบได้ลุ้นจากจังหวะที่ ลีรอย ซาเน่ ซัดด้วยขวาจน ยานน์ ซอมเมอร์ ต้องปัดออกไป

นาที 14 "อินทรีเหล็ก" มาชิงขึ้นนำไปก่อน 1-0 มัทธีอัส กินเทอร์ ไหลบอลคืนหลังให้ อิลคาย กุนโดกัน วิ่งมาแปด้วยขวาบอลไปแฉลบแข้งสวิสก่อนเบียดเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบขาด

เจ้าถิ่นได้ตอบโต้เช่นกัน นาที 21  ลอริส เบนิโต้ ได้ลองปั่นด้วยขวานอกกรอบแต่บอลหลุดเสาออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น

อีก 5 นาทีถัดมา สวิตเซอร์แลนด์ พลาดโอกาสทองไล่ตีเสมอ หลัง บรีล เอ็มโบโล่ แทงบอลให้ เรนาโต้ สเตฟเฟ่น หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายแต่บอลยังไปติดขา แบรนด์ เลโน่

นาที 35 เจ้าบ้านยังเดินหน้ารุกเข้าใส่ คราวนี้ ฮาริส เซเฟโรวิช พลิกบอลม้วนตัวหนี นิคลาส ซือเล่ ก่อนจะซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งเหินคานออกไป

อีกนาทีต่อมา ติโม แวร์เนอร์ ได้รับโอกาสบ้างหลังรับบอลของ โรบิน โกเซ่นส์ แต่ดาวยิงจากเชลซีดันยิงเหินคานไปแบบหมดลุ้น

นาที 42 ฮาริส เซเฟโรวิช  เกือบยิงประตูให้ทีมไล่ตีเสมอ แต่จังหวะซัดด้วยขวาเน้นๆ บอลพุ่งไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

จบครึ่งแรก สวิตเซอร์แลนด์ ตามหลัง เยอรมัน 0-1

ครึ่งหลัง เยอรมัน ถอดเอา ลีรอย ซาเน่ ออกมาพักแล้วส่ง ยูเลี่ยน บรันด์ท ลงไปเล่นแทน

 นาที 58 สวิสเซอร์แลนด์ มาทวงประตูไล่ตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ กรานิต ชาคา วางบอลยาวไปที่ว่างให้ บรีล เอ็มโบโล่ ที่เล่นได้โดดเด่นเลี้ยงจี้เข้าไปในกรอบ ก่อนผ่านไปเสาไกลให้ ซิลวาน วิดเมอร์ ที่เติมขึ้นมาซัดด้วยขวาผ่าน แบรนด์ เลโน่ เข้าไป

นาที 67 เจ้าบ้านเกือบแซงขึ้นนำ หลัง กรานิต ชาคา กัปตันทีมตะบันด้วยขวานอกกรอบเน้นๆ บอลพุ่งแม้จะตรงตัว เลโน่ แต่นายด่านปืนใหญ่รับไม่อยู่ ก่อนจะตามตะครุบไว้ได้
   
อีก 3 นาทีต่อมา บรีล เอ็มโบโล่ ที่เล่นได้เด่นมากในวันนี้เล่นต่อไปไม่ไหวหลังบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวเออก ก่อนที่จะส่ง รูเบน วาร์กาส ลงมาแทน

เจ้าบ้านบี้อย่างหนักเพื่อหวังแซงเอาชนะให้ได้ นาที 85 สวิสมาได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ และเป็น กรานิต ชาคา ที่วิ่งมาซัดด้วยขวาบอลพุ่งผ่านกำแพงเกือบจะเสียบเสาสองอยู่แล้วแต่ดีที่ แบรนด์ เลโน่ พุ่งปัดออกหลังหวุดหวิด

จบเกม สวิตเซอร์แลนด์ เสมอกับ เยอรมัน 1-1 แบ่งแต้มกันไปทีมละหนึ่งคะแนน ทำให้ เยอรมัน เสมอสองเกมติดมี 2 คะแนน รั้งอันดับ 3 ส่วน สวิส มีแต้มแรกรั้งอยู่บ๊วยของกลุ่ม 4 ลีก เอ

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
   

โกเซนส์มาแล้ว!เลิฟแบโผ22แข้งทีมชาติเยอรมนีเตะเนชั่นส์ลีก

โยอัคคิม เลิฟ กุนซือทีมชาติเยอรมนี เปิดโผขุนพล "อินทรีเหล็ก" ที่จะใช้ลงทำศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ช่วงต้นเดือนหน้าออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยที่ โรบิน โกเซนส์ ฟูลแบ็กดาวดัง อตาลันต้า มีชื่อติดทัพเป็นครั้งแรก

     โยอัคคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี ประกาศรายชื่อ 22 ผู้เล่น ชุดที่จะใช้ลงเตะเกม ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2020/21 จำนวน 2 นัด ที่มีคิวเปิดบ้านเจอ สเปน วันที่ 3 กันยายน และบุกไปเยือน สวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 6 กันยายน ออกมาเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     แข้งดาวดังอย่าง โทนี่ โครส ห้องเครื่อง เรอัล มาดริด, ลีรอย ซาเน่ ปีกตัวใหม่ บาเยิร์น มิวนิค, ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวรุ่ง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และ ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกป้ายแดง เชลซี ต่างมีชื่อติดโผกันอย่างพร้อมหน้

     อย่างไรก็ตาม บรรดาแข้งตัวหลักจากค่าย "เสือใต้" อย่าง มานูเอล นอยเออร์, โยชัว คิมมิช, แซร์จ นาบรี้ และ ลีออน โกเร็ตซ์ก้า ไม่มีชื่อติดทีม เนื่องจากได้รับอนุญาตให้พัก หลังเพิ่งช่วยต้นสังกัดพิชิต ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 1-0 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา
 
     สำหรับนักเตะหน้าใหม่ที่ถูกเรียกตัวติดทัพ "อินทรีเหล็ก" เป็นครั้งแรกมี 3 ราย ซึ่งประกอบไปด้วย โรบิน โกเซนส์ แบ็กซ้ายตัวเก่ง อตาลันต้า, โฟลเรียน นอยเฮาส์ มิดฟิลด์ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค และ โอลิเวอร์ เบามันน์ นายทวารฝีมือดีจาก ฮอฟเฟ่นไฮม์

สรุปรายชื่อ 22 ผู้เล่นทีมชาติเยอรมนี

     ผู้รักษาประตู : เควิน ทรัปป์ (ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต), แบร์นด์ เลโน่ (อาร์เซน่อล / อังกฤษ), โอลิเวอร์ เบามันน์ (ฮอฟเฟ่นไฮม์)

     กองหลัง : ธีโล เคห์เลอร์ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง / ฝรั่งเศส), โรบิน โกเซนส์ (อตาลันต้า / อิตาลี), มัทธีอัส กินเทอร์ (โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค), โจนาธาน ทาห์ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น), นิโค่ ชูลซ์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์), นิคลาส ซือเล่ (บาเยิร์น มิวนิค), อันโตนิโอ รือดิเกอร์ (เชลซี / อังกฤษ), โรบิน ค็อค (ไฟร์บวร์ก)

     กองกลาง : โฟลเรียน นอยเฮาส์ (โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค), ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง / ฝรั่งเศส), โทนี่ โครส (เรอัล มาดริด / สเปน), ยูเลี่ยน บรันด์ท (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์), ไค ฮาแวร์ตซ์ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น), ลีรอย ซาเน่ (บาเยิร์น มิวนิค), ซูอัต แซร์ดาร์ (ชาลเก้ 04), อิลคาย กุนโดกัน (แมนเชสเตอร์ ซิตี้ / อังกฤษ), เอ็มเร่ ชาน (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

     กองหน้า : ติโม แวร์เนอร์ (เชลซี / อังกฤษ), ลูก้า วัลด์ชมิดท์ (เบนฟิก้า / โปรตุเกส)

เนย์มาร์ย้ายค่ายเตรียมเปิดตัว 1 ก.ย.

เนย์มาร์ เตรียมยุติความสัมพันธ์กับ ไนกี้ เพื่อไปอยู่กับ พูม่า ตามรายงานข่าวจาก Diario do Peixe สื่อในประเทศบราซิล
    เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ชาวแซมบ้า ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง เตรียมเซ็นสัญญากับ พูม่า แบรนด์กีฬาชื่อดังจากประเทศเยอรมนี หลังจากกำลังจะหมดสัญญากับ ไนกี้ ในวันที่ 31 สิงหาคมนี้

    ไนกี้ เข้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้กับ เนย์มาร์ ตั้งแต่อายุแค่ 13 ปี โดยสาเหตุส่วนหนึ่งที่ดาวเตะทีมชาติบราซิลตัดสินใจแยกทางกับแบรนด์สหรัฐฯ ก็เนื่องจากสายสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นเหมือนก่อน โดยโฆษณาตัวล่าสุดของ ไนกี้ ก็ไม่ปรากฏภาพของ เนย์มาร์ เป็นหนึ่งในนั้น

    ตามรายงาน ระบุว่า เนย์มาร์ เตรียมที่จะเปิดตัวกับ พูม่า ทันทีหลังจากหมดพันธะกับ ไนกี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 1 กันยายน นี้

ต้องสโมสรนี้เลย! “ริวัลโด้” ชี้เป้า “เมสซี่” ควรเลือกย้ายซบทีมนี้ดีที่สุด

ริวัลโด้ ตำนานลูกหนังชาวบราซิล ออกมายืนยันว่าถ้า ลีโอเนล เมสซี่ จะย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า จริงๆ ล่ะก็ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มี เป๊ป กวาร์ดิโอลา เป็นกุนซือคือทางเลือกที่ดีสุด

"ผมเชื่อว่า แมนฯ ซิตี้ น่าจะเป็นทีมใหม่ที่ดีสุดสำหรับ เมสซี่ หากย้ายออกจาก บาร์ซ่า เพราะถึงแม้เจ้าตัวจะอายุ 33 แล้วแต่ด้วยฟอร์ม ด้วยคุณภาพ ด้วยพรสวรรค์ เขายังโลดแล่นอยู่บนจุดสูงสุดหรือเป็นดาวเด่นบนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้อีกราว 1-3 ปีเลยทีเดียว" อดีตแข้งแซมบ้า กล่าว

"สำคัญคือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นโค้ชที่เข้าใจในตัว เมสซี่ อย่างลึกซึ้ง อย่าลืมนะว่าทั้งคู่เคยประสบความสำเร็จร่วมกันอย่างยิ่งใหญ่มาก่อน ฉะนั้นจะเค้นเอาศักยภาพที่มีอยู่ออกมาได้หมดจด"

"ยอมรับว่าพอคิดแบบนี้แล้ว ก็อยากเห็น เป๊ป สร้างทัพเรือใบสีฟ้าขึ้นโดยมี เมสซี่ เป็นศูนย์กลางเหลือเกิน เขาสามารถสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้ในทุกๆ จังหวะ จนพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกหลายๆ ครั้งแน่นอน"

ส่องไลน์อัพลิเวอร์พูล-อาร์เซน่อลชิงโล่การกุศล

คาด 11 ตัวจริงของ ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล ในเกมชิงโล่การกุศล โดยที่ทั้งสองทีมอาจยังให้กองหน้าดาวรุ่งลงล่าตาข่าย หลังผลงานดีในเกมอุ่นเครื่อง
    ฟุตบอล คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ปีนี้จะเป็นการพบกันระหว่าง ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก กับ อาร์เซน่อล แชมป์ เอฟเอ คัพ ที่สนามเวมบลีย์ ในคืนวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคมนี้ (22.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย)

    ศึกชิงโล่การกุศลรายการนี้นับเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลใหม่ใกล้เปิดฉาก โดยที่ซีซั่น 2020/21 จะออกสตาร์ตตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 กันยายนนี้

    ในเกมนี้คาดว่า ทั้งสองทีมอาจจะยังไม่ส่งชุดใหญ่ลงเต็มสูบ โดยฝั่ง ลิเวอร์พูล มีนักเตะเจ็บอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โฌแอล มาติป และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด ขณะที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ยังต้องรอเช็กความฟิต

    คาดว่า เกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ "หงส์แดง" จะส่ง อลีสซง เบ็คเกอร์ ลงเฝ้าเสา ส่วนแผงแบ็กโฟร์อาจให้ เนโก วิลเลี่ยมส์ ลงมาทำหน้าที่แทน อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ส่วนคู่เซนเตอร์แบ็ก ฟานไดค์ น่าจะได้ลงจับคู่กับ โจ โกเมซ โดยมี แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ยืนเป็นแบ็กซ้าย

    ส่วน 3 กองกลางให้ ฟาบินโญ่ ยืนเป็นตัวตัดเกมอยู่หลัง เคอร์ติส โจนส์ กับ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ขณะที่ 3 ประสานแดนหน้าใช้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และอาจเปิดโอกาสให้ ริอาน บรูว์สเตอร์ หัวหอกดาวรุ่งได้ลงเป็นตัวจริงแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ หลังทำผลงานเยี่ยมในช่วงอุ่นเครื่องปรีซีซั่น

    ด้าน อาร์เซน่อล มีข่าวว่า นักเตะ 4 รายโดนกักตัว หลังเพิ่งกลับจากการเดินทางไปพักร้อนในต่างแดนโดยหนึ่งในนั้นคือ เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ ผู้รักษาประตูชาวอาร์เจนไตน์ ทำให้ แบรนด์ เลโน่ จะได้กลับมาเป็นตัวจริงหลังหายเจ็บแล้ว

    ส่วนเซนเตอร์แบ็ก 3 คนใช้ วิลเลี่ยม ซาลิบา, ดาวิด ลุยซ์ และ คีแรน เทียร์นี่ หลัง ชโคดราน มุสตาฟี่ กับ ปาโบล มารี ยังมีอาการบาดเจ็บรบกวน

    ขณะที่กองกลาง 4 คนให้ เซดริก โซอาเรส ยืนฝั่งขวา ส่วน บูกาโย่ ซาก้า ประจำการด้านซ้าย โดยมี กรานิต ชาคา กับ โจ วิลล็อค ยืนคู่กลาง

    ด้าน 3 ประสานแนวรุกให้ วิลเลี่ยน ปีกคนใหม่ยืนด้านขวา ขณะที่ ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมย็อง เล่นด้านซ้าย โดยมี เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ยืนหน้าเป้าหลังผลงานเยี่ยมยิงประตูได้ในเกมอุ่นเครื่องที่ถล่ม เอ็มเค ดอนส์ 4-1 เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมสซี่ส่อไปซิตี้,แมนยูยังเน้นซานโช! อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป

การตัดสินใจที่จะแยกทางกับ บาร์เซโลน่า ของ ลิโอเนล เมสซี่ ทำเอาตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ลุกเป็นไฟเลยเลยทีเดียว และล่าสุดดูเหมือนว่า เวที พรีเมียร์ลีก น่าจะเป็นความท้าทายใหม่สำหรับเจ้าตัว ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะยังคงมุ่งมั่นอยู่กับแข้งเป้าหมายหลัก ขณะที่ เชลซี ซึ่งเดินหน้าเสริมทัพแบบไม่เกรงใจใคร ก็จ่อที่จะได้แข้งดังเพิ่มอีกราย นอกเหนือจาก เบน ชิลเวลล์ ส่วนทางฝั่งยักษ์ใหญ่อิตาลีอย่าง ยูเวนตุส, เอซี มิลาน และ อินเตอร์ มิลาน ต่างก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเช่นกัน แต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้น เรามาหาคำตอบกัน

    – (Official) เชลซี ปิดดีลคว้า เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษ มาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,050 ล้านบาท) โดยตัวนักเตะเซ็นสัญญายาว 5 ปี รับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 190,000 ปอนด์ (ประมาณ 7.79 ล้านบาท)

    – (Official) บาร์เซโลน่า เปิดตัว ฟรานซิสโก้ ตรินเกา กองหน้าดาวรุ่งชาวโปรตุกีส อย่างเป็นทางการ หลังปิดดีลคว้าตัว ดาวเตะวัย 20 ปี มาจาก บราก้า ตั้งแต่เดือนมกราคม (ก่อนปล่อยให้นักเตะอยู่เล่นกับ บราก้า จนจบซีซั่น 2019/20) ด้วยค่าตัว 31 ล้านยูโร (ประมาณ 1,147 ล้านบาท) โดย ตรินเกา เซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู ยาวถึงปี 2025

 

    – บาร์เซโลน่า พร้อมพิจารณาขาย ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้ากัปตันทีมชาวอาร์เจนไตน์ ที่ราคา 200 ล้านปอนด์ (ประมาณ 8,200 ล้านบาท) หลังตัวนักเตะเรียกร้องขอย้ายทีม และกำลังพยายามหาทางฉีกสัญญากับต้นสังกัด เพื่อที่จะได้ย้ายสังกัดแบบไร้ค่าตัว โดยเชื่อกันตอนนี้ ดาวเตะวัย 33 ปี กำลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสร ซึ่งก็รวมถึงสโมสรเงินถุงเงินถังอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (AS)

    – ล่าสุด ฮอร์เก้ คุณพ่อของ เมสซี่ ได้เดินทางถึงเมืองแมนเชสเตอร์ เรียบร้อย เพื่อเข้าเจรจากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึงความเป็นไปได้ที่ เมสซี่ จะย้ายร่วมทัพ "เรือใบสีฟ้า" ด้วยสัญญา 2 ปี (RAC1 และ TYC Sports)

 

    – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไม่พร้อมที่จะล่าตัว เมสซี่ ในช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะสู้ไม่ไหวกับค่าเหนื่อยของตัวนักเตะที่รับอยู่ปีละ 64 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,624 ล้านบาท) (L Equipe)

    – ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางตัวรุกชาวบราซิเลียนของ บาร์เซโลน่า ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล และ เชลซี ต้องการที่จะคัมแบ็กสู่เวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มากกว่าอยู่ค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู ถึงแม้ โรนัลด์ คูมัน กุนซือคนใหม่ พร้อมให้โอกาสพิสูจน์ฝีเท้าก็ตาม (Marca)

 

    – ติอาโก้ ซิลวา อดีตปราการหลัง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จ่อเต็มทีกับการย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ของ เชลซี โดยเจ้าตัวเตรียมเข้ารับการตรวจร่างกายในวันนี้ (Sky Sports)
   
    – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงมอง เจดอน ซานโช ปีกดาวดัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นแข้งเป้าหมายหลักในการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ ถึงแม้มีโอกาสที่จะเซ็นสัญญากับ ลิโอเนล เมสซี่ ก็ตาม (Express)

 

    – อย่างไรก็ตาม อาแอส โมนาโก ได้ปฏิเสธข้อเสนอเงิน 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยื่นเข้ามาเพื่อขอซื้อตัว เบอนัวต์ บาเดียชิล เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งจอมแกร่ง เรียบร้อย (RMC Sport)

    – อาร์เซน่อล มีแผนการที่จะประกาศคว้าตัว กาเบรียล มากัลเญส เซนเตอร์แบ็กชาวบราซิเลียนของ ลีลล์ อย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ โดยได้มีการเซ็นสัญญาร่วมงานกันถึงสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2025 เรียบร้อย (Fabrizio Romano)

 

    – ขณะเดียวกัน "ไอ้ปืนใหญ่" พร้อมที่จะล้มแผนล่าตัว โธมัส ปาร์เตย์ กองกลางจอมแกร่ง แอตเลติโก มาดริด หลังจากที่ "ตราหมี" ยืนยันที่จะขายในราคา 45 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,845 ล้านบาท) เท่านั้น ซึ่ง อาร์เซน่อล ไม่พร้อมจ่าย (Express)

    – ในทางกลับกัน แอตเลติโก มาดริด หวังเพิ่้มโอกาสในการล่าตัว อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ หัวหอกเฟร้นช์แมนของ อาร์เซน่อล มาเสริมทัพ โดยได้มีการเปิดทางให้ "ไอ้ปืนใหญ่" เลือกนักเตะคนใดคนหนึ่งในทีมเป็นของแถม ระหว่าง โตมาส์ เลอมาร์, อังเคล กอร์เรอา และ บิโตโล่ (Marca)

 

    – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หวังสอย แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ แบ็กขวาตัวเก่ง วูล์ฟแฮป์ตัน วันเดอเรอร์ส มาร่วมก๊วน โดย "หมาป่า" ตั้งค่าหัว ดาวเตะชาวไอริชวัย 28 ปี ไว้ที่ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 820 ล้านบาท) ขณะที่ "ไก่เดือยทอง" อยากให้ราคาถูกลงอีกหน่อย (Independent)

    – ยูเวนตุส ใกล้ที่จะได้ตัว เวสตัน แม็คเคนนี่ กองกลางดาวรุ่งชาวอเมริกันของ ชาลเก้ 04 มาร่วมทีม โดยจะเป็นในรูปแบบยืมตัวมาใช้งานก่อนที่ราคา 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท) พ่วงออปชั่นซื้อขาด 18 ล้านยูโร (ประมาณ 666 ล้านบาท) (Fabrizio Romano)

 

    – ขณะเดียวกัน "ม้าลาย" กำลังเจรจาอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เพื่อขอซื้อตัว เลอันโดร ปาเรเดส มิดฟิลด์ชาวอาร์เจนไตน์ มาเสริมทัพ โดยเชื่อว่า อดีตแข้ง อาแอส โรม่า วัย 26 ปี เป็นนักเตะที่กุนซือ อันเดรีย ปีร์โล่ อยากได้มาเสริมแดนกลาง (Corriere dello Sport)

    – อินเตอร์ มิลาน ได้เปิดโต๊ะเจรจากับ บาร์เซโลน่า อีกครั้ง เพื่อพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่จะคว้าตัว อาร์ตูโร่ วิดาล กองกลางทีมชาติชิลี มาร่วมก๊วน (Gianluca Di Marzio)

 

    – นอกจากนี้ "งูใหญ่" พร้อมที่จะพยายามอีกรอบในการคว้าตัว ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ กองกลางเลือดน้ำหอมของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (RMC Sport)

    – เอซี มิลาน เป็นอีกหนึ่งสโมสรในเวที เซเรีย อา นอกเหนือจาก อตาลันต้า และน้องใหม่อย่าง เบเนเวนโต้ ที่กำลังให้ความสนใจคว้าตัว มาร์โก กรูยิช กองกลางเลือดเซิร์บของ ลิเวอร์พูล (Tuttomercatoweb)

 

    – มุสซ่า เดมเบเล่ หัวหอกตัวเก่ง โอลิมปิก ลียง กลายเป็นอีกหนึ่งแข้งทางเลือกที่ บาร์เซโลน่า อยากได้ตัวมาแทนที่ หลุยซ์ ซัวเรซ ดาวยิงจอมเก๋าชาวอุรุกวัย (Gianluca Di Marzio)

อาร์เซน่อลแม่นโทษดวลเป้าดับลิเวอร์พูล คว้าโลห์คอมมิวนิตี้ ชิลด์

ทาคูมิ มินามิโนะ พังประตูแรกในสีเสื้อลิเวอร์พูลได้เป็นทางการแล้ว หลังซัดไล่ตีเสมอ "ปืนใหญ่" 1-1 ทว่าช่วงดวลจุดโทษกลายเป็น อาร์เซน่อล ที่ยิงได้แม่นกว่าก่อนจะเอาชนะไปได้ 5-4 คว้าโล่ห์การกุศลไปครอง ในศึก คอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา

สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม

    ศึก คอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง อาร์เซน่อล เจ้าของแชมป์เอฟเอ คัพ ล่าสุด พบกับ ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา

    มิเกล อาร์เตต้า เกมนี้ยังไม่พร้อมใช้ผู้เล่นหลายรายรวมทั้งสตาร์อย่าง วิลเลี่ยน ที่เพิ่งเซ็นฟรีมาจากเชลซี ทำให้แนวรุกวันนี้ใช้ บูกาโย่ ซาก้า, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ส่วนทางฝั่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ จัดชุดใหญ่ขาดแค่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาที่ยังบาดเจ็บ ส่วนสามประสานแดนหน้ายังเป็น ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

    เปิดฉากมาได้แค่ 7 นาทีแรก เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้แล้ว แต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกล้ำหน้า เช่นเดียวกับ VAR จะยืนยันว่าไม่เป็นประตู

    ทัพหงส์ลุยขึ้นมาอีก นาที 12 เนโก วิลเลี่ยมส์ ครอสจากด้านขวาเข้าไปให้ เจมส์ มิลเนอร์ โขกหลุดกรอบออกไปแบบได้เสียว

    ทว่าถัดมาไม่ถึงนาที บอลสวนกลับของ "ปืนใหญ่" แผลงฤทธิ์สำเร็จ บูกาโย่ ซาก้า วางบอลอย่างแม่นให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง เลี้ยงจี้เข้าหน้ากรอบก่อนปั่นโค้งๆ ด้วยขวาบอลหนีมือ อลีสซง เบ็คเกอร์ เข้าไปอย่างสวยงาม อาร์เซน่อล ขึ้นนำ 1-0

    นาที 18 ไอ้หนู ซาก้า ที่เปลี่ยนมาสวมเสื้อเบอร์ 7 แทน เล่นได้อย่างโดดเด่น คราวนี้ไหลบอลให้ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ซัดด้วยขวาบอลพุ่งจน อลีสซง ต้องออกแรงปัดออกหลัง

    ลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังคลำเป้าส่องไม่เข้ากรอบเลยซักหน และเกือบโดนเม็ดที่สองจากบอลสวนกลับของอาร์เซน่อล บูกาโย่ ซาก้า ขึ้นมาทางซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้ เอ็นเคเทียห์ ตะบันด้วยขวานอกกรอบ ทว่าบอลพุ่งเหินคานออกไป
   
    ลิเวอร์พูล เน้นการโจมตีด้านข้างเป็นหลัก แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ผ่านแนวรับไอ้ปืนใหญ่ที่ช่วยกันได้ดี

    นาที 40 "หงส์แดง" หวิดได้ลุ้นขึ้นนำอีก บอลด้านข้างจาก แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ครอสไปเข้าหัวของ ซาดิโอ มาเน่ ขวิดบางไปบอลผ่านหน้าประตูแม้ ฟาน ไดค์ จะพยายามพุ่งเข้าซ้ำแต่ไม่ถึง

    จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล ขึ้นนำ ลิเวอร์พูล 1-0

    ครึ่งหลัง นาที 51 "หงส์แดง" เกือบได้ลุ้นตีเสมอ บอลมาถึง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เลี้ยงจี้เข้าหา ดาวิด ลุยซ์ ก่อนจะปั่นด้วยขวาแต่บอลโค้งไม่พอหลุดเสาไปแบบสุดเสียว

    อีก 5 นาทีต่อมา แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดยาวให้ ซาดิโอ มาเน่ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปในกรอบแต่จังหวะยิงด้วยขวาดันซัดไปติดตัว เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ นายด่านไอ้ปืนใหญ่ที่ออกมาบล็อคช่วยทีมไว้ได้

     เกมรุกของลิเวอร์พูลยังเจาะไม่เข้า แม้ นาที 68 ทาคูมิ มินามิโนะ จะตั้งป้อมยิงนอกกรอบเต็มแรงแต่บอลก็ยังพุ่งไปเข้ามือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ
   
    นาที 73 จนแล้วจนรอด แนวรับของปืนโตมาพลาดจนได้หลังบอลเจาะตรงกลาง ซาลาห์ เล่นชิ่งให้ ทาคูมิ มินามิโนะ ได้ซัดจ่อๆกลางประตูพลาดมือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ แม้ผู้เล่นอาร์เซน่อลจะฟ้องว่า มินามิโนะ ทำแฮนด์บอลก่อนหน้านี้ แต่หลังจาก อังเดร มาร์ริเนอร์ ได้เช็กกับทีม VAR แล้วไม่เป็นแฮนด์บอลยืนยันให้ประตู "หงส์แดง" ไล่ตีเสมอ 1-1 และเป็นประตูแรกของ มินามิโนะ ในสีเสือลิเวอร์พูลอย่างเป็นทางการ
   
    นาที 81 ลิเวอร์พูล เกือบพลิกแซงขึ้นนำ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ครอสบอลมาเสาไกลให้ ซาดิโอ มาเน่ พักอกลงก่อนหลุดเข้าไปซัดติดตัว เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ อย่างน่าเสียดาย

    จบเกม อาร์เซน่อล เสมอกับ ลิเวอร์พูล ในเวลา 1-1 ต้องตัดสินหาผู้ชนะดวลลูกที่จุดโทษ ผลปรากฎว่าแข้งอาร์เซน่อลยิงได้แม่นกว่าเอาชนะ "หงส์แดง" ไปได้ 5-4 ซิวโล่ห์การกุศลไปครอง

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
   
        อาร์เซน่อล (3-4-2-1) :
เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ร็อบ โฮลดิ้ง, ดาวิด ลุยซ์, คีแรน เทียร์นี่ย์ – เอคตอร์ เบเยริน, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, กรานิต ชาคา, เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ – บูกาโย่ ซาก้า, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์

        ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า
 
        ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เนโก วิลเลี่ยมส์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, เจมส์ มิลเนอร์ – ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

        ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์   

        ผู้ตัดสิน : อังเดร มาร์ริเนอร์

เดือดก่อนเปิดลีก!ลิเวอร์พูลฟัดอาร์เซน่อลจัด “ซาลาห์” วัด “โอบา” ศึกคอมมิวนิตี้ชิลด์

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เตรียมจัดหนักโดยมี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นำปิดสกอร์ เกมพบ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ที่มี ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง พร้อมล่าตาข่าย ในศึกฟุตบอล คอมมิวนิตี้ ชิลด์ อังกฤษ วันเสาร์ที่ 29 ส.ค. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 2, เวลา : 22.30 น.
ปรีวิวฟุตบอล คอมมิวนิตี้ ชิลด์ อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2563
อาร์เซน่อล   –   ลิเวอร์พูล
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 2, เวลา : 22.30 น.

สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม (สนามกลาง)

     อาร์เซน่อล ภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า เข้ามาชิงโล่ในฐานะแชมป์เอฟเอ คัพ ซีซั่นล่าสุด หลังเบียดชนะเชลซี 2-1 ก่อนเตรียมความพร้อมสำหรับเกมนี้และซีซั่นใหม่ ด้วยการถล่มเอ็มเค ดอนส์ 4-1 ในเกมอุ่นเครื่องล่าสุด

    ความพร้อมเกมนี้ อาร์เตต้ายังอดใช้งานพวกที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บค้างมาจากซีซั่นก่อน ไม่ว่าจะเป็น ชโคดราน มุสตาฟี่ (เข่า), ปาโบล มารี (ข้อเท้า) และ คาลั่ม แชมเบอร์ส (เข่า)

    ส่วน แบร์นด์ เลโน่ ประตูเยอรมันฟิตสมบูรณ์เต็มที่แล้ว พร้อมกลับมายึดมือ 1 ตามปกติ ขณะที่ วิลเลี่ยม ซาลิบา กองหลังฝรั่งเศสตัวใหม่ แม้จะเซ็นล่วงหน้าไว้นานแล้วก็พร้อมประเดิมเกมอย่างเป็นทางการ หลังออกสตาร์ตในเกมลับแข้งล่าสุด

    สำหรับอีก 1 แข้งใหม่อย่าง วิลเลี่ยน แนวรุกแซมบ้า ที่เซ็นฟรีมาจากเชลซี ก็พร้อมประเดิมสนามเช่นกัน แต่อาจต้องนั่งสำรองไปก่อน

    แต่ที่แน่ๆ เกมนี้จะไม่มี ดานี่ เซบายอส มิดฟิลด์สแปนิชตัวเก่งที่กลับเรอัล มาดริดไปแล้ว หลังหมดสัญญายืมตัว แต่ก็ได้ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ กองกลางอียิปต์ ซึ่งกลับมาจากการยืมตัวที่เบซิคตัสเป็นตัวเลือกแทน แถมผลงานดีเสียด้วย โดยเป็นคนทำประตูแรกในเกมอุ่นเครื่องล่าสุด
 
    ส่วน เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ ดาวเตะสารพัดประโยชน์ก็น่าจะยังมีส่วนร่วมกับทีมต่อไป แม้จะมีข่าวกับวูล์ฟแฮมป์ตันอย่างหนาหูก็ตาม

    การจัดทัพก็เชื่อว่าอาร์เตต้าน่าจะเน้นพอสมควร นำโดยบรรดาแกนหลักขาประจำ ไม่ว่าจะเป็น ดาวิด ลุยซ์, กรานิต ชาคา, นิโกล่าส์ เปเป้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์

    เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล พาทีมมาลุ้นชิงโล่ในฐานะแชมป์ลีก โดยเตรียมความพร้อมสำหรับเกมนี้ ด้วยการลงลับแข้งไป 2 นัด ในการไปเก็บตัวที่ออสเตรีย เริ่มจากถล่มสตุ๊ตการ์ท 3-0 และเสมอซัลซ์บวร์ก 2-2  

    ความพร้อมเกมนี้ คล็อปป์ต้องลุ้นความพร้อมของ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังดัตช์แมนคนสำคัญ ที่มีแผลแตกบริเวณศีรษะมาจากเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุด แต่กุนซือเยอรมันก็ยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร

    รวมไปถึง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาตัวเก่งที่ไม่ได้ร่วมเดินทางๆปแดนดานูบด้วย ซึ่งถ้ายังไม่พร้อมจริงๆ ก็จะเป็นโอกาสของดาวรุ่งเวลส์อย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์

    ส่วนไอ้หนู รีอาน บรูว์สเตอร์ แม้ฟอร์มจะฮอตเป็นยอดซูเปอร์ซับลงมาทำ 2 ประตูช่วยทีมรอดพ้นความพ่ายแพ้ในเกมลับแข้งล่าสุด ก็ยังต้องรอโอกาสบนม้านั่งต่อไป

    เช่นเดียวกับพวกที่เดี้ยงอยู่ก่อน ไม่ว่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (เข่า), โฌแอล มาติป (นิ้วเท้า) และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (เข่า) ก็ยังชวดเหมือนเดิม

    แต่แกนหลักรายอื่นๆ จากเกมล่าสุด ทั้ง โจ โกเมซ, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังพร้อมช่วยทีมตามปกติ 

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
   
    อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : แบร์นด์ เลโน่ – วิลเลี่ยม ซาลิบา, ดาวิด ลุยซ์, คีแรน เทียร์นี่ย์ – เอคตอร์ เบเยริน, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, กรานิต ชาคา, เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ – นิโกล่าส์ เปเป้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – อเล็กซองด์ ลากาแซตต์
    ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า
 
    ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เนโก วิลเลี่ยมส์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, นาบี เกอิต้า – ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์
    ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์   

    ผู้ตัดสิน : อังเดร มาร์ริเนอร์

รอมานาน!ทีมเบ็คแฮมชนะนัดแรกในเกมเป็นทางการ

อินเตอร์ ไมอามี่ ทีมที่ เดวิด เบ็คแฮม เป็นเจ้าของร่วม เก็บชัยชนะในเกมแบบมีความหมายนัดแรกได้แล้ว แถมยังเป็นการเจอกับทีมของ หลุยส์ นานี่ อดีตปีก แมนฯ ยูไนเต็ด อีก ทำเอา เบ็คแฮม ดีใจสุดๆ
    อินเตอร์ ไมอามี่ ทีมในศึก เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (เอ็มแอลเอส) สหรัฐอเมริกา ที่มี เดวิด เบ็คแฮม เป็นเจ้าของร่วมนั้น เก็บชัยชนะในเกมแบบเป็นทางการ (หมายถึงไม่นับรวมเกมอุ่นเครื่อง) ได้เป็นนัดแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากที่เปิดรัง อินเตอร์ ไมอามี่ ซีเอฟ สเตเดี้ยม เอาชนะ ออร์แลนโด้ ซิตี้ 3-2 ในเกมดาร์บี้แมตช์แห่งรัฐฟลอริด้า

    ก่อนลงเล่นเกมนี้ อินเตอร์ ไมอามี่ แพ้ในลีกรวดทั้ง 5 นัด แบ่งเป็น 2 เกมในตอนที่เล่นฤดูกาลปกติ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงก่อนที่จะพักการแข่งขันจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กับ 3 เกมในทัวร์นาเมนต์ "เอ็มแอลเอส อิส แบ็ค" ซึ่งเป็นรายการแบบพิเศษที่เตะกันหลังจากมองว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดเบาบางลง โดยผลการแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวถูกเอามานับรวมเพื่อตัดสินอันดับในตารางคะแนนด้วย และการแพ้หมดทั้ง 5 นัดนั้นก็ทำให้ก่อนหน้านี้ อินเตอร์ ไมอามี่ เป็นอันดับสุดท้ายของตารางคะแนนในโซนตะวันออก

    ทั้งนี้ ในเกมกับ ออร์แลนโด้ ซิตี้ นั้น ทีมของ เบ็คแฮม ขึ้นนำในนาทีที่ 12 จาก ฮูเลียน การ์รันซ่า ก่อนที่ทีมเยือนจะตีเสมอได้จาก ดารีล ไดค์ ในนาทีที่ 18 แต่หลังจากนั้น อินเตอร์ ไมอามี่ ก็ได้ 2 ลูกติดจาก การ์รันซ่า ในนาทีที่ 23 และ โรโดลโฟ ปิซาร์โร่ ในนาทีที่ 48 แม้ว่าในช่วง 10 นาทีสุดท้าย หลุยส์ นานี่ อดีตปีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะทำประตูตีตื้นให้ ออร์แลนโด้ ซิตี้ แต่สุดท้าย อินเตอร์ ไมอามี่ ก็รักษาสกอร์เอาไว้ได้

    ชัยชนะในครั้งนี้ทำให้ทีมของ เบ็คแฮม ขยับจากบ๊วยของตารางคะแนนมาเป็นรองบ๊วยด้วย จากการที่มีผลต่างประตูได้-เสีย ดีกว่า นิวยอร์ค ซิตี้ 1 ลูก ซึ่งถึงแม้ตอนนี้ เบ็คแฮม จะอยู่ในอังกฤษจากการที่มันกำลังอยู่ระหว่างการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่เขาก็ยอมถ่างตารอชมการถ่ายทอดสดของเกมนี้อยู่ที่บ้านของตัวเองแม้ว่ามันจะเตะกันตอนตี 3 ตามเวลาท้องถิ่นก็ตาม โดยพอทีมของเขาชนะแล้วนั้นเจ้าตัวก็ฉลองด้วยการเอาธงลายสโมสรมาคลุมตัวพร้อมกับถ่ายรูป ก่อนที่จะเอามาโชว์บน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิต

    ทั้งนี้ เบ็คแฮม พิมพ์ข้อความแนบมากับโพสต์ดังกล่าวด้วยว่า "ผมไม่ได้อยู่ที่นั่นในวันที่เราเก็บชัยชนะนัดแรกอันเป็นประวัติศาสตร์ของเราที่สนามของเราได้ แต่จิตวิญญาณของผมก็อยู่ที่นั่น ผมขอแสงความยินดีกับ @alonsodt (แอคเคาท์ของ ดีเอโก้ อลอนโซ่ กุนซือของทีม), สตาฟฟ์ของเรา, นักเตะของเรา และแน่นอนว่าแฟนบอลของเราที่ไม่สามารถเข้าไปเชียร์ในสนามได้ การชนะนี่มันรู้สึกดีจริงๆ ตอนนี้ตี 3 แล้ว, หัวผมยุ่งไปหมด ส่วนธงก็โดนลมพัดไปในทางที่ผิด แต่ผมไม่แคร์หรอกเพราะเราชนะแล้ว"

ริโอชูเอ็มบั๊ปเป้พัฒนาการโดดเด่นเหมือน1ตำนาน

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ระบุ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ หัวหอกซูเปอร์สตาร์ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมจนคล้ายกับตอนที่ โรนัลโด้ แจ้งเกิดได้ไม่มีผิด พร้อมบอกว่า เอ็มบั๊ปเป้ ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นได้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ทันเตะบอลด้วย

    ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตยอดกองหลังชาวอังกฤษ กล่าวยกย่อง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าคนเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ว่ามีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมเหมือนกับที่ โรนัลโด้ ตำนานดาวยิงชาวบราซิเลียนเคยทำได้ในสมัยที่ก้าวขึ้นมาสร้างชื่อใหม่ๆ

    เอ็มบั๊ปเป้ ได้รับคำชมมาโดยตลอดว่าเป็นดาวรุ่งที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของยุคนี้ ซึ่งนัดล่าสุดที่ต้นสังกัดเจอกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ในรอบรองชนะเลิศของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมานั้น ดาวเตะชาวฝรั่งเศสก็ได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังจากเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามีอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าจนทำให้ในรอบก่อนรองชนะเลิศได้ลงเล่นเป็นเพียงตัวสำรอง และเขาก็ทำผลงานได้โดดเด่นจนช่วยให้ทีมชนะไป 3-0 และเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้

    "ถ้าพิจารณาถึงสิ่งที่เราเคยได้เห็นจากนักเตะระดับ โรนัลโด้ แล้วนั้น เขา (เอ็มบั๊ปเป้) ก็คือคนที่ใกล้เคียงกับการทำเรื่องแบบเดียวกันได้มากที่สุด ถ้ามองเฉพาะผลกระทบที่มีต่อโลกฟุตบอลในฐานะดาวรุ่งแล้วน่ะเขาอยู่ในระดับเดียวกับ ไมเคิ่ล โอเว่น เลย เวลาดูเขาเล่นมันทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นเด็กที่นั่งดูฟุตบอลอีกครั้ง เขาทำให้คุณตื่นเต้นได้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้เตะบอลด้วยซ้ำไป" เฟอร์ดินานด์ ระบุ