“ช้างศึก” เข้าแคมป์ฝึกซ้อม เตรียมลับแข้ง นครปฐม ยูไนเต็ด

ฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เดินทางมารายงานตัวที่โรงแรมซัมมิท วิลด์มิลล์ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2563

โดยทัพ “ช้างศึก” จะลงฝึกซ้อมที่สนาม วิลด์มิลล์ ฟุตบอลคลับ ทันทีในช่วงเย็นเวลา 17.00 น. ก่อนจะลงอุ่นเครื่องกับสโมสร นครปฐม ยูไนเต็ด ในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ เวลา 17.00 น. ที่สนามโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครปฐม ถ่ายทอดสดทางFacebook และ Youtube ไทยรัฐทีวี

ทั้งนี้การแข่งขันจะเปิดให้แฟนบอลเข้าชม ตามข้อกำหนดของ บริษัท ไทยลีก จำกัด (25 เปอร์เซ็นต์ของความจุ

หล่อเลย! “ธนวัฒน์” ดาวรุ่งไทยซัดเปิดซิงเม็ดแรกให้ เลสเตอร์ ได้แล้ว

"เจ้ากัน" ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร ดาวรุ่งไทยยิงประตูแรกให้ "จิ้งจอกสยาม" ได้แล้วหลังลงมาเป็นสำรองซัดตีไข่แตก ทว่าเกมนี้ เลสเตอร์ ซิตี้ ยู-23 สุดต้านบุกไปพ่ายให้ ฮาโรเกท ทาวน์ 1-3 ในเกม อีเอฟแอล โทรฟี่ รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา
   
ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร ดาวรุ่งแข้งไทยวัย 20 ปี ซีซั่นนี้เพิ่งย้ายมาร่วมทัพ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมดังพรีเมียร์ลีกที่มีเจ้าของเป็นคนไทย โดยเซ็นสัญญาเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งเจ้าตัวถูกจัดให้อยู่ในทีมชุด ยู-23

    สำหรับเกมเมื่อคืนวันอังคารที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมานั้น "เจ้ากัน" ยังมีชื่อเดินทางไปกับแข้ง "ยังฟ็อกซ์" ในเกมบุกไปเยือนถิ่น คีพโมท สเตเดี้ยม เพื่อลงบู๊กับเจ้าถิ่น ฮาโรเกท ทาวน์ ในเกมที่สองของศึก อีเอฟแอล โทรฟี่ รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช หลังเกมแรกนั้น เลสเตอร์ บุกไปเฉือนเอาชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 2-1 มาได้

    โดย ธนวัฒน์ ยังคงต้องรอโอกาสลงเป็น 11 แข้งตัวจริงต่อไป หลังมีชื่อเป็นแค่ตัวสำรอง ซึ่งเป็นแมตช์ที่ 3 แล้ว หลังนัดแรกในลีกพรีเมียร์บีก 2 ดิวิชั่น 1 ได้ลงในฐานะตัวสำรองเกมบุกพ่าย แบล็คเบิร์น 0-4 ก่อนที่เกมล่าสุดที่บุกแพ้ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 1-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เจ้าตัวจะไม่ได้รับโอกาสเปลี่ยนลงสนามเลย

    ครึ่งแรก สถานการณ์ของ เลสเตอร์ ซิตี้ ค่อนข้างเลวร้ายหลังเจอเกมรุกของเจ้าถิ่นเล่นงานก่อนจะมีสกอร์ตามหลัง 0-2 กระนั้น "จิ้งจอก" แก้เกมก่อนจบครึ่งแรกด้วยการส่ง ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร ลงเป็นสำรองคนแรก

    ในครึ่งหลัง เจ้าถิ่น ฮาโรเกท มาพังประตูหนีห่างเป็น 3-0 ไปอีก แต่ก่อนจบการแข่งขัน ในนาที 84  "เจ้ากัน" ธนวัฒน์ มายิงประตูแรกให้ต้นสังกัดได้สำเร็จ หลังซัดตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-3 แต่ไล่ไม่ทัน จบการแข่งขัน เลสเตอร์ ซิตี้ ยู-23 บุกแพ้ ฮาโรเกท 1-3

ฮือฮา! บีจีปทุมยื่นข้อเสนอให้ชิมิสึ ทาบมุ้ย-ธีรศิลป์คืนไทยลีก

"เดอะ แร็บบิท" บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ยอดทีมไทยลีก ยื่นข้อเสนอให้ ชิมิสึ เอส-พัลส์ เพื่อหวังดึง "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ศูนย์หน้าทีมชาติไทยกลับมาเล่นในไทยลีกอีกครั้ง จากการเปิดเผยของแหล่งข่าววงในเมื่อ 21 ก.ย. 63

รายงานระบุว่า บีจี ปทุมฯ รองจ่าฝูงไทยลีก ต้องการกองหน้าตัวเป้าเข้ามาเพื่อล่าความสำเร็จ หลังเสริมทัพไปหลายตำแหน่งในช่วงที่ผ่านมา และได้เล็งไปที่ ธีรศิลป์ โดยได้ทาบทามหวังให้รีเทิร์นสู่ไทยลีกในช่วงต้นปีหน้าภายใต้สัญญาซื้อขาดแบบถาวร ซึ่งตลาดซื้อขายผู้เล่นของเมืองไทย จะเปิดทำการอีกครั้งระหว่างวันที่ 28 ธ.ค. 63-10 ม.ค. 64

สำหรับ "มุ้ย" อดีตหัวหอก เอสซีจี เมืองทองฯ ปัจจุบันวัย 32 เพิ่งย้ายไปค้าแข้งในเจลีกรอบสองในฤดูกาลนี้ โดยผลงานล่าสุดของเขากับ ชิมิสึ เอส-พัลส์ ซัดไป 2 ประตู หลังเคยถูกยืมตัวไปที่ ซานเฟรซเช่ ฮิโรชิม่า มาแล้วในฤดูกาล 2018

“ธีราทร”โพสต์ระบายหลังจบเกม-แฟนแห่ให้กำลังใจเพียบ

 ”อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน  แบ็คซ้ายโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส โพสต์ระบายอารมณ์หลังเจ้าตัวผิดหวังที่ไม่สามารถทำประตูได้ในเกมที่ต้นสังกัดบุกไปชนะ คาชิว่า เรย์โซล ด้วยสกอร์ 3-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา

ศึกฟุตบอล ”เมจิ ยาสึดะ เจวันลีก” ฤดูกาล 2020 แมตช์วีก 19 ประจำวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. 63 ที่สนามซังเคียว ฟรอนเทียร์ คาชิว่า สเตเดี้ยม ซึ่ง คาชิว่า เรย์โซล เปิดบ้านพ่าย  โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส  1-3 โดยเกมดังกล่าว  ”อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน  แบ็คซ้ายทีมชาติไทยออกสตาร์ตเป็นตัวจริง และในนาทีที่ 60 เจ้าตัวมีโอกาสเติมเกมรุกเข้าไปในกรอบเขตโทษ และมีดึงจังหวะล็อกหลอก และยิงผ่าน คิม ซึง-กิวนายทวารคาชิว่า เรย์โซลไปได้แล้ว แต่ก่อนบอลเข้าประตู ทาอิโยะ โคงะ แนวรับเจ้าถิ่น ตามมาเคลียร์ไว้ได้

ล่าสุด หลังจบเกม "เจ้าอุ้ม" โพสต์ข้อความแสดงว่าเสียดายโดยระบุว่า "ทำไมไม่ยิงจังหวะเดียววะ โกรธตัวเองว่ะ …" แต่อย่างไรก็ตามแฟนฟุตบอลชาวไทยแห่ให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม และยินดีกับชัยชนะของเจ้าตัวกับโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ในเกมนี้ด้วย

 

ขาดชนาธิปทีมเป็นยังไง ไปฟังจากปาก อาราโนะและเจย์ โบธรอยด์

หลังจากที่มีอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ ทำให้ “เจ”ชนาธิป สรงกระสินธุ์ เพลย์เมคเกอร์ร่างจิ๋วของไทยไม่สามารถลงสนามได้และพักไปแล้ว 1 สัปดาห์ ต้องมาทำการฟื้นฟูกล้ามเนื้อด้วยการซ้อมตามโปรแกรมที่แพทย์ประจำทีมวางเอาไว้ให้
   รายงานข่าวจากสื่อท้องถิ่น เผยว่า “เจ”ชนาธิป ได้รับกำลังใจจากเพื่อนร่วมทีมที่เข้ามาพูดคุย โดย เจย์ โบธรอยด์ กองหน้าร่างยักษ์ ได้กล่าวกับชนาธิปว่า ขอให้หายเร็ว ๆ เพื่อจะได้กลับมาเป็นคู่ขาที่รู้ใจกันเหมือนเดิม เขายังหวังจะเล่นกับชนาธิปที่เล่นเข้าขากับเขามากที่สุดคนหนึ่งในทีม

   ขณะที่ ทากูมะ อาราโนะ อีกหนึ่งกองกลางตัวขับเคลื่อนเกมรุกก็กล่าวถึงชนาธิปว่า  อยากให้หายเจ็บกลับมาเร็ว ๆ ทีมและเพื่อน ๆ รวมทั้งตนยังรออยู่ จะช่วยกันวิ่งไปด้วยกัน และการขาดชนาธิปไป ก็ยอมรับว่าขาดตัวทำเกมรุก ผ่านบอลแบบได้เสียไป จึงอยากให้”เจ”หายกลับมาเพื่อสร้างความสมดุลทั้งเกมรุกและเกมรับ

   สำหรับ “เจ”ชนาธิป บาดเจ็บในเกมที่เจอกับซางัน โทสึ หลังจากจบครึ่งแรก ซึ่งเจ้าตัวกำลังโชว์ฟอร์มได้เป็นอย่างดี แต่เล่นต่อไม่ไหว และหลังจากเกมนั้นก็ไม่ได้ลงในเกมเจอ กัมบะ โอซาก้า รวมถึงเกมเปิดบ้านเจอคาชิว่า เรย์โซล ช่วงกลางสัปดาห์

 

แชมป์เก่าฟอร์มโหดส่ง 4 แข้งนำทัพทีมยอดเยี่ยมไทยลีกแมตช์ที่6

ศึกฟุตบอลไทยลีกแมตช์ที่ 6 จบลงเป็นที่เรียบร้อยพร้อมกับฟอร์มอันสวยหรูของทัพกว่างโซ้งที่ส่ง 4 แข้งนำทัพทีมยอดเยี่ยม แต่ละตำแหน่งจะมีใครบ้างมาดูกัน

ผู้รักษาประตู : ดัง วาน ลัม (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

ในเกมที่ กิเลนผยอง เปิดรังเจ๊า เขี้ยวสมุทร แบบไร้สกอร์ ส่วนหนึ่งต้องยกให้กับ ดัง วาน ลัม ที่มีจังหวะได้โชว์ซูเปอร์เซฟช่วย เอสซีจี เมืองทองฯ เอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมอยู่หลายจังหวะจนสามารถเก็บคลีนชีตได้ในเกมนี้

กองหลัง : อิรฟาน ฟานดี้ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

เล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่งมากสำหรับ อิรฟาน ฟานดี้ สามารถหยุดเกมรุกทางฝั่งซ้ายของเจ้าถิ่น การท่าเรือ ได้อย่างอยู่หมัด จังหวะปะทะตัวต่อตัวก็ทำได้ดี ผู้เล่นตัวรุกผ่านได้ยาก ที่สำคัญการยืนแผงหลังร่วมกับ วิคเตอร์ กาโดโซ่ และอันเดรส ตูเญส ทำให้หลังบ้าน บีจี กลายเป็นปราการหินที่แกร่งเอามากๆ

กองหลัง : ยู จุน ซู (พีที ประจวบ เอฟซี)

ปราการหลังชาวเกาหลีใต้ยืนปักหลักแนวรับให้ พีที ประจวบ ได้อย่างยอดเยี่ยม คอยประกบดาวยิงตัวเก่ง บอสโควิช ไม่ให้หาโอกาสยิงได้ง่ายๆ แถมจังหวะเล่นลูกกลางอากาศก็ทำได้ดี ช่วยให้ พีที ประจวบ เก็บชัยชนะนัดแรกของฤดูกาล พร้อมกับทำคลีนชีตได้สำเร็จ

กองหลัง : ศราวุธ อินทร์แป้น (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

ยืนคุมแผงหลังได้อย่างแข็งแกร่งในเกมที่ต้องรับมือกับเกมรุกของเจ้าถิ่นอย่าง นครราชสีมา มาสด้า แต่ทว่าทาง ศราวุธ ก็ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมพร้อมช่วย กว่างโซ้ง เก็บชัยชนะ พร้อมคลีนชีตได้สำเร็จ

กองกลาง : โชติภัทร พุ่มแก้ว (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นต่อเนื่องจากเกมที่แล้วสำหรับ โชติภัทร ทั้งจังหวะการขึ้นเกมทางฝั่งขวาก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ทะลุทะลวงเข้าเขตโทษลุ้นยิงประตูก็มีให้เห็นในเกมนี้ ก่อนที่สุดท้ายแล้วสามารถทำแอสซิสต์ให้กับ อัครวินท์ สวัสดี ทำประตูได้อีกด้วย

กองกลาง : ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ (โปลิศ เทโร เอฟซี)

เป็นอีกหนึ่งแข้งที่โชว์ฟอร์มเด่นมาตั้งแต่นัดที่แล้วกับ การท่าเรือ สำหรับ ปฐมพล เป็นนักเตะที่มีความเร็ว และคล่องตัว บวกกับความกล้าเลี้ยง กล้าลุย ช่วยป่วนแนวรับ ราชบุรี อยู่หลายครั้ง จนกระทั่งมาทำแอสซิสต์ช่วยให้ทีมได้ประตูขึ้นนำ ราชันมังกร ก่อนจบเกมด้วยผลเสมอ 1-1

 กองกลาง : สารัช อยู่เย็น (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

 การเล่นของ สารัช ทำให้แดนกลางของ บีจี ปทุม แน่นขึ้นมาก โดยเฉพาะเมื่อได้เล่นร่วมกับ สุมัญญา และฐิติพันธ์ นอกจากนี้การขึ้นเกมของ เจ้าตังค์ ก็ทำได้โดดเด่นเลยทีเดียวมีจังหวะวางบอลสร้างสรรโอกาสให้เพื่อนหลายครั้ง ส่วนเกมรับก็ช่วยทีมเอาไว้ได้หลายครั้ง ช่วยให้ เดอะ แรบบิท บุกเอาชนะ การท่าเรือได้ 1-0

กองกลาง : อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)

หากจะหานักเตะที่โดดเด่นที่สุดของทัพ แข้งเทพ ในเกมกับ สุพรรณบุรี หนึ่งในนั้นก็คงต้องยกให้ อานนท์ ที่เป็นผู้ยิงประตูชัยช่วย ทรู แบงค็อก เก็บสามแต้มสำคัญ แถมการกลับมาคราวนี้ดูเหมือนเจ้าตัวจะมีความแข็งแกร่งมากขึ้น และที่ยังคงไว้คือความคล่องตัว พร้อมกับสกิลการเลี้ยงบอลที่ยอดเยี่ยมอยู่เสมอ

กองหน้า : อัครวินท์ สวัสดี (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

 ในเกมนี้ถือว่า อัครวินท์ เป็นอีกหนึ่งแข้งของ สิงห์ เชียงราย ที่โดดเด่นไม่น้อย โดยเฉพาะจังหวะเกมบุกที่มีการเปิดบอลสร้างสรรโอกาสให้เพื่อนได้อย่างยอดเยี่ยมหลายครั้ง แถมเกมนี้เจ้าตัวก็ยังก็ยังทำได้ 1 ประตูอีกด้วย

กองหน้า : เจนรบ สำเภาดี (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

 การมาของ เจนรบ แทบไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก ลงสนามเล่นไทยลีกเกมแรกให้กับ บีจี ปทุม ก็สามารถยิงประตูแรก และเป็นประตูชัยได้ทันที แถมการเล่นร่วมกับเพื่อนในทีมก็ทำออกมายอดเยี่ยมเอามากๆ

กองหน้า : บิลล์ โรซิมาร์ (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

ด้วยผลงานการซัดแฮตทริกช่วยทัพ กว่างโซ้ง บุกเอาชนะ นครราชสีมา มาสด้า 4-0 โดยที่เกมนี้ บิลล์ โรซิมาร์ อาศัยทั้งความแข่งแกร่ง การจบสกอร์ที่เฉียบคม และไหวพริบของการเป็นศูนย์หน้าได้อย่างครบถ้วน แถมลูกสุดท้ายจังชิงจังหวะแย่งบอลจากเท้า แซมมวล เข้าไปยิงประตูช่วงทดเจ็บได้อีกด้วย

รับผิดชอบผลงาน!”พยงค์”ประกาศลาเก้าอี้กุนซือตราด

"พยงค์ ขุนเณร" ขอรับผิดชอบผลงาน พร้อมพิจารณาตัวเองจากตำแหน่งกุนซือตราด เอฟซี รอบอร์ดบริหารสรุปอีกครั้ง

ภายหลังจากที่ ตราด เอฟซี เปิดบ้านพ่าย การท่าเรือ เอฟซี 2-3 ในศึกไทยลีก2020-21 เมื่อวันเสาร์ที่ 26 ก.ย.63 โดยถือเป็นการพ่ายแพ้ 7 นัดรวด ยังไม่มีแต้ม

ล่าสุด พยงค์ ขุนเณร กุนซือตราด เอฟซี ให้สัมภาษณ์ว่า "ส่วนตัวค่อนข้างจะซีเรียสกับผลการแข่งขัน ในเมื่อเป็นแบบนี้ขอรับผิดชอบผลงานที่เกิดขึ้น ขอพิจารณาตัวเองเพื่อให้บอร์ดบริหารตัดสินใจต่อไป"

สมุทรปราการ ซิตี้ “เขี้ยวสมุทร” อย่าเพิ่งกาชื่อพวกเขาทิ้ง สตาร์ทไม่ดีใช่ว่าจะไม่มีลุ้นแชมป์

การออกสตาร์ทแบบผิดฟอร์มของสมุทรปราการ ซิตี้ ใน 4 เกมแรก ถือว่าน่าจะเป็นงานหนักของ มาซาทาดะ อิชิอิ และลูกทีมมากๆ เพราะช่องว่างตามหลังพื้นที่ลุ้นแชมป์ อยู่ถึง 11 แต้ม จากการลงสนาม เสมอ 1 แพ้ถึง 3 เกม มีแค่ 1 แต้มเท่านั้น
    ช่วงพักเบรคโควิด-19 มองในแง่ดีก็ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อทีม เพราะจะทำให้พวกเขาไปทบทวนกับข้อผิดพลาดดังกล่าว เพื่อแก้ไขสถานการณ์ให้กลับมาอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ และขอเอี่ยวในโควต้าเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2021 ที่จะยึดเอา 1-4 ของตารางคะแนนไทยลีกเลกแรก ไปเตะในฤดูกาลถัดไป

    จุดนี้เองที่พวกเขาก็หวังลึกๆ ว่า ถ้าทุกอย่างเข้าที่ ลงตัว "เขี้ยวสมุทร" จะกลับมาฟอร์มพีค เหมือนตอนต้นฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งพวกเขาเกาะกลุ่มนำมาตลอด จนสุดท้ายจบที่ 6 แต่กับการออกตัวในซีซั่นสะดุดไปมากทีเดียว ทำให้ก็ถือว่ากับ 11 นัดที่เหลือ พวกเขาต้องเครื่องร้อนสุดๆ จริง ถ้าหากอยากพลิกสถานการณ์ แต่ทุกอย่างยังเป็นไปได้ทั้งนั้นอย่างที่ มาซาทาดะ อิชิอิ บอก

    "สิ่งที่เราต้องปรับแก้จาก 4 เกมแรก เรื่องแรกก็คือการจบสกอร์ที่ไม่เฉียบคมเท่าไหร่ และอีกเรื่องคือเกมรับ ในการป้องกันลูกตั้งเตะในจุดต่าง"

    "แน่นอนว่าแม้เราจะเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก แต่เราเองยังหวังที่จะไป เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ให้ได้ ส่วนเป้าหมายทั้งปี แน่นอนว่า เราเองก็มองการเป็นแชมป์เช่นกัน"

    กุนซือดีกรีแชมป์เจลีก เอ่ยถึงสถานการณ์ของทีม และเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรก ก่อนที่ลีกจะกลับมาห้ำหั่นกันอีกครั้งในวันที่ 12 กันยายน ส่วนบรรดาแข้งแกนหลักของทีมอย่าง นพพล พลคำ มิดฟิลด์ฮาร์ดแมน ก็ยังหวังเช่นกันว่า เพื่อนๆ จะสามารถเรียกฟอร์มเก่ง กลับมาให้ได้เร็วตั้งแต่วันที่ลีกกลับมารีสตาร์ท เชื่อว่า โอกาสยังเปิดกว้างมากๆ เพราะทุกทีมก็เบรคเหมือนกัน ต้องเริ่มกันใหม่หมด โดย "เป้" มองไปที่การจบเลกแรกด้วยคว้าตั๋วเอซีแอล อยู่ในมือ

    "เป้าหมายหลังจากนี้ คือเต็มที่กับการฝึกซ้อมและทำตัวให้พร้อมอยู่เสมอ เพื่อลงสนามช่วยทีม ที่สำคัญคือต้องการจะพาทีมให้กลับมาทำผลงานที่ดีอีกครั้ง เพื่อทำอันดับติด 1 ใน 3 ของศึกไทยลีกปีนี้ และคว้าโควต้าไปแข่งขันฟุตบอล ACL ให้ได้ ซึ่งทุกคนเชื่อมั่นว่าทีมจะสามารถกลับมาได้ แม้อันดับตอนนี้จะไม่ดีก็ตาม"

    ขณะเดียวกัน เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ปีกตัวจี๊ดของทีมก็มองว่า ข้อผิดพลาด 4 เกมแรก ได้รับการแก้ไขแล้ว ทุกอย่างกำลังลงตัวสุดๆ เพื่อนๆ นักเตะพร้อมที่จะกลับมาสู่เส้นทางทั้งการลุ้นไปเล่นถ้วยเอเชีย และล่าแชมป์

    "ตอนนี้ทีมเริ่มลงตัวขึ้นเรื่อยๆ เราปรับตัวกันได้ดีขึ้น หลังจากมีนักเตะใหม่เข้ามา เราเริ่มจูนเข้ากันได้แล้ว ตอนนี้โค้ชพยายามเน้นเรื่องระบบทีม และความเข้าใจของนักเตะ เราต้องแก้ไขจุดอ่อนที่ทำให้เราออกสตาร์ทได้ไม่ดีนัก โดยเฉพาะการจบสกอร์ ที่จะต้องทำให้ดีขึ้น ละเอียดมากขึ้น เพราะอย่างอื่นก็ถือว่าทำได้โอเค"

    "ในส่วนเป้าหมายของทีม ขอเน้นทีละเกม เราไม่อยากมองไกล เพราะสิ่งสำคัญคือ การได้รับผลการแข่งขันที่ดี ส่วนตัวผมเองอยากทำให้ดีที่สุดในทุกๆ นัดที่ลงสนาม" แนวรุกสมุทรปราการซิตี้ กล่าว

    แฟนๆ อย่าเพิ่งกาชื่อของพวกเขาออกจากลิสต์ลุ้นแชมป์ และตั๋วเอซีแอล กับเวลาที่เหลือ ยังพอมีให้พวกเขางัดศักยภาพที่เคยทำได้เมื่อปีที่แล้ว ออกมาใช้งาน ซึ่งถ้าหากทำได้พีคๆ เหมือนครั้งก่อน บอกเลยว่า "เขี้ยวสมุทร" ทีมนี้หยุดยาก!

“ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เป็นปีที่ออกสตาร์ทดี ขอมีสักแชมป์

ถือว่าเป็นการออกตัวดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร นับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดของ "ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ด้วยการเก็บชัยชนะ 4 นัดรวด 12 แต้มเต็ม โดยผลงานที่น่าซูฮก 1 ใน 4 เกม ก็คือการพลิกชนะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 4-3

ทั้งที่โดนนำไปก่อน 2-0 ซึ่งเชื่อว่าน่าจะสร้างแรงผลักดันให้พวกเขาได้มากทีเดียว กับการไล่ล่าโทรฟี่แรกของสโมสร แต่เหมือนโชคชะตาเล่นตลก โดนไวรัสร้ายโควิด-19 เข้ามาเบรคฟอร์มอันร้อนแรง ทำให้ลีกต้องหยุดชะงัก 5 เดือน ทั้งแฟนบอล รวมถึงผู้บริหารและนักเตะก็ได้แต่หวังว่า การกลับมารีสตาร์ทในช่วง 12 กันยายนนี้ จะไม่ทำให้พวกเขาฟอร์มสะดุด เครื่องเย็นลงไป แต่อย่างใดเพื่อเดินหน้าเป้าหมายที่ฝันกันไว้ก็คือ มีแชมป์สักแชมป์ติดมือ

"ผมมองว่ามีข้อดีมากกว่าข้อเสียนะครับ ในการเลื่อนแข่งไปก่อน เพื่อทำตามนโยบายของภาครัฐในการรับมือกับสถานการณ์โรคระบาด และถ้าต้องเล่นแบบไม่มีแฟนบอล ผลกระทบต่อสโมสรต่างๆ ก็คงมีมากกว่า ทั้งในเรื่องรายได้จากค่าตั๋ว หรืออย่างเกมต่อไปที่เราต้องเจอกับแบงค็อก ยูไนเต็ด ซึ่งชนะมา 4 เกมรวดเหมือนกัน เป็นเกมสำคัญมากๆ ที่จะวัดศักยภาพของทีมเรา" บทสัมภาษณ์ของ "เสี่ยฟลุ๊ค" ธนวัชร์ นิติกาญจนา ประธานสโมสร ที่เผยไว้ตั้งแต่ก่อนเบรคโควิด-19  เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ถึงเรื่องที่จะต้องโดนผลกระทบลีกหยุดแข่ง มาขวางทางฟอร์มของสโมสรที่กำลังเข้าฝักมากๆ

เกมที่ปราบบุรีรัมย์ 4-3 เกมนัดที่ 3 ไทยลีก เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ มีแฟนบอลเข้ามาชมสนามแทบแตก 8,500 คน นับว่าเยอะมากๆ ตั้งแต่สร้างสนาม มิตรผล สเตเดี้ยม นั่นส่งสัญญาณไปยังหลายๆ ทีมว่า ปีนี้ราชันมังกรมาดุเกินกว่าปีไหนๆ อีกทั้งเกมในบ้านมีโอกาสที่จะเป็นนรกทีมเยือน สร้างความกดดันให้คู่แข่งแน่ๆ ซึ่งมีโอกาสต่อยอดให้พวกเขาเน้นเก็บชัยในบ้าน ถ้าหากหวังจะลุ้นแชมป์

"อย่างไรก็ดีต้องยอมรับว่า การเล่นในบ้านคือจุดแข็งของราชบุรี ที่ว่ากันว่าเป็นนรกทีมเยือน ไม่ใช่เพราะสนาม แต่เป็นเพราะแฟนบอลที่ส่งกำลังใจไปให้ จนนักฟุตบอลสัมผัสได้ในจุดนั้น พอยิงได้ 1 ลูกเราเองยังขนลุก ดังนั้น คู่แข่งย่อมขาสั่นจนหลายครั้งที่เป็นรอง แล้วเราสามารถพลิกกลับมาชนะได้หลายครั้ง"

 "เสี่ยฟลุ๊ค" ให้สัมภาษณ์ในไลฟ์สดของสโมสร เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม เพื่อปลุกเร้าให้แฟนบอลราชบุรี เข้ามาเชียร์ทีมบ้านเกิดเยอะๆ

พูดถึงผลงานในเวทีสูงสุดที่ผ่านมา ผลงานที่ดีที่สุดในลีก คือการจบท็อป 4 ในฤดูกาล 2014 โดย 7 ซีซั่นที่พวกเขาโลดแล่นในไทยลีกนั้น ถือว่าเป็นทีมที่มีอันดับกลางๆ เคยหลุดวงโคจรไม่ติดท็อป 10 แค่ 2 ครั้งเท่านั้นคือ ปี 2013 กับ 2018 ที่จบอันดับ 15 และ 12 ตามลำดับ ที่เหลือนั้นจบเลขตัวเดียวหมดเลย แปลว่าการรักษามาตรฐานของพวกเขาทำได้ค่อนข้างดี เหลือเพียงแค่ว่าไปไม่สุดทาง สำหรับการเป็นแชมป์

ส่วนฟุตบอลถ้วยเขาเป็นพระรอง 3 ครั้ง แบ่งเป็น ลีกคัพ 2 ครั้ง ปี 2012 และ 2013 ส่วนล่าสุด ฤดูกาลที่ผ่านมาก็เพิ่งเข้าชิง ช้าง เอฟเอ คัพ 2019 แต่ก็แพ้ ให้การท่าเรือ ในนัดชิง ได้แค่พระรอง อีกตามเคย ส่วน ปี 2016 ก็ได้แค่แชมป์ร่วมกับ อีก 3 ทีม ในถ้วยใบนี้ เพราะลีกยุติแข่งกลางคัน ถือว่ายกยอดไม่นับว่านั่นคือความสำเร็จ

พูดถึงสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ระบบการแข่งขัน ฤดูกาล 2020 จะเตะแบบข้ามปีไปจบ เมษายน ปีหน้า อีกทั้ง มีการเปลี่ยนแปลงโควต้า เอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2021 ที่จะต้องเคลียร์ให้หมดในปีนี้ อีกทั้งไทยลีก ได้โควต้าเพิ่ม เป็น 2+2 นั่นทำให้เท่ากับว่า อีก 11 เกมในเลกแรก ถ้าทีมใดจบ 1-4 มีโอกาสคว้าความสำเร็จแรกของซีซั่นก่อนเลยไม่ต้องรอถึงปีหน้า

"ฟุตบอลเอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นความหวังและเป็นความฝัน จากที่อยู่ดิวิชั่น 2 เดิม ผมได้ฝันขึ้นดิวิชั่น 1 แล้วฝันขึ้นไทยลีก ตอนนี้ก้าวต่อไปคือเอซีแอล ถึงมันจะเป็นเหมือนความฝัน แต่มีโอกาส แม้ 11 เกมจากนี้จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่เราจะทำให้ดีที่สุด" บิ๊กบอสใหญ่ของราชันมังกร บอกถึงเป้าหมายแรกของทีม ในซีซั่นนี้ที่จะมาเร็วมากๆ อีกทั้งราชบุรีก็อยู่ในอันดับที่ใกล้เคียงกับโควต้าดังกล่าว

ที่ผ่านมาการได้แค่รองแชมป์ 3 ถ้วย คงจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ราชบุรี ทั้งทีมงานผู้บริหารและนักเตะเก็บประสบการณ์เดินหน้าแก้ไขข้อผิดพลาด เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่พวกเขามีร่วมกัน นั่นคือเป็นแชมป์สักรายการ มารอดูกันว่า แชมป์สักรายการที่ว่า จะมาในช่วงยุคโควิด-19 นี้เลยหรือเปล่า น่าติดตาม จริงๆ สำหรับราชันมังกร 2020

“วีระเทพ”สุดปลื้มเมืองทองฯคว้าชัยเก็บสามแต้มล้ำค่า

ควันหลงหลังเกมที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ด้วยสกอร์ 2-1 โดยได้ประตูจาก แดร์เล และ สุพร ปีนะกาตาโพธิ์ เก็บสามแต้มสำคัญได้สำเร็จ

หลังเกมทางด้าน วีระเทพ ป้อมพันธุ์ กองกลางจอมเทคนิคของทีมที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ได้ออกมาเผยว่า "มันเป็นเกมที่ยาก ราชบุรี คือทีมที่แข็งแกร่ง แต่เราเองช่วยกันเล่น ช่วยกันสู้ และได้ 3 คะแนน ที่ล้ำค่า ขอบคุณแฟนๆ ทุกคน ทั้งที่มาเชียร์ในสนาม รวมไปถึงจากทางบ้าน หวังว่าทุกคนจะมีความสุขที่ได้เห็น เมืองทองฯ กลับมาชนะอีกครั้ง"

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไปของ เอสซีจี เมืองทอง จะบุกไปเยือน การท่าเรือ เอฟซี ในวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563 เวลา18.00 น.