คล็อปป์เลือดออกซิบๆ ! เปิดมูลค่า 11 ตัวจริง เชลซี กับ ลิเวอร์พูล เกมเปิดซีซั่น

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เพิ่งจะออกมาพูดแซะเรื่องการใช้เงินมหาศาลในการลงทุนซื้อแข้งใหม่มาเสริมทัพของ เชลซี ในช่วงซัมเมอร์นี้ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าคำกล่าวของ กุนซือชาวเยอรมัน จะกลายเป็นดาบสองคมที่ฟาดฟันใส่ตัวเองจนเป็น

"สิงโตน้ำเงินคราม" กลายเป็นทีมพ่อมหาบุญทุ่มที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยพวกเขาทุ่มเงินเต็มที่ในการสร้างทีมใหม่ภายใต้การกุมบังเหียนของแฟร้งค์ แลมพาร์ด ด้วยการคว้านักเตะชั้นดีมาร่วมทัพได้แก่ ฮาคิม ซิเย็ค, ติโม แวร์เนอร์, ไค ฮาแวร์ทซ์, เบน ชิลเวลล์ และ ติอาโก้ ซิลวา

จากการลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาลทำให้ คล็อปป์ อดใจไม่ไหวต้องออกมาพูดพาดพิงเรื่องการใช้เงินสร้างทีม ในขณะที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ "สิงห์บูลส์" ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับทีมสตาฟฟ์ "หงส์แดง" หลังเคยใช้ผรุสวาจาในเกมลีกช่วงท้ายฤดูกาลที่ผ่านมา ออกมาตอบโต้ว่า "เดอะ เร้ดส์" ก็เคยทำแบบนี้ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

ดูเหมือนว่าคำพูดของ "แลมพ์ส" จะเป็นความจริง เพราะเมื่อมองจาก 11 ผู้เล่นทีมชุดใหญ่ในเกมเปิดซีซั่น 2020/2021 เห็นได้ชัดว่าตัวเลขค่าตัวนักเตะทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" มีมูลค่าน้อยกว่าเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 19 สมัยถึง 46 ล้านปอนด์ (ราว 1,748 ล้านบาท) เลยทีเดียว

ลองเช็คจากรายชื่อ 11 นักเตะของ เชลซี ในเกมไล่ต้อน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-1 ที่สนามเอแม็กซ์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ต้นทุกของพวกเขาอยู่ที่ 307 ล้านปอนด์ (ราว 11,666 ล้านบาท) ซึ่งส่วนหนึ่งต้องขอบคุณบรรดาแข้งดาวรุ่งที่ปลุกปั้นขึ้นมามีศักยภาพที่จะยึดตัวจริงของทีมได้สำเร็จ

ขณะที่ 11 ผู้เล่นแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด ในเกมเปิดรังแอนฟิลด์ เฉือน "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด มีเพียงแค่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ฟูลแบ็กดาวรุ่งเลือดผู้ดีเท่านั้นที่พวกเขาไม่ต้องเสียค่าตัว เพราะเป็นนักเตะที่ก้าวขึ้นมาจากศูนย์ฝึกเยาวชน ส่วนที่เหลือมีมูลค่ารวมถึง 353 ล้านปอนด์ (ราว 13,414 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตามหากมองเพียงแค่ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ ลิเวอร์พูล ลงทุนควักกระเป๋าเพียงแค่ 11.75 ล้านปอนด์ (ราว 446.5 ล้านบาท) คว้าตัวคอสตาส ซิมิคาส แบ็กซ้ายชาวกรีกมาร่วมทีมเท่านั้น สวนทางกับ เชลซี ที่ทุ่มเงินไปกว่า 230 ล้านปอนด์ (ราว 8,740 ล้านบาท) รวมไปถึงนักเตะที่ได้มาแบบฟรีๆ อย่าง ซิลวา และ มาล็อง ซาร์  (ส่งเล่นยืมตัว)

กระนั้นตัวเลขดังกล่าวอาจจะเปลี่ยนไปหาก เชลซี สามารถส่ง ซิเย็ค กับ ชิลเวลล์ ลงสนามเป็นตัวจริงได้ และนั่นคงมีความเป็นไปได้ที่ 11 ผู้เล่นชุดใหญ่ของพวกเขาจะมีต้นทุนที่แพงกว่าลิเวอร์พูล

11 ตัวจริง เชลซี เกมพบ ไบรท์ตัน

ผู้รักษาประตู : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า 70 ล้านปอนด์ (ราว 2,660 ล้านบาท)

กองหลัง : มาร์กอส อลอนโซ่ 23 ล้านปอนด์ (ราว 874 ล้านบาท), รีซ เจมส์(ฟรี) , คูร์ท ซูม่า  12 ล้านปอนด์ (ราว 456 ล้านบาท) , อันเดรียส คริสเตนเซ่น (ฟรี)

กองกลาง : เอ็นโกโล่ ก็องเต้ 32 ล้านปอนด์ (ราว 1,216 ล้านบาท), จอร์จินโญ่ 50 ล้านปอนด์ (ราว 1,900 ล้านบาท) ,ไค ฮาแวร์ทซ์ 75 ล้านปอนด์ (ราว 2,850 ล้านบาท), รูเบน ลอฟตัน-ชีค (ฟรี) , เมสัน เมาน์ท (ฟรี)

กองหน้า : ติโม แวร์เนอร์ 48 ล้านปอนด์ (ราว 1,824 ล้านบาท)

11 ตัวจริงเกม ลิเวอร์พูล พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด

ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์ 67 ล้านปอนด์ (ราว 2,546 ล้านบาท)

กองหลัง : แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 8 ล้านปอนด์ (ราว  304 ล้านบาท), โจ โกเมซ 6 ล้านปอนด์ (ราว 228 ล้านบาท), เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ 75 ล้านปอนด์ (ราว 2,850 ล้านบาท), เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ฟรี)

กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 20 ล้านปอนด์ (ราว 760 ล้านบาท), จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม 25 ล้านปอนด์ (ราว 950 ล้านบาท) , นาบี เกอิต้า 54 ล้านปอนด์ (ราว 2,052 ล้านบาท)

กองหน้า : ซาดิโอ มาเน่ 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,140 ล้านบาท), โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 29 ล้านปอนด์ (ราว 1,102 ล้านบาท), โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 39 ล้านปอนด์ (ราว 1,482 ล้านบาท)

คลิปไฮไลท์!แมนยูเครื่องไหม้วิลล่าซัดดับ1-0

แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้เวลาที่ไม่มีเกมพรีเมียร์ลีกให้ฟาดแข้งจัดทีมลงเล่นเกมอุ่นเครื่องแต่บุกไปโดน แอสตัน วิลล่า ซัดดับ 1-0 ในเกมที่เตะแบบปิดสนาม ไม่ให้สื่อมวลชน รวมถึงแฟนบอลเข้าชมที่ วิลล่า พาร์ค เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ย. 63

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นำทัพปีศาจแดงลงอุ่นเครื่องเรียกความพร้อมกับสิงห์ผงาดที่ วิลล่า พาร์ค ก่อนมีคิวลุยพรีเมียร์ลีกนัดเปิดซีซั่นกับ คริสตัล พาเลซ ในสัปดาห์หน้า โดยเกมนี้ เป็นการเตะแบบปิด ไม่ให้สื่อและแฟนบอลเข้าชม ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และไม่มีการถ่ายทอดสดในอังกฤษด้วย ตลอดจนเปิดเผยข้อมูลแบบรายงานสดเรียลไทม์

โดยเกมนี้กุนซือนอร์วีเจี้ยนจัดทีมตัวจริงประกอบด้วยดีน เฮนเดอร์สัน ; ดิโอโก้ ดาโลต์, ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ ; สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ; เจสซี่ ลินการ์ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด , แดเนี่ยล เจมส์ ; โอเดียน อิกาโล่

ขณะที่ฝั่งวิลล่าก็จักตัวสำรองลงเล่นเป็นส่วนใหญ่โดยที่มีตัวหลักอย่างแจ็ค กรีลิช, ไทโรน มิงส์, จอห์น แม็คกินน์, เทรเซเกต์ รงมทั้งส่ง  โอลลี่ วัตกิ้นส์ กองหน้าเจ้าของค่าตัวสถิติสโมสร 28 ล้านปอนด์ (ราว 320 ล้านบาท) ที่เพิ่งย้ายมาจาก เบรนท์ฟอร์ด ลงล่าตาข่าย

เกมนี้เป็นวิลล่ามาได้ประตูขึ้นนำในนาที 15 จากการโหม่งโล่งๆของ วัตกิ้นส์ จากนั้นแมนฯ ยูไนเต็ดมีโอกาสตีเสมอหลายครั้งจาก เจมส์ ได้ซัดเหน่งๆช่วงท้ายครึ่งแรกแต่กลับยิงแป๊ก และ ลินการ์ด ได้ซัดเหน่งๆแต่เจด เสตียร์ เซฟได้เยี่ยม ขณะที่ครึ่งหลังเป็น "ปีศาจแดง" ที่ทำเกมได้ดีกว่าแต่จังหวะสุดท้ายไร้ประสิทธิภาพทำให้จบเกมบุกมาพ่าย 0-1

เผยมี1ทีมยื่นซื้อโอบาเมยองก่อนต่อสัญญาอาร์เซน่อล

สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาที่มีความน่าเชื่อถือสูงของอังกฤษ ตีข่าว ก่อนหน้าที่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบเามยอง จะต่อสัญญากับ อาร์เซน่อล นั้น บาร์เซโลน่า เคยยื่นข้อเสนอขอซื้อเขาด้วย ส่วน อินเตอร์ ก็แอบเหล่ดาวเตะชาวกาบองเช่นกัน

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน เคยยื่นข้อเสนอขอซื้อ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้าคนดังของ อาร์เซน่อล ในช่วงก่อนที่เขาจะต่อสัญญากับ "ไอ้ปืนใหญ่" ตามรายงานของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของประเทศอังกฤษ

โอบาเมยอง เคยตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างหนัก หลังจากตอนแรกเขาจะหมดสัญญากับทีมในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า และยังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องข้อตกลงฉบับใหม่ได้สักที โดยช่วงนั้นเขาก็มีข่าวกับหลายทีม อย่างเช่น บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นต้น ก่อนที่เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา อาร์เซน่อล จะประกาศอย่างเป็นทางการว่าดาวเตะชาวกาบองเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมเป็นเวลา 3 ปีแล้ว

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า โอบาเมยอง คือเป้าหมายที่บอร์ดบริหารของ บาร์เซโลน่า อยากได้มากกว่า เมมฟิส เดอปาย นักเตะที่เป็นเป้าหมายของ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของทีมด้วยซ้ำ แต่พอรู้ว่า โอบาเมยอง ตกลงที่จะต่อสัญญากับ อาร์เซน่อล แล้วนั้น พวกเขาก็หันไปไล่ล่า เดอปาย อย่างเต็มที่แทน โดย สกายสปอร์ตส์ เสริมว่า อินเตอร์ มิลาน ก็ให้ความสนใจในตัวแข้งวัย 31 ปีเช่นกัน แต่ไม่ได้ยื่นซื้อเขาแบบเป็นรูปธรรม

หอกใหม่ค่าตัวสถิติซัดชัย! วิลล่าเผาเครื่องแมนยู เกมอุ่นแบบปิด

แมนฯ ยูไนเต็ด ออกไปโดน แอสตัน วิลล่า เผาเครื่องในเกมกระชับมิตรเรียกความพร้อมก่อนเปิดฤดูกาลที่เตะแบบปิดสนาม โดยไม่ให้สื่อมวลชน รวมถึงแฟนบอลเข้าชมที่ วิลล่า พาร์ค เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ย. 63

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นำทัพปีศาจแดงลงอุ่นเครื่องเรียกความพร้อมกับสิงห์ผงาดที่ วิลล่า พาร์ค ก่อนมีคิวลุยพรีเมียร์ลีกนัดเปิดซีซั่นกับ คริสตัล พาเลซ ในสัปดาห์หน้า โดยเกมนี้ เป็นการเตะแบบปิด ไม่ให้สื่อและแฟนบอลเข้าชม ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และไม่มีการถ่ายทอดสดในอังกฤษด้วย ตลอดจนเปิดเผยข้อมูลแบบรายงานสดเรียลไทม์

บรรดานักข่าวที่อังกฤษ พยายามสืบหารายชื่อนักเตะของทั้งสองทีม โดยเฉพาะฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ได้ความเพียงว่า หนึ่งคนที่ไม่ได้ลงสนามแน่นอนคือ ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสที่เพิ่งกลับมาซ้อมได้ หลังถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่รายงานวงในจากสื่อท้องถิ่นเมืองเบอร์มิงแฮม ระบุ ผู้เล่นที่ลงตัวจริงให้ปีศาจแดง มีชื่อของ ดีน เฮนเดอร์สัน เป็นผู้รักษาประตู, คู่เซ็นเตอร์แบ็กใช้ ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ จับคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โดยมีแบ็กขวา-ซ้ายเป็น ดีโอโก้ ดาโล่ต์ กับลุค ชอว์ โดยมี สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ยืนหน้าแนวรับร่วมกับแข้งป้ายแดงอย่าง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค โดยทิ้ง โอเดียน อิกาโล่ เป็นหน้าเป้า และให้สามประสานทั้ง เจสซี่ ลินการ์ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด และแดเนี่ยล เจมส์ สนับสนุน

ด้าน วิลล่า ของกุนซือ ดีน สมิธ ที่มีคิวลงเล่นนัดแรกในพรีเมียร์ลีกกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด ในวันที่ 21 ก.ย.นี้ ถูกระบุว่าจัดแข้งใหม่อย่าง แม็ตตี้ แคช และ โอลลี่ วัตกิ้นส์ ลงลุยด้วย โดยผลการแข่งขัน เป็นทาง สิงห์ผงาด ที่เผาเครื่อง แมนฯ ยูไนเต็ด ไปหวุดหวิด 1-0 จากประตูชัย น.15 ของ วัตกิ้นส์ กองหน้าเจ้าของค่าตัวสถิติสโมสร 28 ล้านปอนด์ (ราว 320 ล้านบาท) ที่เพิ่งย้ายมาจาก เบรนท์ฟอร์ด สดๆ ร้อนๆ จากการทวิตแจ้งของ เอียน เทย์เลอร์ อดีตดาวดังสิงห์ผงาด

มาแน่!ลิเวอร์พูลรอต้อนรับแข้งใหม่รายที่2ได้เลย

บรรดา "เดอะ ค็อป" เตรียมรอรับแข้งใหม่ได้เลย หลังโกลอนาคตไกลแดนกาแฟ อำลาสโมสรต้นสังกัดและเพื่อนๆ เพื่อมาเมืองผู้ดีแล้ว

ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังจะได้นักเตะใหม่รายที่ 2 มาเสริมทัพอย่างเป็นทางการในซัมเมอร์นี้ หลัง มาร์เซโล่ ปิตาลูก้า ผู้รักษาประตูดาวรุ่ง ฟลูมิเนนเซ่ ทีมดังในลีกประเทศบราซิล ประกาศอำลาและขอบคุณต้นสังกัดแล้ว ก่อนที่จะย้ายมาเข้าถิ่น แอนฟิลด์

ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวว่า ลิเวอร์พูล กับ ฟลูมิเนนเซ่ ตกลงค่าตัวรวมโบนัสของนายด่านวัย 17 ปีเรียบร้อย โดยอยู่ที่ราว 1.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 73.8 ล้านปอนด์) และจะเซ็นสัญญาเป็นเวลา 3 ปี ส่งผลให้จะเป็นนักเตะใหม่คนที่ 2 ในซัมเมอร์นี้ ต่อจาก คอสตาส ชิมิกาส แบ็กซ้ายทีมชาติกรีซ

ปิตาลูก้า เผยผ่านเว็บไซต์สโมสร ฟลูมิเนนเซ่ ว่า "ผมซาบซึ้ง ฟลูมิเนนเซ่ เป็นเวลา 10 ปีที่ผมอยู่กับสโมสรตั้งแต่ระดับฟุตซอลจนมาถึงฟุตบอลอาชีพ ผมได้รับการปฎิบัติอย่างดีมาตลอด และได้รับการช่วยเหลือทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาทั้งส่วนตัวและในฐานะนักกีฬา โอกาสนี้เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับตัวผมเนื่องจากผมมีพาสปอร์ตยุโรปอยู่แล้ว"

ทั้งนี้ ปิตาลูก้า เป็นโกลมือ 4 ของ ฟลูมิเนนเซ่ โดยมือ 1 ของทีมคือ มูเรียล เบ็คเกอร์ พี่ชายของ อลีสซง นายทวารคนเก่งของ ลิเวอร์พูล นั่นเอง

 

 

ส่อย้าย?บรูว์สเตอร์ส่งสัญญาณเหมือนจะลาลิเวอร์พูล

ทุกวันนี้นักฟุตบอลชอบกด "ไลค์" ข่าวสารตามโลกโซเชียลเยอะพอตัว และล่าสุดก็มีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องนั้นเมื่อ ริอาน บรูว์สเตอร์ หัวหอกอนาคตไกลของ ลิเวอร์พูล ดันกด "ถูกใจ" ข่าวที่บอกว่าเขาจ่อที่จะย้ายไปอยู่กับ เชฟฯ ยูไนเต็ด แล้ว

ริอาน บรูว์สเตอร์ กองหน้าดาวรุ่งของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ส่งสัญญาณเหมือนกับว่ากำลังจะย้ายไปอยู่กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หลังจากไปกด "ถูกใจ" ข่าวที่บอกว่าเขาอาจจะไปซบที่นั่น

บรูว์สเตอร์ ถือเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองรายหนึ่ง โดยเขาเคยทำประตูให้ทีมเยาวชนของ ลิเวอร์พูล ได้เยอะพอตัว ขณะที่ฤดูกาลก่อนตอนไปเล่นกับ สวอนซี ซิตี้ ด้วยสัญญายืมตัวเขาก็ทำได้ 10 ประตู จากการลงเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ 20 นัด แถมในซีซั่นนี้เขาก็ได้ลงเล่นเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่ "หงส์แดง" แพ้ อาร์เซน่อล ในช่วงดวลจุดโทษด้วย

อย่างไรก็ตาม เป็นที่เชื่อว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยังไม่คิดว่าเขาดีพอที่จะเป็นกำลังของทีมสำหรับการสู้ศึกฤดูกาล 2020-21 อยู่ดี จนทำให้แข้งวัย 20 ปี ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมหนักพอตัว โดยนอกจาก เชฟฯ ยูไนเต็ด แล้วนั้น คริสตัล พาเลซ ก็เป็นอีกทีมที่ให้ความสนใจในตัวเขาเหมือนกัน และไม่นานมานี้ก็มีข่าวว่า ลิเวอร์พูล ตอบรับข้อเสนอจาก "ดาบคู่" แล้ว หลังจาก เชฟฯ ยูไนเต็ด เสนอจ่ายค่าตัวให้ 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,025 ล้านบาท)

ทั้งนี้ Risingballers เพจด้านข่าวสารวงการฟุตบอลบน อินสตาแกรม ก็เล่นข่าวนี้เช่นกัน ซึ่งมันก็มีคนเข้าไปกด "ถูกใจ" เยอะพอตัว แต่ประเด็นคือหนึ่งในคนที่กดถูกใจก็คือ บรูว์สเตอร์ เอง จนทำให้ดูเหมือนกับว่ามีโอกาสสูงที่มันจะเป็นเรื่องจริง

คล็อปป์เปิดใจเรื่องทำเฟอร์กี้ตื่นตอนตี3ครึ่ง

หลังจากไม่กี่เดือนก่อน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บอกว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำให้เขาต้องตื่นมาตอนตี 3 ครึ่ง จากการที่ คล็อปป์ แจ้งเรื่อง ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ลีกนั้น ล่าสุด คล็อปป์ ก็บอกว่าตนเผลอทำอย่างนั้นไปจริงๆ จากการที่ส่งข้อความตอบกลับไปหา เฟอร์กูสัน พร้อมบอกว่าไม่รู้ว่า เฟอร์กูสัน จะวางโทรศัพท์มือถือเอาไว้ข้างเตียง
 
เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอมรับว่าตนทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องตื่นมาตอนประมาณตี 3 ครึ่งจริงๆ หลังจากตอนแรก เฟอร์กูสัน ส่งข้อความเชิงแสดงความยินดีที่ทีมของตนได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2019-20 มาให้ตนตั้งแต่ในช่วงกลางคืน แต่ตนเพิ่งมาอ่านเจอข้อความนั้นและส่งข้อความตอบกลับไปในอีกหลายชั่วโมงต่อมา

เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา คล็อปป์ ได้รับรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำปี 2020 ของสมาคมผู้จัดการทีมลีกในประเทศอังกฤษ (แอลเอ็มเอ) จากการที่เขาพาทีมได้แชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี โดยถ้วยรางวัลดังกล่าวมีชื่อว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โทรฟี่ ซึ่งเป็นการตั้งชื่อเพื่อให้เกียรติแก่ เฟอร์กูสัน ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในวงการฟุตบอลอังกฤษ

เดอบรอยน์เผยไม่เคยสนข่าวเมสซี่-ชี้แมนซิตี้แกร่งอยู่แล้ว

เควิน เดอ บรอยน์ กองกลาง แมนฯ ซิตี้ ประกาศชัด ไม่เคยสนใจเรื่องระหว่าง ลิโอเนล เมสซี่ กับ "เรือใบสีฟ้า" เลย โดยบอกด้วยว่าทีมของตนแกร่งพออยู่แล้ว แม้จะยอมรับว่าถ้าได้ เมสซี่ มาร่วมทีมมันจะทำให้ แมนฯ ซิตี้ แกร่งขึ้นก็ตาม

เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์คนเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าไม่เคยสนใจแม้แต่นิดเดียวว่า ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิง บาร์เซโลน่า จะย้ายมาอยู่กับ "เรือใบสีฟ้า" รึเปล่า

เมสซี่ เคยตกเป็นข่าวกับ แมนฯ ซิตี้ อย่างหนักในช่วงหลายวันก่อน หลังจากที่ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ยื่นเรื่องขอย้ายออกจากทีมโดยตั้งใจจะใช้เงื่อนไขที่สามารถยกเลิกสัญญากับ "อาซูลกราน่า" ได้ทุกๆ ซัมเมอร์ แต่สุดท้ายดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ก็จำใจอยู่กับ บาร์เซโลน่า ต่อไป หลังจากที่ทีมดังของถิ่น คัมป์ นู อ้างว่าเงื่อนไขที่ว่ามันหมดอายุในทุกๆ วันที่ 10 มิถุนายน

เดอ บรอยน์ เผยว่า "พูดกันตามตรงนะ ผมไม่เคยคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นเลย ถ้ามันเกิดขึ้นได้ก็แล้วไป ถ้าคุณได้ เมสซี่ มาอยู่กับทีมของคุณมันก็จะทำให้ทีมของคุณมีลุ้นแชมป์อยู่เสมอ ถ้ามองในด้านการเล่นแล้วน่ะผมก็พอจะเข้าใจถึงเรื่องนั้นได้ (ว่าทำไม แมนฯ ซิตี้ ถึงอยากได้ เมสซี่) ยิ่งถ้าเป็นในฐานะสโมสรแล้วน่ะมันก็พอจะเข้าใจได้มากเป็นพิเศษว่าทำไมถึงมีข่าวแบบนี้"

"ในแง่ของธุรกิจแล้วมันน่าจะทำให้ทีมมีสปอนเซอร์และเงินไหลเข้ามาเทมาเยอะสุดๆ ต่อให้คุณจะเสียเงินไปเยอะเพื่อดึงเขามาร่วมทีมแต่คุณก็จะได้เงินในระดับเดียวกันกลับมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดังนั้นผมเลยเข้าใจได้ว่าทำไมสโมสรถึงตัดสินใจพยายามทำแบบนั้น แต่พูดกันตรงๆ เลยนะ ผมไม่สนใจแม้แต่นิดเดียว"

 "ผมไม่สนเลยจริงๆ แน่นอนว่าถ้าเขาย้ายมาอยู่กับเรามันคงจะช่วยเราได้มาก เพราะสำหรับผมแล้วเขาเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดของโลก แต่ผมไม่เคยสนใจเลยว่านักเตะคนไหนที่อาจจะย้ายมาอยู่กับทีม หรือเรื่องที่ว่ามันอาจจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง คุณจะเล่นด้วยนักเตะเท่าที่มี และผมคิดว่าเราก็มีทีมที่แข็งแกร่งอยูแล้ว มันคงจะเป็นเรื่องที่โง่มากๆ สำหรับผมที่จะทึกทักว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นหากเราได้นักเตะบางคนมาอยู่กับทีม ในวงการฟุตบอลน่ะมันเกิดเรื่องแบบนั้นอยู่เสมอ บางคนควรจะย้ายมาอยู่กับทีมแต่สุดท้ายมันก็ไม่เกิดการย้ายทีมขึ้นจริงๆ แถมช่วงที่มีข่าว (ระหว่าง แมนฯ ซิตี้ กับ เมสซี่) น่ะผมก็ยุ่งสุดๆ อยู่ด้วยล่ะนะ (หมายถึงการที่ต้องคอยเป็นกำลังใจให้ มิเชล ภรรยาของเขาที่คลอดลูกคนล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อน)"

เปิดก่อนเลย! “แลมพาร์ด” ลั่นแข้งสิงห์บลูส์พร้อมดวลหงส์แดงอาทิตย์นี้

แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี มั่นใจว่าทีมของเขาสามารถเอาชนะลิเวอร์พูล แชมป์เก่าศึกพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์นี้ได้

"ผมตื่นเต้นมาก มันชัดเจนที่ลิเวอร์พูลคือทีมที่ดีที่สุดในลีกเมื่อฤดูกาลก่อน แต่ทุกเกมที่พวกเราเจอกับพวกเขา พวกเราก็ต่อสู้ได้ดีจริงๆ พวกเราเคยเอาชนะพวกเขามาแล้วในเอฟเอ คัพ แต่ก็แพ้ในเกมลีกทั้งสองนัด ซึ่งเราก็ทำได้ดีในการต่อกรกับพวกเขา"

"ผมตื่นเต้นที่จะได้เห็นพวกเราสู้กับพวกเขาอีก และดูว่าเราจะอยู่ในจุดไหน เรามีนักเตะหน้าใหม่เข้ามาในตอนนี้โดยมีเวลาเรียกความฟิตแค่สั้นๆ ผมคิดว่าปรีซีซั่นของพวกเราคือหนึ่งในลีกที่หนักที่สุดในโลกแล้ว"

"ลิเวอร์พูลได้ซ้อมมากกว่าพวกเรา 2 สัปดาห์ แต่มันก็เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมในการเจอกับพวกเขาแต่เนิ่นๆ และดูว่าพวกเราสามารถทำอะไรได้บ้าง พวกเราต้องมั่นใจ เราไม่กลัวลิเวอร์พูล แต่พวกเราให้ความเคารพพวกเขา พร้อมเชื่อมั่นในตัวเองด้วย"

คล็อปป์ว่าอย่างไรเรื่องเกมรับรั่วเสีย 3 ประตู

เจอร์เก้น คล็อปป์ ดูเหมือนจะไม่ได้กังวลอะไรมากเกี่ยวกับเกมรับของ ลิเวอร์พูล ถึงแม้จะเสียถึง 3 ประตูในเกมเปิดซีซั่น ที่ทีมเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

"แชมป์เก่า" ลิเวอร์พูล เอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 ในเกมเปิดสนามพรีเมียร์ลีก โดยถึงแม้เกมรุกจะทำได้ถึง 4 ประตู แต่เรื่องเกมรับเป็นคำถามว่าพวกเขาหละหลวมเกินไปหรือเปล่าที่เสียประตูในเกมเดียวถึง 3 ลูก

โดยทาง เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ‘หงส์แดง’ เองก็ได้ให้คำอธิบายถึงเรื่องนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้รู้สึกถึงความเป็นกังวลมากเท่าไหร่ พร้อมกระตุ้นให้ทีมพัฒนาต่อไป

"ผมไม่ได้มองว่าเราเจอความยุ่งยากอะไรเรื่องเกมรับเลยนะ ในแนวทางการเล่นของพวกเขาน่ะ เราไม่มีทางป้องกันได้ 100% ตลอดเวลาหรอก" นายใหญ่เลือดด๊อช์ท เผย

"ประตูแรก ฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งอยู่ลึกกว่าคู่ เซนเตอร์แบ็ก ซึ่งมันไม่ควรที่จะเกิดขึ้น ประตูที่สองผมคิดว่าเกิดจากความไม่เข้าใจกันระหว่าง เฟอร์กิล (ฟาน ไดค์) และ อลีสซง ซึ่งมันเป็นอะไรที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ก็ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นแต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ ผมไม่คิดว่าเราจะเจอแบบนี้บ่อยๆ หรอก ส่วนประตูที่สาม​ เราเพิ่งเปลี่ยนตัว​ก่อนหน้านั้นไม่นาน​ แล้ว​จากจังหวะทุ่ม​ เราไม่ขยับตาม,​ เสียสมาธิ, เปิดช่องว่างให้พวกเขาฝ่าแนวรับเข้ามา​" "

"ดังนั้น ในเรื่องเกมรับ มันต้องมีการอธิบาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมาแก้ตัวอะไรหรอกนะ เมื่อ 4 วันก่อน แนวรับทั้ง 4 คนไปเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ, ทีมชาติฮอลแลนด์ และทีมชาติสกอตแลนด์"

"ทีมชั้นนำทั้งหมด มีการเล่นเกมรับที่แตกต่างกันออกไป ความผิดพลาดสามารถเกิดขึ้นได้ และมันก็ไม่ควรจะมาตัดสินในช่วงต้นฤดูกาล"

"หลายคนพูดกันว่าพวกเขาเล่นกันมากว่า 500 นัด แต่เรื่องของเกมรับไม่ได้ง่ายเหมือนการขี่จักรยาน คุณต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันก็ยังมีช่องว่างเพื่อการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น"