ลือหึ่งลิเวอร์พูลใกล้บรรลุข้อตกลงคว้ามานดี้

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี และ ฮาฟิด แดร์ร๊าดฌี่ อดีตแข้งทีมชาติแอลจีเรีย รายงานตรงกันว่า ลิเวอร์พูล จ่อได้ตัว ไอส์ซา มานดี้ ปราการหลัง เรอัล เบติส แล้ว โดยรายของ แดร์ร๊าดฌี่ บอกว่าตอนนี้ติดแค่รายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้น
    ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงคว้าตัว ไอส์ซา มานดี้ กองหลังชาวแอลจีเรียมาจาก เรอัล เบติส ได้แล้ว ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี และ ฮาฟิด แดร์ร๊าดฌี่ อดีตดาวเตะทีมชาติแอลจีเรียที่ตอนนี้ทำงานให้ บีอิน สปอร์ตส์ สื่อกีฬาชื่อก้อง

    "หงส์แดง" ตกเป็นข่าวกับกองหลังหลายรายในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ เดยัน ลอฟเรน ย้ายไปอยู่กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่อนาคตของ โฌแอล มาติป ก็ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หลังจากมีข่าวลือว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อยากได้เขาไปร่วมทัพ

    ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล ตกเป็นข่าวกับ มานดี้ ครั้งแรกเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ความคืบหน้ามันเป็นไปด้วยดีมากๆ จนตอนนี้ใกล้ที่จะปิดดีลกันได้แล้ว โดยถึงแม้ เดอะ มิร์เรอร์ จะไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดมากนัก แต่รายของ แดร์ร๊าดฌี่ ถึงขั้นแจ้งข่าวลง ทวิตเตอร์ เป็นภาษาอาหรับเลยว่าตอนนี้ติดแค่เรื่องรายละเอียดนิดหน่อย "ดาวเตะชาวแอลจีเรีย ไอส์ซา มานดี้ ซึ่งตอนนี้อยู่กับ เบติส ใกล้ที่จะย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล แล้ว ตอนนี้ติดปัญหาเพียงรายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้น"

    ในเรื่องของค่าตัวนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด โดยก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า ลิเวอร์พูล ยื่นเงินไป 9 ล้านปอนด์ (ประมาณ 360 ล้านบาท) แต่ เบติส ขอเพิ่ม 1.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 72 ล้านบาท) โดยที่จริง เบติส ตั้งค่าฉีกสัญญาของแข้งวัย 28 ปีเอาไว้ที่ 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,000 ล้านบาท) แต่ก็ยอมลดค่าตัวลงมาให้เพราะ มานดี้ เหลือสัญญากับทีมไม่ถึง 1 ปีเต็มแล้ว

แฉ! “ชิลเวลล์” อาจเป็นกองหลังแพงสุดในโลกหากซบเชลซี

สื่อผู้ดี ตีข่าว เชลซี อาจจะต้องควักกระเป๋าจำนวนมหาศาลในการกระชากตัว เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายฟอร์มฮอต มาร่วมทีม เพราะ เลสเตอร์ แจ้งกับ "สิงห์บูลส์" ไปแล้วถ้าอยากได้นักเตะจริงๆ ต้องกล้าจ่ายหนัก เนื่องจากดาวเตะเลือดผู้ดี มีมูลค่าสูงกว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์
               "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะต้องควักกระเป๋าเป็นสถิติโลกหากต้องการคว้าตัว เบน ชิลเวลล์ ฟูลแบ็กฟอร์มร้อนแรงของ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ จากการเปิดเผยของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำในเมืองผู้ดี

              แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษ แสดงความต้องการอย่างแรงกล้าที่อยากจะได้ตัว แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษจาก "เดอะ ฟ็อกซ์" มาเสริมแกร่งเพื่อไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลหน้า อย่างไรก็ตาม เลสเตอร์ ได้แจ้งไปยัง "สิงห์บูลส์" แล้วว่าหากอยากได้ ชิลเวลล์ คงต้องจ่ายเงินมหาศาล เพราะนักเตะมีมูลค่าสูงกว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ อดีตเซนเตอร์แบ็กของทีม

              สำหรับ แม็กไกวร์ วัย 27 ปี กลายเป็นกองหลังที่แพงที่สุดในโลกเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังจากที่เขาย้ายออกจากถิ่นคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ไปเล่นให้กับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 80 ล้านปอนด์ (ราว 3,040 ล้านบาท)

              ฉะนั้นหาก เชลซี อยากได้ ฟูลแบ็กวัย 23 ปีซึ่งอยู่กับ เลสเตอร์ มาตั้งแต่อายุ 12 ปีและผ่านการติดทีมชาติอังกฤษไปแล้ว 11 เกม ไปร่วมทีม พวกเขาต้องจ่ายเงินค่าตัวสูงมากๆ ขณะที่นักเตะก็ดูเหมือนอยากจะอำลาต้นสังกัดเพื่อไปเล่นให้เชลซี ซึ่งเขามองว่าน่าจะมีอนาคตสดใสรออยู่

ตั้งสติ!เอฟเอออกกฎเปาแจกใบแดงแข้งเจตนาไอ

สมาคมลูกหนังเมืองผู้ดี ออกกฎใหม่ให้อำนาจกรรมการแจกใบแดงนักเตะที่ตั้งใจไอใส่คู่แข่งหรือผู้ตัดสิน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่รุนแรงเทียบเท่าการใช้คำหยาบ หรือการทำร้ายร่างกาย โดยเป็นมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
               สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) แถลงการณ์การณ์เมื่อวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับกฎใหม่ที่ให้อำนาจผู้ตัดสินสามารถแจกใบแดงให้กับนักเตะได้ทันที หากผู้เล่นคนนั้นตั้งใจไอใส่นักเตะคู่แข่งหรือกรรมการในช่วงระหว่างที่อยู่ในการแข่งขัน

              ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ตอนนี้วงการกีฬาจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีมาตรการสำคัญเพื่อใช้ในการป้องกันไม่ว่าจะเป็นการห้ามจับมือในขณะที่อยู่ในสนาม, การเว้นระยะห่างทางสังคม รวมไปถึงการห้ามแฟนบอลเข้าชมเกมฟุตบอล เป็นต้น

              สำหรับสมาคมลูกหนังเมืองผู้ดี ได้เพิ่มความเข้มข้นของการป้องกันด้วยการออกกฎใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยหากมีการ "ไอ" ใส่ผู้อื่นในสนามไม่ว่าจะเป็นกับคู่แข่งหรือกรรมการ โดยเจตนา บุคคลนั้นมีสิทธิ์ถูกลงโทษด้วยการโดนใบแดง และต้องออกจากสนามทันที

              "หากผู้ตัดสินทราบว่ามีใครก็ตามที่ตั้งใจไอใส่หน้าคู่แข่งหรือกรรมการในระยะใกล้ ….ผู้ตัดสินสามารถใช้กฎข้อ 12 ที่ระบุเกี่ยวกับพฤติกรรมน่ารังเกียจ, ดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น หรือใช้วาจาหรือแสดงสัญลักษณ์ที่ส่อไปในทางหยาบคาย  แต่ถ้าหากเหตุการณ์ไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นไล่ออก นักเตะก็จะถูกตักเตือนเนื่องจากแสดงพฤติกรรมไม่มีน้ำใจนักกีฬา และขาดความเคารพในเกม" แถลงการณ์ เอฟเอ ระบุ

              อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์ของสมาคมลูกหนังเมืองผู้ดี ได้ระบุเพิ่มเติมว่าผู้ตัดสินจะไม่ทำการลงโทษในกรณีที่นักเตะไอธรรมดา หรือการถ่มน้ำลายลงพื้นสนาม เป็นต้น แม้ว่าจะเป็นพฤติกรรมที่มีการขอความร่วมมือให้งดเว้นก็ตาม

เมอร์สันฟันธงแชมป์พรีเมียร์ฯซีซั่นหน้า

ไม่ต้องกลัวหน้าแตก! พอล เมอร์สัน กูรูลูกหนังเมืองผู้ดี ฟันธงแล้วแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่นหน้าจะตกเป็นของ ลิเวอร์พูล, แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด หรือ เชลซี
     พอล เมอร์สัน อดีตกองกลาง อาร์เซน่อล ที่เวลานี้ผันตัวมาทำหน้าที่ผู้วิเคราะห์เกมให้กับสื่อในอังกฤษ มั่นใจว่า ลิเวอร์พูล จะป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ลีก เอาไว้ได้สำเร็จในฤดูกาล 2020/21 หลังจากที่ซีซั่นนี้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เก็บชัยชนะได้ถึง 31 จาก 37 เกม

    ในซีซั่นหน้า พรีเมียร์ลีก จะเปิดฉากวันเสาร์ที่ 12 กันยายนนี้ และเชื่อว่า การลุ้นแชมป์จะยังคงมีความดุเดือด โดยนอกจาก ลิเวอร์พูล ที่มีโอกาสป้องกันแชมป์แล้วยังมี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่พร้อมกลับมาทวงบัลลงก์, เชลซี ที่เสริมทัพได้น่ากลัว และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ฟอร์มเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ

    เมอร์สัน แสดงความเห็นผ่าน สตาร์สปอร์ต ว่า "ผมคงจะประหลาดใจถ้าพวกเขา (ลิเวอร์พูล) ไม่ได้แชมป์ฤดูกาลหน้า แม้ แมนฯ ซิตี้ เป็นทีมที่ยอดเยี่ยม และสามารถถล่มคู่แข่งกระจุยในวันของพวกเขา แต่ ลิเวอร์พูล มีความคงเส้นคงวามากกว่า พวกเขาสามารถเอาชนะในเวลาที่เล่นไม่ดี ส่วน แมนฯ ซิตี้ ไม่สามารถทำแบบนั้นเพราะแนวรับของพวกเขาไม่ดี"

    พร้อมกันนี้ อดีตมิดฟิลด์ "ปืนใหญ่" ยังแสดงความรู้สึกเห็นใจ "หงส์แดง" ที่ไม่ได้ฉลองการรับแชมป์ พรีเมียร์ลีก ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง หลังมีพิธีมอบถ้วยอย่างเป็นทางการหลังจบเกมที่ชนะ เชลซี 5-3 ที่ สนาม แอนฟิลด์ เมื่อวันพุธที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา

    "มันน่าเศร้าที่ ลิเวอร์พูล ได้ชูถ้วยแชมป์ในสนามว่างเปล่าที่แอนฟิลด์ อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่า แฟนบอลของพวกเขาจะได้โอกาสมาฉลองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ที่แอนฟิลด์ อย่างแน่นอนในอนาคต เนื่องจากนี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ ลิเวอร์พูล ได้แชมป์" เมอร์สัน ทิ้งท้าย
 

“ซาลาห์” โพสต์ภาพทำสาวกเดอะค็อปตะลึง

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวเตะคนดังลิเวอร์พูล ใช้เวลาว่างช่วงปิดซีซั่นของเปลี่ยนภาพลักษณ์ตัวเองใหม่ด้วยการหั่นผมฟูฟ่องออก ทำให้ตอนนี้เขามีลุคที่ดูใสปิ๊งราวกับหนุ่มวัยกระทง ที่สำคัญสาวก "เดอะ ค็อป" ประทับใจกับทรงผมนี้ซะด้วย

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าสตาร์ดัง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล สร้างความฮือฮาเมื่อโชว์ภาพทรงผมใหม่ล่าสุดผ่าน ทวิตเตอร์ เว็บไซต์สังคมออนไลน์ยอดฮิต โดยงานนี้เหล่าสาวก "เดอะ ค็อป" ต่างประทับใจกับภาพลักษณ์ใหม่ที่ดูสดใสมากกว่าเดิมหลายเท่า

นับตั้งแต่ที่ "คิง ออฟ อียิปต์" ย้ายจาก "หมาป่าเหลืองแดง" โรม่า มาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2017 เขาสามารถระเบิดฟอร์มสุดยอดออกมาจนกลายเป็นขวัญใจของเหล่าแฟนบอล "เดอะ เร้ดส์" ทั่วโลก ที่สำคัญยังสร้างชื่อเป็นหนึ่งในแข้งประวัติศาสตร์ที่นำทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้สำเร็จ

ซาลาห์ ค้าแข้งอยู่กับ ลิเวอร์พูล มาแล้ว 3 ฤดูกาล โดยตะบันประตูคู่แข่งไปเบาะๆ 94 ประตูกับ 41 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 152 แมตช์ให้กับต้นสังกัดในทุกรายการ โดย ดาวเตะทีมชาติอียิปต์ ซึ่งไว้ผมยาวฟูฟ่องมาตลอด ตัดสินใจเปลี่ยนลุคตัวเองใหม่ด้วยการตัดผมสั้นหล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว

งานนี้บรรดาสาวก "เดอะ ค็อป" เข้ามาแสดงความเห็นเยอะแยะมากมายเกี่ยวกับภาพลักษณ์ใหม่ที่ดูแปลกตาของสตาร์ดังจากแดนมัมมี่ โดยแฟน "หงส์แดง" รายหนึ่งระบุว่า "คุณดูดีมากๆ" ขณะที่อีกรายแสดงความเห็นว่า "นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจาก ลอฟเรน ย้ายทีม"

เจอร์ราร์ดนำอดีตแข้งฉลองลิเวอร์พูลได้ชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์

อดีตแข้งหลายรายของ ลิเวอร์พูล ฉลองกับการที่อดีตต้นสังกัดได้ชูถ้วยแชมป์อย่างเป็นทางการ อย่างเช่น สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่ออกมาพิมพ์แบบสั้นๆ ว่า "แชมเปี้ยน" เป็นต้น
    อดีตนักเตะหลายคนของ ลิเวอร์พูล ร่วมฉลองกับการที่ "หงส์แดง" ได้ชูถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 อย่างเป็นทางการ หลังจบเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ เชลซี 5-3 เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

    ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ การันตีแชมป์ลีกได้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่จำเป็นต้องรอจนถึงเกมลีกนัดรองสุดท้ายกว่าที่จะได้รับถ้วยแชมป์ ซึ่งบรรยากาศการฉลองภายในสนามก็เต็มไปด้วยความครึกครื้นสุดขีด

 


 

    สำหรับอดีตนักเตะ ลิเวอร์พูล ที่ร่วมฉลองผ่านโลกออนไลน์มีอย่างเช่น สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่พิมพ์ว่า "แชมเปี้ยน", ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ที่บอกว่า "คงไม่มีทางภูมิใจได้มากกว่านี้อีกแล้ว ขอบคุณนะ @LFC", เจมี่ คาร์ราเกอร์ ที่โพสต์ว่า "เจอร์เก้น คล็อปป์ เคยบอกว่าเขาจะเปลี่ยนจากผู้กังขาให้เป็นผู้ที่มีความเชื่อ @LFC #premierleaguechampions", จอห์น อัลดริดจ์ ที่พิมพ์ว่า "ชอบการฉลองมากๆ มันเหมาะสมแล้วที่คืนนี้เราเก็บได้ 96 คะแนนพร้อมกับได้ชูถ้วยแชมป์ไปด้วย! เราจะไม่มีวันลืมพวกเขา เหล่า 96 ชีวิตที่ต้องจากไปจากโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร่ และจะไม่มีวันลืมทีมชุดนี้ที่ทำให้เรากลับมาเป็นแชมป์ลีกได้หลังจากห่างหายไปนานด้วย YNWA" และ เอียน รัช ที่พิมพ์ว่า "30 ปี! ขอแสดงความยินดีกับแชมป์ พรีเมียร์ลีก ด้วย @LFC #YNWA" เป็นต้น

 

เดอะค็อปมีเสียว! “ซาลาห์” แย้มลาลิเวอร์พูล

ทำเอาสาวก "เดอะ ค็อป" คิดมากเลยทีเดียว เมื่อล่าสุด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงตัวจี๊ด ลิเวอร์พูล แย้มอาจอำลาถิ่น แอนฟิลด์ หลังจบซีซั่นนี้ ระบุเรื่องอนาคตไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้

     โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าคนสำคัญของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรลูกหนังเมืองผู้ดี เผยว่า ตอนนี้ตนกำลังมีความสุขเป็นอย่างมากกับการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และยังไม่อยากยืนยันเรื่องอนาคตของตัวเองหลังจบฤดูกาลนี้

     ซาลาห์ เป็นกำลังสำคัญในการช่วยทัพ "หงส์แดง" คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาล 2019/20 มาครอง หลังจากที่สโมสรรอคอยตำแหน่งแชมป์ลีกมาอย่างยาวนานถึง 30 ปี อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงที่ผ่านมา เจ้าตัวมีข่าวเกี่ยวโยงกับเรื่องย้ายทีมเป็นระยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ เรอัล มาริด ซึ่งล่าสุด สตาร์ทีมชาติอียิปต์วัย 28 ปี ก็ไม่ปิดโอกาสที่จะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ 

         "ตอนนี้ผมแค่ต้องการมีความสุขกับความสำเร็จ ส่วนเรื่องอนาคตไม่มีใครรู้หรอกว่า มันจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งเราก็ต้องรอดูกันต่อไป แต่ตอนนี้เราได้มาแล้วทั้ง แชมเปี้ยนส์ ลีก และ พรีเมียร์ลีก ซึ่งผมแฮปปี้มากๆ ส่วนเรื่องอนาคตก็รอดูกันต่อไป แต่ตอนนี้ผมมีความสุขมากๆ กับความสำเร็จและถ้วยแชมป์เหล่านี้" ซาลาห์ กล่าวกับ LA FM Colombia 

     ทั้งนี้ ซาลาห์ ซึ่งย้ายมาจาก อาแอส โรม่า เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2017 ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ไปแล้ว 151 นัด ทำได้ 94 ประตู

จบที่3น่ะครับ! ผ่า 5 ประเด็น แมนยู ชนะ เลสเตอร์ ซิตี้

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้แฟนบอลได้มีความสุขในวันสุดท้ายของเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อพวกเขาบุกชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ถึงถิ่นคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้ทีมทำแต้มขึ้นไปอยู่ในอันดับ 3 และคว้าโควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ
    นอกจากจะได้ตํ๋วกลับไปโม่เกือกในถ้วยใบโตยุโรปแล้ว สาวก "เร้ด อาร์มี่" ยังต้องดีใจจนน้ำตาหลั่งรินกับการที่พวกเขาได้เห็น เจสซี่ ลินการ์ด ซัดประตูแรกในลีกได้ซะทีหลังจากทำไม่ได้มานาน ในขณะเดียวกัน "ผีแดง" ยังสร้างสถิติที่น่าสนใจก็คือการเป็นแชมป์จุดโทษ เมื่อได้จุดโทษถึง 14 ครั้งในซีซั่นนี้

    หลังจบฤดูกาลนี้แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีโปรแกรมลุยยูฟ่า ยูโรปา ลีก แต่กระนั้นการบ้านที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องขบคิดก็คือการเสริมทัพ เพราะแมตช์นี้แสดงให้เห็นแล้วว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องหาผู้เล่นที่มีศักยภาพสูงมาช่วยทีม ไม่งั้นอาจไม่สามารถยืนระยะในการฟาดฟันกับ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

1.  บรูโน่ เล่นไม่ออกบอกไม่ถูก
    เพลย์เมกเกอร์ชาวโปรตุกีส เป็นหนึ่งในนักเตะของแมนเชสเตอร์ ไนเต็ด ที่โชว์ฟอร์มได้ย่ำแย่สุดๆ ในแมตช์นี้ ทั้งๆ ที่นักเตะทำผลงานได้อย่างสุดยอดมาตลอดนับตั้งแต่ย้ายจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน มาสวมเสื้อ "ปีศาจแดง" เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

 


 

    สำหรับในแมตช์นี้ต้องยอมรับว่า แฟร์นันด์ส มีอาการเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญนักเตะจ่ายผิดพลาดให้เห็นบ่อยครั้ง แทบไม่สามารถสร้างสรรค์เกมได้เลย และไม่มีจังหวะทีเด็ดในการผ่านบอลเข้าไปในพื้นที่สุดท้าย ทำให้เกมบุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำอะไรเกมรับ เลสเตอร์ ไม่ได้มากนัก

    อย่างไรก็ตาม แฟร์นันด์ส ยังมีลายเสือเพราะนักเตะเป็นคนจ่ายให้ อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล หลุดเข้าไปในเขตโทษก่อนจะโดนทำฟาวล์ และก็เป็น จอมทัพทีมชาติโปรตุเกส ที่ขันอาสาสังหารจังหวะนี้ไม่เหลือซาก ต้องบอกว่านี่คือประตูจุดประกายสู่โควตา แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างแท้จริง
 

2. สามประสานเงียบเหลือเกิน
    ก่อนหน้านี้หากแนวรับคู่แข่งได้ยินชื่อ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด และเมสัน กรีนวู้ด คงได้ขยาดเพราะความเร็วของพวกเขา สามารถฉีกกองหลังได้เป็นชิ้นๆ แต่สำหรับแมตช์นี้ ไม่ได้เป็นอย่างที่สาวก "เร้ด อาร์มี่" คาดหวังเอาไว้ เพราะพวกเขาเล่นไม่ออกจริงๆ

 


 

    แรชฟอร์ด มีโอกาสเปิดบอลงามๆ ให้ กรีนวู้ด หลุดเข้าไปโหม่งในเขตโทษแต่ข้ามคาน ขณะเดียวกันในช่วงท้ายครึ่งแรกนักเตะได้บอลในเขตโทษพยายามแปเล่นทางไปเสาไกลแต่บอลออกไปแบบไม่ได้ลุ้น ส่วน "ไม้เขียว" บทบาทเกมรุกน้อย จนต้องถูกเปลี่ยนตัวออก

    ในขณะที่ มาร์กซิยาล ไม่ค่อยได้โชว์ฟอร์มอะไรมากนัก แต่ก็สามารถกดดันแนวรับของ "เดอะ ฟ็อกซ์" ได้ทุกครั้งที่ได้ครองบอลโดยช่วงท้ายครึ่งแรกมีโอกาสยิงแฉลบเกือบเข้าประตู ส่วนครึ่งหลังความแข็งแกร่งและความเร็วของเขานำไปสู่การได้จุดโทษ

 

3. ผมชื่อลินการ์ด จำเอาไว้ !!!
    เชื่อว่าแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด หลายคนต้องถอนหายใจเมื่อเห็น เจสซี่ ลินการ์ด ลงสนาม กรีนวู้ด ในนาทีที่ 77 เพราะตลอดทั้งฤดูกาลนี้นักเตะไม่ได้ทำผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน แถมจะโดดเด่นในเรื่องการโชว์ลีลาในสื่อสังคมออนไลน์มากกว่า

    แม้นักเตะจะถูกค่อนขอดมาตลอดก็ตาม แต่เขาแสดงให้เห็นถึงจิตใจที่แข็งแกร่ง และไม่เคยหวาดหวั่นที่จะต้องเผชิญหน้ากับเสียงวิจารณ์ จนในที่สุด โซลชา ยังคงให้โอกาสเขาสำหรับแมตช์สุดท้ายในฤดูกาลนี้ และ ดาวเตะชาวอังกฤษ วัย 27 ปีไม่ปล่อยโอกาสทองครั้งนี้หลุดลอย เมื่อซัดประตูตอกฝาโลงให้ทีมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

 


 

    จะว่าไปแล้วต้องยอมรับว่า ลินการ์ด มีดวงเหมือนกัน เพราะในจังหวะนั้นหลายคนคงอยากจะถาม แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ผู้รักษาประตูชาวเดนมาร์ก ว่าคิดอะไรอยู่ถึงกล้าหาญในการพยายามเลี้ยงบอลหลบ ลินการ์ด จนสุดท้ายโดนฉกบอลเข้าไปยิงประตู

    สำหรับประตูทองของ ลินการ์ด ถือเป็นการสิ้นสุดการยิงประตูในลีกไม่ได้มานาน 583 วันซะที ที่สำคัญประตูนี้ยังทำให้นักเสี่ยงโชคบางคนต้องชวดเงินกินขนม เพราะดันทะลึ่งแทง ลินการ์ด ไม่สามารถยิงประตูหรือแอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้
 

4. เจ้าพ่อจุดโทษ !!!
    ต้องยอมรับว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่มีเกมบุกรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ด้วยการที่พวกเขามีผู้เล่นเกมรุกที่เต็มไปด้วยสปีดเร็วกว่านรก ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาสามารถเรียกจุดโทษจากคู่แข่งได้มากมายขนาดนี้

    ในแมตช์ล่าสุดที่เยือนถิ่นคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เป็นอีกเกมที่ลูกทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการฉกฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของคู่แข่ง และใช้ความเร็วเข้าไปกดดันแนวรับเลสเตอร์ จนต้องเสียท่าให้กับ มาร์กซิยาล

 

   
    สำหรับจุดโทษในเกมนี้กลายเป็นจุดโทษครั้งที่ 14 ในเกมลีกฤดูกาล 2019/2020 และทำให้พวกเขากลายเป็นสโมสรที่ได้จุดโทษมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก กระนั้นในจำนวน 14 จุดโทษทัพ "ปีศาจแดง" ซัดเข้าไป 10 ประตู พลาด 4 ลูก

    อย่างไรก็ตามหากมองแบบเป็นกลางการได้จุดโทษเยอะ เป็นการแสดงให้เห็นถึงการเล่นเกมรุกที่น่ากลัวของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะการเจาะเข้าไปทำประตูในกรอบเขตโทษ ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นจุดที่อันตรายของพวกเขาในการก้าวขึ้นมาท้าทาย ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

5. แมนฯ ยูฯ คืนสู่แชมเปี้ยส์ ลีก
    หากมีใครบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะติดท็อปโฟร์ หรือถึงขนาดจบฤดูกาลในอันดับ 3 ช่วงประมาณต้นปี 2020 คงต้องโดนหัวเราะเยาะแน่นอน เพราะฟอร์มการเล่นของ "เร้ด เดวิลส์" ในเวลานั้นบอกแบบตรงๆ ว่าไร้อนาคตสิ้นดี และ สามารถแพ้ได้ทุกทีม

    จะว่าไปแล้วการมาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่เข้ามาเติมเต็มแผนการเล่นของ โซลชา ให้สมบูรณ์แบบ กอปรกับช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จำเป็นต้องล็อกดาวน์ ทำให้นักเตะสำคัญอย่าง แรชฟอร์ด และ ปอล ป็อกบา ได้มีเวลาพักรักษาตัวจนกระทั่งร่างกายฟิตสมบูรณ์ และนำไปสู่ฟอร์มการเล่นที่ดุดันหลังจากเกมลีกรีสตาร์ท

 

    อย่างไรก็ตาม "น้าลูกอม" มีการบ้านเยอะมากหลังจากนี้ เพราะเขาต้องเสริมทัพเป็นการด่วน เนื่องจากขุมกำลังสำรองที่จะลงมาแทนนักเตะตัวหลัก ยังมีศักยภาพไม่ถึง ยิ่งในซีซั่นหน้าทีมมีโปรแกรมหนักทั้งฟุตบอลในประเทศ และแชมเปี้ยนส์ ลีก หากยังใช้นักเตะชุดนี้คงยากจะไปถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้

    กระนั้นในตอนนี้สาวก "เร้ด อาร์มี่" ควรมีความสุขกับการได้เห็นทีมรักกลับไปโม่เกือกในโทรฟี่ "บิ๊กเอียร์" อีกครั้ง

ซาลาห์ลาหงส์,เมสซี่ลุยกัลโช่?อัพเดตล่าสุดข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป

ทำเอาเหล่าสาวก "เดอะ ค็อป" ใจหายเลยทีเดียว เพราะล่าสุดมีข่าวว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ อาจจะไม่อยู่กับ ลิเวอร์พูล ต่อหลังจบซีซั่นนี้ ขณะที่ ลิโอเนล เมสซี่ ก็อาจเลือกชิ่ง บาร์เซโลน่า ช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนนี้แอบมีลุ้นขึ้นมาเล็กๆ ที่จะได้ตัว ยาน โอบลัค ยอดนายทวาร แอตเลติโก มาดริด แต่จะเพราะสาเหตุใดนั้น เรามาหาคำตอบกัน

 – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงตัวเก่ง ลิเวอร์พูล ไม่ปิดโอกาสที่จะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ หลังจบซีซั่นนี้ แม้เพิ่งคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครองร่วมกับต้นสังกัด (La FM Colombia)

 – อดัม ลัลลานา กองกลางจอมเทคนิคเลือดผู้ดี ที่กำลังจะหมดสัญญากับ ลิเวอร์พูล เตรียมโยกซบ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน แบบฟรีๆ หลังจบซีซั่นนี้ หลังจากที่ตกลงสัญญา 3 ปี กับทาง "เดอะ ซีกัลล์ส" ได้เรียบร้อย (The Athletic)

 

 – อินเตอร์ มิลาน มีแผนการใหญ่ที่จะออกล่าตัว ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่ เมสซี่ หมดสัญญากับ บาร์ซ่า เรียบร้อย (Gazzetta dello Sport)

 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล็ง คิงส์เลย์ โกมัน ปีกความเร็วสูงของ บาเยิร์น มิวนิค เป็นอีกหนึ่งทางเลือก หากวืดเป้าหมายหลักอย่าง เจดอน ซานโช ปีกดาวดัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (Athletic)

 – นอกจากนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงจับตาดูสถานการณ์ของ ยาน โอบลัค ผู้รักษาประตูจอมหนึบของ แอตเลติโก มาดริด อย่างใกล้ชิด เนื่องจาก "ตราหมี" อาจจะยอมขายในราคาที่ต่ำกว่าค่าฉีกสัญญา 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) หลังจากที่วงการลูกหนังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19" (The Sun)


 
 – ขณะที่ เซร์คิโอ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูมือสองของ "ปีศาจแดง" กำลังตกเป็นเป้าหมายเสริมทัพของ เอฟเวอร์ตัน รวมถึงทีมน้องใหม่แต่หน้าเก่าในศึก พรีเมียร์ลีก อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด (ESPN)

 – เชลซี กำลังพิจารณาที่จะคว้าตัว จอห์น สโตนส์ เซนเตอร์แบ็กเลือดผู้ดีของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทัพ เนื่องจากกุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแนวรับ ขณะที่ สโตนส์ ก็ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นเท่าที่ควรในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม (Football Insider)

 

 – อาร์เซน่อล กาหัว ราอูล ฮิเมเนซ กองหน้าเลือดจังโก้ของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เป็นเป้าหมายหลัก หาก ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมยอง ดาวยิงกัปตันทีม เลือกอำลาถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ซัมเมอร์นี้ (Le 10 Sport)

 – นอกจากนี้ "ไอ้ปืนใหญ่" ยังเล็งยืม ซามูแอล อุมติตี้ เซนเตอร์แบ็กดีกรีแชมป์โลกของ บาร์เซโลน่า มาใช้งาน แต่อาจจะต้องแย่งชิงกับ เอฟเวอร์ตัน, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, โอลิมปิก มาร์กเซย และ โอลิมปิก ลียง ที่ต่างกำลังมอง ดาวเตะวัย 26 ปี อยู่เช่นกัน (Mundo Deportivo)

 – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เป็นทีมเต็งที่จะได้ตัว คัลลั่ม วิลสัน หัวหอก บอร์นมัธ มาร่วมทัพในราคาเพียง 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 400 ล้านบาท) ถ้าหาก "เดอะ เชอร์รีส์" ตกชั้น (The Sun)

 

 – คริสตัล พาเลซ พร้อมพิจารณาขาย วิลฟรีด ซาฮา ปีกจอมพลิ้วชาวไอวอรี่โคสต์ หลังจบซีซั่นนี้ หากได้รับข้อเสนอที่น่าพอใจ ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ที่ราว 40 ล้านปอนด์ (ประมาร 1,600 ล้านบาท) (The Times)

 – ดาบิด ราย่า ผู้รักษาประตูฝีมือดีชาวสแปนิชของ เบรนท์ฟอร์ด กำลังตกเป็นเป้าหมายเสริมทัพของสองสโมสรยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก อย่าง อาร์เซน่อล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (90min)

 – ยูเวนตุส ยังคงมีความสนใจที่จะคว้าตัว จอร์จินโญ่ ห้องเครื่อง เชลซี โดยกำลังรอดูสถานการณ์ว่า "สิงห์บลูส์" จะคว้าโควตาลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าได้หรือไม่ (Tuttosport)

 

 – อาแอส โรม่า มีแผนที่จะเซ็นสัญญากับ วิคเตอร์ โมเสส วิงแบ็ก เชลซี ที่ตอนนี้กำลังเล่นให้กับ อินเตอร์ มิลาน ภายใต้สัญญายืมตัว (Calciomercato)

 – เรอัล มาดริด หวังโกยเงินเข้าสโมสรให้ได้ราว 180 ล้านยูโร (ประมาณ 6,480 ล้านบาท) จากการขายนักเตะทิ้งช่วงซัมเมอร์นี้ โดย แกเร็ธ เบล, ฮาเมส โรดริเกซ และ ลูก้า โยวิช เป็นสามแข้งดังที่ส่อแววถูกโละ (Marca)

“ฟาบินโญ่” เซ็งเป็ดโดนปล้นบ้านช่วงฉลองแชมป์ลีก

ลิเวอร์พูลเอคโค่ สื่อดังประจำท้องถิ่น รายงาน ฟาบินโญ่ มิดฟิลด์ตัวเก่งลิเวอร์พูล โดนตีนแมวบุกเข้าปล้นในช่วงระหว่างที่เขากับภรรยาอยู่ร่วมเหตุการณ์ฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยงานนี้เครื่องเพชร อัญมณี หายไปเพียบ ส่วนรถยนตร์ได้กลับคืนมาแล้ว

               ฟาบินโญ่ กองกลางชาวบราซิเลียนของ ลิเวอร์พูล สุดเซ็งหลังบ้านพักโดนโจรบุกเข้าไปขโมยทรัพย์สินมากมาย ในช่วงระหว่างที่เขาอยู่กับเพื่อนร่วมทัพ "หงส์แดง" ในการเฉลิมฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา

              หลังจบเกมที่เปิดรังแอนฟิลด์ ถล่ม "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี 5-3 ได้มีการทำพิธีมอบเหรียญแชมป์ และโทรฟี่พรีเมียร์ลีกให้กับทัพ "เดอะ เร้ดส์" โดยงานนี้ครอบครัวของนักเตะ ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้เข้ามาร่วมอยู่ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สโมสรในบ็อกซ์พิเศษที่สนาม

              อย่างไรก็ตามหลังจากที่เสร็จสิ้นช่วงเวลาแห่งความสุข ฟาบินโญ่กับ รีเบก้า ทาวาเรส  ภรรยาเดินทางกลับมาที่บ้านพักในฟอร์มบี้ และพบว่าเคหสถานของตัวเองโดนปล้น โดยงานนี้มีทรัพย์สินมีค่ามากมายถูกขโมยหายไปรวมไปถึงเครื่องประดับ อัญมณี เพชรนิลจินดา และรถยนต์หรูยี่ห้ออาวดี้ อาร์เอส 6 สีเทา แต่รถถูกพบอยู่ที่เมืองวีแกน

                  จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าช่วงเวลาที่โจรก่อเหตุอาจจะประมาณ 15.00 น.ของวันพุธไปจนถึง 04.00 น.ของวันพฤหัสบดี และเจ้าของบ้านมาพบว่าบ้านถูกปล้นหลังจากเดินทางกลับมาถึงที่พัก โดยโฆษกตำรวจเมอร์ซี่ย์ไซด์ กล่าวว่า "เจ้าหน้าที่สืบสวนในเซฟตัน ได้รับแจ้งว่ามีการโจรกรรมที่ฟอร์มบี้ มีการแจ้งตำรวจให้ไปยังที่เกิดเหตุช่วงก่อนเช้าตรู่ (วันพฤหัสบดีที่ 23 ก.ค.) ตอนที่เจ้าของบ้านเข้าไปในบ้านของพวกเขาแล้วพบว่าบ้านถูกปล้น"

                "ไม่มีใครอยู่ภายในบ้านช่วงเวลาที่เกิดเหตุ แต่คาดว่าการโจรกรรมคงเกิดขึ้นในช่วงเวลา 15.00 น.ของวันพุธที่ 22 กรกฎาคม และ 04.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม มีเครื่องเพชรและเครื่องประดับหลายชิ้นทุกขโมยไป รวมทั้งรถยนต์อาวดี้ อาร์เอส 6 สีเทา ซึ่งจากนั้นมีการคบรถอยู่บริเวณเมืองวีแกน"

                "บ้านและรถมีการตรวจสอบอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าที่สืบสวนในสถานที่เกิดเหตุ และกล้องซีซีทีวีอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ขอให้ทุกๆ คนแจ้งข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ โดยเฉพาะใครก็ตามที่อยู่ในพื้นที่นี้ และอาจจะภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งแสดงให้เห็นว่ารถยนต์อาวดี้ อาร์เอส 6 สีเทาขับผ่านไป ให้ติดต่อกลับมาที่เจ้าหน้าที่ด้วย" โฆษก ระบุ