ลือหึ่งลิเวอร์พูลใกล้บรรลุข้อตกลงคว้ามานดี้

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี และ ฮาฟิด แดร์ร๊าดฌี่ อดีตแข้งทีมชาติแอลจีเรีย รายงานตรงกันว่า ลิเวอร์พูล จ่อได้ตัว ไอส์ซา มานดี้ ปราการหลัง เรอัล เบติส แล้ว โดยรายของ แดร์ร๊าดฌี่ บอกว่าตอนนี้ติดแค่รายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้น
    ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงคว้าตัว ไอส์ซา มานดี้ กองหลังชาวแอลจีเรียมาจาก เรอัล เบติส ได้แล้ว ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี และ ฮาฟิด แดร์ร๊าดฌี่ อดีตดาวเตะทีมชาติแอลจีเรียที่ตอนนี้ทำงานให้ บีอิน สปอร์ตส์ สื่อกีฬาชื่อก้อง

    "หงส์แดง" ตกเป็นข่าวกับกองหลังหลายรายในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ เดยัน ลอฟเรน ย้ายไปอยู่กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่อนาคตของ โฌแอล มาติป ก็ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หลังจากมีข่าวลือว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อยากได้เขาไปร่วมทัพ

    ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล ตกเป็นข่าวกับ มานดี้ ครั้งแรกเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ความคืบหน้ามันเป็นไปด้วยดีมากๆ จนตอนนี้ใกล้ที่จะปิดดีลกันได้แล้ว โดยถึงแม้ เดอะ มิร์เรอร์ จะไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดมากนัก แต่รายของ แดร์ร๊าดฌี่ ถึงขั้นแจ้งข่าวลง ทวิตเตอร์ เป็นภาษาอาหรับเลยว่าตอนนี้ติดแค่เรื่องรายละเอียดนิดหน่อย "ดาวเตะชาวแอลจีเรีย ไอส์ซา มานดี้ ซึ่งตอนนี้อยู่กับ เบติส ใกล้ที่จะย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล แล้ว ตอนนี้ติดปัญหาเพียงรายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้น"

    ในเรื่องของค่าตัวนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด โดยก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า ลิเวอร์พูล ยื่นเงินไป 9 ล้านปอนด์ (ประมาณ 360 ล้านบาท) แต่ เบติส ขอเพิ่ม 1.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 72 ล้านบาท) โดยที่จริง เบติส ตั้งค่าฉีกสัญญาของแข้งวัย 28 ปีเอาไว้ที่ 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,000 ล้านบาท) แต่ก็ยอมลดค่าตัวลงมาให้เพราะ มานดี้ เหลือสัญญากับทีมไม่ถึง 1 ปีเต็มแล้ว

แฉ! “ชิลเวลล์” อาจเป็นกองหลังแพงสุดในโลกหากซบเชลซี

สื่อผู้ดี ตีข่าว เชลซี อาจจะต้องควักกระเป๋าจำนวนมหาศาลในการกระชากตัว เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายฟอร์มฮอต มาร่วมทีม เพราะ เลสเตอร์ แจ้งกับ "สิงห์บูลส์" ไปแล้วถ้าอยากได้นักเตะจริงๆ ต้องกล้าจ่ายหนัก เนื่องจากดาวเตะเลือดผู้ดี มีมูลค่าสูงกว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์
               "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะต้องควักกระเป๋าเป็นสถิติโลกหากต้องการคว้าตัว เบน ชิลเวลล์ ฟูลแบ็กฟอร์มร้อนแรงของ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ จากการเปิดเผยของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำในเมืองผู้ดี

              แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษ แสดงความต้องการอย่างแรงกล้าที่อยากจะได้ตัว แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษจาก "เดอะ ฟ็อกซ์" มาเสริมแกร่งเพื่อไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลหน้า อย่างไรก็ตาม เลสเตอร์ ได้แจ้งไปยัง "สิงห์บูลส์" แล้วว่าหากอยากได้ ชิลเวลล์ คงต้องจ่ายเงินมหาศาล เพราะนักเตะมีมูลค่าสูงกว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ อดีตเซนเตอร์แบ็กของทีม

              สำหรับ แม็กไกวร์ วัย 27 ปี กลายเป็นกองหลังที่แพงที่สุดในโลกเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังจากที่เขาย้ายออกจากถิ่นคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ไปเล่นให้กับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 80 ล้านปอนด์ (ราว 3,040 ล้านบาท)

              ฉะนั้นหาก เชลซี อยากได้ ฟูลแบ็กวัย 23 ปีซึ่งอยู่กับ เลสเตอร์ มาตั้งแต่อายุ 12 ปีและผ่านการติดทีมชาติอังกฤษไปแล้ว 11 เกม ไปร่วมทีม พวกเขาต้องจ่ายเงินค่าตัวสูงมากๆ ขณะที่นักเตะก็ดูเหมือนอยากจะอำลาต้นสังกัดเพื่อไปเล่นให้เชลซี ซึ่งเขามองว่าน่าจะมีอนาคตสดใสรออยู่

โทรปุ๊บ บินปั๊บ ซ้อมวันเดียว เอสลีกสั่นสะเทือน

ย้อนอดีตกลับไปในช่วงที่ฟุตบอลเอสลีก ของสิงคโปร์ เฟื่องฟู บรรดานักเตะไทยต่างบินไปค้าแข้งกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน และหนึ่งในนักเตะที่ไปสร้างชื่อให้กับไทยในเอสลีก หนีไม่พ้น "น้าเทิด" เทิดศักดิ์ ใจมั่น เพลย์เมคเกอร์ตัวเก่งทีมชาติไทย
    เทิดศักดิ์ ได้กล่าวถึงดีลในการติดต่อระหว่างสิงคโปร์ อาร์มฟอร์ซ ทีมในเอสลีกของสิงคโปร์ ได้ขอยืมตัวจากเทโรฯ ไปเล่นให้ ด้วยเหตุที่ ฟานดี้ อาหมัด ซึ่งตอนนั้นคุมทัพสิงคโปร์ อาร์มฟอร์ซ เห็นฟอร์มเทิดศักดิ์ ในคิงสคัพ และขอให้ผจก.ทีมประสานจนเทโรฯ โอเค ยอมปล่อยยืม โดยการไปครั้งนั้นไปอย่างกะทันหันสุด ๆ

    "ผมเล่นคิงสคัพจบวันพฤหัส เขาโทรมาตอนกลางคืนให้ไปสิงคโปร์ด่วน ผมไปถึงตอน 10 โมงเช้าวันศุกร์ พอช่วงเย็นลงซ้อม ฟานดี้ถามว่า ร่างกายผมพร้อมไหมกับเกมวันเสาร์ ผมบอกว่าพร้อม เพราะยังฟิตมาต่อเนื่อง พอรุ่งขึ้นเขาส่งผมลงตัวจริงเกมไปเยือนเกลัง ผมเหมาคนเดียว 2 ประตูให้ทีมชนะ 2-1 จากนั้นผมก็ยึดตัวจริงให้กับทีมสิงคโปร์ อาร์มฟอร์ซ และเมื่อจบฤดูกาล ผมยิงไป 28 ประตูเป็นรองดาวซัลโว และได้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของเอสลีกปี 2002 คิดดูแล้วก็แปลกดี เป็นการร่วมทีมแบบกระชั้นชิดมาก แต่จบแบบน่าประทับใจ"

 

    ในวัย 29 ปี ณ เวลานั้น เทิดศักดิ์ เกือบไม่ได้เล่นให้อาร์มฟอร์ซ เมื่อ ผจก.ทีมสิงคโปร์ อาร์มฟอร์ซ เห็นรูปร่างเล็กกะทัดรัด ถึงกับออกปากกับ ฟานดี้ อาหมัดว่า ตัวเล็กแบบนี้ จะเล่นไหวเหรอ ในเอสลีก แต่ฟานดี้ ยืนยันว่า ต้องเอามาให้ได้ สุดท้ายก็ประสบความสำเร็จสุด ๆ พาทีมอาร์มฟอร์ซ ทวงแชมป์เอสลีก กลับคืนมาได้อีกครั้ง

ตั้งสติ!เอฟเอออกกฎเปาแจกใบแดงแข้งเจตนาไอ

สมาคมลูกหนังเมืองผู้ดี ออกกฎใหม่ให้อำนาจกรรมการแจกใบแดงนักเตะที่ตั้งใจไอใส่คู่แข่งหรือผู้ตัดสิน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่รุนแรงเทียบเท่าการใช้คำหยาบ หรือการทำร้ายร่างกาย โดยเป็นมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
               สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) แถลงการณ์การณ์เมื่อวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับกฎใหม่ที่ให้อำนาจผู้ตัดสินสามารถแจกใบแดงให้กับนักเตะได้ทันที หากผู้เล่นคนนั้นตั้งใจไอใส่นักเตะคู่แข่งหรือกรรมการในช่วงระหว่างที่อยู่ในการแข่งขัน

              ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ตอนนี้วงการกีฬาจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีมาตรการสำคัญเพื่อใช้ในการป้องกันไม่ว่าจะเป็นการห้ามจับมือในขณะที่อยู่ในสนาม, การเว้นระยะห่างทางสังคม รวมไปถึงการห้ามแฟนบอลเข้าชมเกมฟุตบอล เป็นต้น

              สำหรับสมาคมลูกหนังเมืองผู้ดี ได้เพิ่มความเข้มข้นของการป้องกันด้วยการออกกฎใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยหากมีการ "ไอ" ใส่ผู้อื่นในสนามไม่ว่าจะเป็นกับคู่แข่งหรือกรรมการ โดยเจตนา บุคคลนั้นมีสิทธิ์ถูกลงโทษด้วยการโดนใบแดง และต้องออกจากสนามทันที

              "หากผู้ตัดสินทราบว่ามีใครก็ตามที่ตั้งใจไอใส่หน้าคู่แข่งหรือกรรมการในระยะใกล้ ….ผู้ตัดสินสามารถใช้กฎข้อ 12 ที่ระบุเกี่ยวกับพฤติกรรมน่ารังเกียจ, ดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น หรือใช้วาจาหรือแสดงสัญลักษณ์ที่ส่อไปในทางหยาบคาย  แต่ถ้าหากเหตุการณ์ไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นไล่ออก นักเตะก็จะถูกตักเตือนเนื่องจากแสดงพฤติกรรมไม่มีน้ำใจนักกีฬา และขาดความเคารพในเกม" แถลงการณ์ เอฟเอ ระบุ

              อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์ของสมาคมลูกหนังเมืองผู้ดี ได้ระบุเพิ่มเติมว่าผู้ตัดสินจะไม่ทำการลงโทษในกรณีที่นักเตะไอธรรมดา หรือการถ่มน้ำลายลงพื้นสนาม เป็นต้น แม้ว่าจะเป็นพฤติกรรมที่มีการขอความร่วมมือให้งดเว้นก็ตาม

บ้านเลโก้, ห้ามท่องอวกาศ ! เปิดเงื่อนไขประหลาดในวงการลูกหนัง

วงการฟุตบอลมักจะมีเรื่องอะไรแปลกๆ ที่เราไม่คาดคิดเสมอ แต่ใครจะไปคิดว่าจะเกิดขึ้นกับเงื่อนไขหรือกฎระเบียบที่แต่ละคนไม่เคยคาดคิดว่าจะมีบนโลกใบนี้ แต่ก็มีให้เห็นมาแล้ว จนงานนี้ทำเอาหลายคนต้องอ้าปากค้างว่ามันเป็นเรื่องจริงใช่ไหม !!!
    ลองนึกภาพดูใครจะไปคิดว่านักฟุตบอลต้องหลุดจากทีมชาติไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลก เพื่อเพราะเงื่อนไขของโค้ชห้ามไว้ผมยาว หรือนักเตะที่ปัดเซ็นสัญญากับสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป เนื่องจากโดนสั่งห้ามทำกิจกรรมผาดโผน หรือการร้องขอต้นสังกัดให้ยอมจ่ายเงินค่าเรียนอาหารเมื่อย้ายไปร่วมทีม

    ทั้งหมดทั้งมวลนี้เคยเกิดขึ้นในวงการลูกหนังมาแล้ว ฉะนั้นในอนาคตเราๆ ท่านๆ อาจจะได้เห็นเงื่อนไขแปลกที่ทำให้ทุกคนต้องเกาหัวว่ามันมีอยู่จริงหรือนี่ !!
 
โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ : นักผจญภัยแบบเอาท์ดอร์ 

    ตอนที่กองหน้าชาวโปแลนด์ อยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในปีสุดท้าย ทั้ง บาเยิร์น มิวนิค และ เรอัล มาดริด แสดงความสนใจอยากเซ็นสัญญากับนักเตะอย่างมาก โดยในเวลานั้นข้อเสนอของ "ราชันชุดขาว" ต้องบอกเลยว่าสุดมหาศาลยากที่ เลวานดอฟสกี้ จะปฏิเสธได้

    หลังจากมีการเปิดเผยข้อเสนอที่ เรอัล มาดริด ยื่นให้นักเตะระบุว่าเขาจะได้รับเงินค่าเหนื่อยจำนวน 166,000 ปอนด์ (ราว 6 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ พร้อมกับเงินค่ากินเปล่าในตอนเซ็นสัญญาสูงถึง 10 ล้านปอนด์ (ราว 380 ล้านบาท)  เพื่อโน้มน้าวใจให้เขาย้ายไปเล่นกับทีม

    อย่างไรก็ตาม ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา ได้ร้องขอ เลวานดอฟสกี้ ห้ามทำกิจกรรมต่างๆ หากเขาเป็นนักเตะของ มาดริด อย่างเช่นห้ามขี่มอเตอร์ไซค์, ห้ามเล่นสกี, ห้ามเล่นมอเตอร์โบท, ห้ามปีนเขา เป็นต้น และสุดท้ายนักเตะเลือกเซ็นสัญญากับ บาเยิร์น มิวนิค แทน

จูเซ็ปเป้  เรน่า : เจอสโมสรศรีธนญชัย

    อุทหรณ์สำหรับใครก็ตามที่จะเซ็นสัญญาเพื่อทำเรื่องใดเรื่องนี้ จงจำให้ขึ้นใจว่าสิ่งสำคัญที่สุดก็คือความชัดเจนในเรื่องเงื่อนไขต่างๆ เพราะไม่อย่างนั้นจะเหมือนกรณีของ จูเซ็ปเป้ เรน่า ที่ดันกำหนดข้อตกที่ไม่ชัดเจน 100 เปอร์เซนต์ ทำให้ต้องช้ำใจจนทุกวันนี้

    ในเวลานั้น หัวหอกชาวเยอรมัน ย้ายไปเล่นกับ อาร์มีเนีย บีเลเฟลด์ เมื่อปี 1996 โดยนักเตะตกลงกับสโมสรว่าจะต้องสร้างบ้านให้กับเขาทุกๆ ปีตามสัญญาที่ระบุเอาไว้ ซึ่งงานนี้ บีเลเฟลด์ ก็ยอมรับข้อเสนอแบบไม่อิดออด ราวกับมีแผนเจ้าเล่ห์อยู่ในใจ !!   

    เนื่องจากการที่ เรน่า ไม่ได้กำหนดขนาดของเคหสถานที่เขาต้องการให้สโมสรสร้าง ทำให้ บีเลเฟลด์ จัดส่งมอบบ้านให้กับนักเตะจริงๆ แต่เป็นบ้านที่ทำมาจากตัวต่อ "เลโก้" ตลอด 3 ปีตามสัญญาที่ระบุเอาไว้แบบไม่มีบิดพลิ้ว….ถึงว่าทำไม่ถึงยอมตกลงง่ายเหลือเกิน !!!

เฟร์นานโด เรดอนโด้ : ทรงผมสำคัญกว่าฟุตบอลโลก

    เฟร์นานโด เรดอนโด้ อดีตมิดฟิลด์เชิงสูงของ เรอัล มาดริด และ เอซี มิลาน เคยต้องตัดสินใจด้วยการปฏิเสธติดทีมชาติอาร์เจนตินา ไปเล่นฟุตบอลโลก 1998 ด้วยเหตุผลสุดแปลกประหลาดนั่นก็คือการที่เขาไม่ยอมอ่อนข้อให้กับ ดาเนียล พาสซาเรลล่า เทรนเนอร์ในเวลานั้น

    พาสซาเรลล่า ได้ชื่อว่าเป็นกุนซือจอมเฮี้ยบ ระเบียบวินัยต้องเป๊ะ ดังนั้นลูกทีมของเขาจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งทุกกระเบียดนิ้ว โดยงานนี้เจ้าตัวถึงขั้นประกาศชัดเจนว่าทัพ "ฟ้าขาว" จะไม่มีพวกนักเตะที่เป็นโฮโมเซ็กซ์ช่วล หรือพวกที่เจาะหู และไว้ผมยาว

    สำหรับ เรดอนโด้ ซึ่งในเวลานั้นฟอร์มกำลังพีคสุดๆ ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของ พาสซาเรลล่า และเลือกให้ผมยาวต่อไป "ผมอยู่ในฟอร์มที่สุดยอดมากๆ แต่ พาสซาเรลล่า มีไอเดียที่เน้นเรื่องระเบียบวินัย และอยากให้ผมตัดผม ผมมองไม่เห็นว่ามันจะต้องทำแบบนั้นเวลาที่เล่นฟุตบอลเลย ผมก็เลยปฏิเสธที่จะทำตาม"

โรล์ฟ-คริสเทิ่ล กี-เมียน  : ทุกอย่างเพื่อภรรยา

    กองกลางชาวคองโก ย้ายจาก คาร์ลสรูห์ ไปเล่นให้กับ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ในปี 1999 อย่างไรก็ตาม เขามีเรื่องขอร้องต้นสังกัดใหม่เพียง 1 เรื่องเท่านั้น นั่นก็คืออยากให้ แฟร้งค์เฟิร์ต ช่วยจ่ายค่าเรียนทำอาหารให้กับศรีภรรยาสุดที่รักของเขา  อย่างไรก็ตามไม่มีความชัดเจนว่าคุณนาย กี-เมียน มีความต้องการเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรในตอนนั้น
 
สเตฟาน ชวาร์ซ : ท่องอวกาศ

    ดาวเตะชาวสวีดิช ย้ายไปเล่นกับ ซันเดอร์แลนด์ ในปี 1999 แต่งานนี้ "แมวดำ" ได้กำหนดเงื่อนไขสำคัญซึ่งนักเตะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด นั่นก็คือห้ามเดินทางไปนอกโลก งานนี้ สเตฟาน ชวาร์ซ ไม่มีทางเลือกจำใจต้องเซ็นสัญญาในเงื่อนไขนี้

    เรื่องของเรื่องก็คือ  ชวาร์ซ มีความฝันอยากไปท่องอวกาศ หนังที่เขาชอบคือเจมส์ บอนด์ 007 ภาค Moonraker ซึ่งมีฉากต่อสู้บนสถานีอวกาศ งานนี้ผู้บริหารซันเดอร์แลนด์ ได้ยินสิ่งที่แข้งเลือดสวีดิช พูดด้วยเหตุนี้ทำให้เขาต้องรีบจัดการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมด้วยการตั้งเงื่อนไขประหลาดขึ้นมา 

     จอห์น ฟลิคกิ้ง ประธานบริหารซันเดอร์แลนด์ กล่าวในเวลานั้นว่า "หนึ่งในที่ปรึกษาของชวาร์ซ ทำงานอยู่ในธุรกิจการบิน (การเดินทางท่องอวกาศในช่วงปี 2002) และเรากังวลว่าเขาอาจจะอยากพา สเตฟาน เดินทางไปกับเขา ดังนั้นเราคิดว่านี่จะเป็นเรื่องดีที่จะผูกมัดเขาเอาไว้ไม่ให้ทำแบบนั้น"

นีล รัดด็อค : เงินขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว

    อดีตปราการหลังพันธุ์โหด เคยยอมรับว่าสามารถสวาปามสเต๊กและพายเครื่องในได้ถึง 212 ชิ้นในทุกๆ ปี และด้วยเหตุนี้ คริสตัล พาเลซ จึงได้ขอร้องปนบังคับนักเตะด้วยเงื่อนไขพิเศษตอนที่พวกเขาเซ็นสัญญามาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัวในปี 2000

    ไซม่อน จอร์แดน อดีตประธาน "ดิ อีเกิ้ลส์" ได้เขียนเรื่องราวดังกล่าวในหนังสืออัตชีวประวัติว่า "ตอนที่เราติดต่อกับ เวสต์แฮม ผมทราบว่าเขากำลังจะเป็นนักเตะไม่มีค่าตัว แม้ว่าเขาจะมีค่าเหนื่อยแพงก็ตาม แถมยังมีน้ำหนักตัวเยอะอีกต่างหาก แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ผู้จัดการทีมเวสต์แฮม ในเวลานั้น บอกกับผมว่า ควรใส่เงื่อนไงเกี่ยวกับเรื่องน้ำหนักตัวลงไปด้วย"

    "ดังนั้นผมก็เลยตัดสินใจระบุเงื่อนไขลงโทษลดค่าจ้าง 10 เปอร์เซนต์ในสัญญาตอนที่ยื่นข้อเสนอให้กับเขา ถ้าเขามีน้ำหนักตัวเกิน 99.8 กิโลกรัม ซึ่งใหญ่พอๆ กับตู้เย็นเลยทีเดียว" จอร์แดน ระบุ

    ทั้งนี้ยังมีเรื่องเมาท์อีกว่า สาเหตุที่ รัดด็อค เปิดตัวกับ พาเลซ ช้ากว่าปกติเพราะสโมสรไม่สามารถหากางเกงฟุตบอลที่ใหญ่พอดีสำหรับเขา
 
เคซึเกะ ฮอนดะ : ขอรถหุ้มเกาะ

    ไม่นานมานี้ เคซึเกะ ฮอนดะ ดาวเตะชาวญี่ปุ่นคนดังย้ายไปอยู่กับ โบตาโฟโก้ แต่การไปใช้ชีวิตในเมืองริโอ เดอ จาเนยโร ที่มีอัตราการก่ออาชญากรรมสูงมันทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยเท่าไหร่นัก

    ดังนั้นเขาเลยกำหนดเงื่อนไขไปว่าสโมสรต้องให้รถหุ้มเกราะกับเขาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในสัญญาด้วย

    ที่น่าทึ่งมากกว่านั้นคือ โบตาโฟโก้ ตกลงทำตามนั้นอีกต่างหาก

บ่อนเปิดราคาทีมใหม่คูลิบาลี่หลังเตรียมลานาโปลี

ร้านพูลเมืองผู้ดี เปิดราคาต้นสังกัดใหม่ของ คาลิดู คูลิบาลี่ หลังมีโอกาสชิ่งหนี นาโปลี ยกทีมดังใน พรีเมียร์ลีก เป็นเต็ง 1 ที่จะได้มาเสริมแนวรับ
     คาลิดู คูลิบาลี่ ปราการหลังทีมชาติเซเนกัล ส่อแววอำลา นาโปลี สโมสรชั้นนำแห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี หลัง ออเรลิโอ เด เลาเรนติส ประธานใหญ่แห่งถิ่น ซาน เปาโล แย้มเป็นนัยว่า เตรียมที่จะตัดสินใจขายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

    เด เลาเรนติส เผยผ่าน สกาย สปอร์ต อิตาเลีย ว่า "คาลิดู เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากๆ คนหนึ่ง และแน่นอนว่า มันคงเป็นเรื่องน่าเศร้าที่จะเสียเขาไป ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีเวลา ซึ่งมันก็ต้องถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน แต่ที่พูดไปนั้น ตอนนี้เรายังไม่มีข้อเสนอระดับ 90 ล้านยูโร วางบนโต๊ะเลยนะ"

    คูลิบาลี่ วัย 29 ปี มีข่าวกำลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสรโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่อยากได้กองหลังคนใหม่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวรับ ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เล็งๆ อยู่เหมือนกัน

    ขณะที่ เบตแฟร์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ ยกให้ "เรือใบสีฟ้า" เป็นเต็ง 1 ที่จะได้ลายเซ็นของ คูลิบาลี่ โดยมีอัตราต่อรองอยู่ที่ 5/2 (แทง 2 จ่าย 5 ไม่รวมทุน) ตามมาด้วย "ปีศาจแดง" ที่ราคา 6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน)

    อัตราต่อรองต้นสังกัดใหม่ของ คูลิบาลี่

1. แมนฯ ซิตี้        5/2 (แทง 2 จ่าย 5 ไม่รวมทุน)
2. แมนฯ ยูไนเต็ด        6/1
3. ลิเวอร์พูล        10/1
4. เปแอสเช        11/1
5. บาร์เซโลน่า        17/1
5. เรอัล มาดริด        17/1

เมอร์สันฟันธงแชมป์พรีเมียร์ฯซีซั่นหน้า

ไม่ต้องกลัวหน้าแตก! พอล เมอร์สัน กูรูลูกหนังเมืองผู้ดี ฟันธงแล้วแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่นหน้าจะตกเป็นของ ลิเวอร์พูล, แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด หรือ เชลซี
     พอล เมอร์สัน อดีตกองกลาง อาร์เซน่อล ที่เวลานี้ผันตัวมาทำหน้าที่ผู้วิเคราะห์เกมให้กับสื่อในอังกฤษ มั่นใจว่า ลิเวอร์พูล จะป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ลีก เอาไว้ได้สำเร็จในฤดูกาล 2020/21 หลังจากที่ซีซั่นนี้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เก็บชัยชนะได้ถึง 31 จาก 37 เกม

    ในซีซั่นหน้า พรีเมียร์ลีก จะเปิดฉากวันเสาร์ที่ 12 กันยายนนี้ และเชื่อว่า การลุ้นแชมป์จะยังคงมีความดุเดือด โดยนอกจาก ลิเวอร์พูล ที่มีโอกาสป้องกันแชมป์แล้วยังมี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่พร้อมกลับมาทวงบัลลงก์, เชลซี ที่เสริมทัพได้น่ากลัว และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ฟอร์มเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ

    เมอร์สัน แสดงความเห็นผ่าน สตาร์สปอร์ต ว่า "ผมคงจะประหลาดใจถ้าพวกเขา (ลิเวอร์พูล) ไม่ได้แชมป์ฤดูกาลหน้า แม้ แมนฯ ซิตี้ เป็นทีมที่ยอดเยี่ยม และสามารถถล่มคู่แข่งกระจุยในวันของพวกเขา แต่ ลิเวอร์พูล มีความคงเส้นคงวามากกว่า พวกเขาสามารถเอาชนะในเวลาที่เล่นไม่ดี ส่วน แมนฯ ซิตี้ ไม่สามารถทำแบบนั้นเพราะแนวรับของพวกเขาไม่ดี"

    พร้อมกันนี้ อดีตมิดฟิลด์ "ปืนใหญ่" ยังแสดงความรู้สึกเห็นใจ "หงส์แดง" ที่ไม่ได้ฉลองการรับแชมป์ พรีเมียร์ลีก ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง หลังมีพิธีมอบถ้วยอย่างเป็นทางการหลังจบเกมที่ชนะ เชลซี 5-3 ที่ สนาม แอนฟิลด์ เมื่อวันพุธที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา

    "มันน่าเศร้าที่ ลิเวอร์พูล ได้ชูถ้วยแชมป์ในสนามว่างเปล่าที่แอนฟิลด์ อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่า แฟนบอลของพวกเขาจะได้โอกาสมาฉลองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ที่แอนฟิลด์ อย่างแน่นอนในอนาคต เนื่องจากนี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ ลิเวอร์พูล ได้แชมป์" เมอร์สัน ทิ้งท้าย
 

“ซาลาห์” โพสต์ภาพทำสาวกเดอะค็อปตะลึง

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวเตะคนดังลิเวอร์พูล ใช้เวลาว่างช่วงปิดซีซั่นของเปลี่ยนภาพลักษณ์ตัวเองใหม่ด้วยการหั่นผมฟูฟ่องออก ทำให้ตอนนี้เขามีลุคที่ดูใสปิ๊งราวกับหนุ่มวัยกระทง ที่สำคัญสาวก "เดอะ ค็อป" ประทับใจกับทรงผมนี้ซะด้วย

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าสตาร์ดัง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล สร้างความฮือฮาเมื่อโชว์ภาพทรงผมใหม่ล่าสุดผ่าน ทวิตเตอร์ เว็บไซต์สังคมออนไลน์ยอดฮิต โดยงานนี้เหล่าสาวก "เดอะ ค็อป" ต่างประทับใจกับภาพลักษณ์ใหม่ที่ดูสดใสมากกว่าเดิมหลายเท่า

นับตั้งแต่ที่ "คิง ออฟ อียิปต์" ย้ายจาก "หมาป่าเหลืองแดง" โรม่า มาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2017 เขาสามารถระเบิดฟอร์มสุดยอดออกมาจนกลายเป็นขวัญใจของเหล่าแฟนบอล "เดอะ เร้ดส์" ทั่วโลก ที่สำคัญยังสร้างชื่อเป็นหนึ่งในแข้งประวัติศาสตร์ที่นำทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้สำเร็จ

ซาลาห์ ค้าแข้งอยู่กับ ลิเวอร์พูล มาแล้ว 3 ฤดูกาล โดยตะบันประตูคู่แข่งไปเบาะๆ 94 ประตูกับ 41 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 152 แมตช์ให้กับต้นสังกัดในทุกรายการ โดย ดาวเตะทีมชาติอียิปต์ ซึ่งไว้ผมยาวฟูฟ่องมาตลอด ตัดสินใจเปลี่ยนลุคตัวเองใหม่ด้วยการตัดผมสั้นหล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว

งานนี้บรรดาสาวก "เดอะ ค็อป" เข้ามาแสดงความเห็นเยอะแยะมากมายเกี่ยวกับภาพลักษณ์ใหม่ที่ดูแปลกตาของสตาร์ดังจากแดนมัมมี่ โดยแฟน "หงส์แดง" รายหนึ่งระบุว่า "คุณดูดีมากๆ" ขณะที่อีกรายแสดงความเห็นว่า "นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจาก ลอฟเรน ย้ายทีม"

เจอร์ราร์ดนำอดีตแข้งฉลองลิเวอร์พูลได้ชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์

อดีตแข้งหลายรายของ ลิเวอร์พูล ฉลองกับการที่อดีตต้นสังกัดได้ชูถ้วยแชมป์อย่างเป็นทางการ อย่างเช่น สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่ออกมาพิมพ์แบบสั้นๆ ว่า "แชมเปี้ยน" เป็นต้น
    อดีตนักเตะหลายคนของ ลิเวอร์พูล ร่วมฉลองกับการที่ "หงส์แดง" ได้ชูถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 อย่างเป็นทางการ หลังจบเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ เชลซี 5-3 เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

    ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ การันตีแชมป์ลีกได้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่จำเป็นต้องรอจนถึงเกมลีกนัดรองสุดท้ายกว่าที่จะได้รับถ้วยแชมป์ ซึ่งบรรยากาศการฉลองภายในสนามก็เต็มไปด้วยความครึกครื้นสุดขีด

 


 

    สำหรับอดีตนักเตะ ลิเวอร์พูล ที่ร่วมฉลองผ่านโลกออนไลน์มีอย่างเช่น สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่พิมพ์ว่า "แชมเปี้ยน", ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ที่บอกว่า "คงไม่มีทางภูมิใจได้มากกว่านี้อีกแล้ว ขอบคุณนะ @LFC", เจมี่ คาร์ราเกอร์ ที่โพสต์ว่า "เจอร์เก้น คล็อปป์ เคยบอกว่าเขาจะเปลี่ยนจากผู้กังขาให้เป็นผู้ที่มีความเชื่อ @LFC #premierleaguechampions", จอห์น อัลดริดจ์ ที่พิมพ์ว่า "ชอบการฉลองมากๆ มันเหมาะสมแล้วที่คืนนี้เราเก็บได้ 96 คะแนนพร้อมกับได้ชูถ้วยแชมป์ไปด้วย! เราจะไม่มีวันลืมพวกเขา เหล่า 96 ชีวิตที่ต้องจากไปจากโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร่ และจะไม่มีวันลืมทีมชุดนี้ที่ทำให้เรากลับมาเป็นแชมป์ลีกได้หลังจากห่างหายไปนานด้วย YNWA" และ เอียน รัช ที่พิมพ์ว่า "30 ปี! ขอแสดงความยินดีกับแชมป์ พรีเมียร์ลีก ด้วย @LFC #YNWA" เป็นต้น

 

เดอะค็อปมีเสียว! “ซาลาห์” แย้มลาลิเวอร์พูล

ทำเอาสาวก "เดอะ ค็อป" คิดมากเลยทีเดียว เมื่อล่าสุด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงตัวจี๊ด ลิเวอร์พูล แย้มอาจอำลาถิ่น แอนฟิลด์ หลังจบซีซั่นนี้ ระบุเรื่องอนาคตไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้

     โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าคนสำคัญของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรลูกหนังเมืองผู้ดี เผยว่า ตอนนี้ตนกำลังมีความสุขเป็นอย่างมากกับการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และยังไม่อยากยืนยันเรื่องอนาคตของตัวเองหลังจบฤดูกาลนี้

     ซาลาห์ เป็นกำลังสำคัญในการช่วยทัพ "หงส์แดง" คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาล 2019/20 มาครอง หลังจากที่สโมสรรอคอยตำแหน่งแชมป์ลีกมาอย่างยาวนานถึง 30 ปี อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงที่ผ่านมา เจ้าตัวมีข่าวเกี่ยวโยงกับเรื่องย้ายทีมเป็นระยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ เรอัล มาริด ซึ่งล่าสุด สตาร์ทีมชาติอียิปต์วัย 28 ปี ก็ไม่ปิดโอกาสที่จะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ 

         "ตอนนี้ผมแค่ต้องการมีความสุขกับความสำเร็จ ส่วนเรื่องอนาคตไม่มีใครรู้หรอกว่า มันจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งเราก็ต้องรอดูกันต่อไป แต่ตอนนี้เราได้มาแล้วทั้ง แชมเปี้ยนส์ ลีก และ พรีเมียร์ลีก ซึ่งผมแฮปปี้มากๆ ส่วนเรื่องอนาคตก็รอดูกันต่อไป แต่ตอนนี้ผมมีความสุขมากๆ กับความสำเร็จและถ้วยแชมป์เหล่านี้" ซาลาห์ กล่าวกับ LA FM Colombia 

     ทั้งนี้ ซาลาห์ ซึ่งย้ายมาจาก อาแอส โรม่า เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2017 ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ไปแล้ว 151 นัด ทำได้ 94 ประตู