เล่นคู่พี่โด้?! ยูเวนตุสยื่นข้อเสนอคว้าตัวซัวเรซ

ยูเวนตุส ตกเป็นข่าวว่าได้ยื่นข้อเสนอให้แก่ หลุยส์ ซัวเรซ พิจารณา หลังจาก อันเดรีย ปีร์โล่ ต้องการนำไปทดแทน กอนซาโล่ อิกวาอิน ที่สโมสรปล่อยตัวออกไป

โกล ดอท คอม เว็บไซต์กีฬา รายงานข่าวว่า ยูเวนตุส ที่นำโดย อันเดรีย ปีร์โล่ กุนซือป้ายแดง ต้องการ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าวัย 33 ปี จาก บาร์เซโลน่า เข้ามาร่วมทีมเพื่อทดแทน กอนซาโล่ อิกวาอิน ดาวยิงอาร์เจนไตน์ ที่เก็บกระเป๋าออกจากทีม

ซัวเรซ เจอกับสถานการณ์ลำบากในถิ่น คัมป์ นู เมื่อ คูมัน โทรสายตรงไปหาพร้อมกับใช้เวลาพูดคุยเพียงสั้นๆ ไม่ถึงนาทีว่าเจ้าตัวต้องเก็บข้าวของออกจากสโมสร เพราะนักเตะไม่ได้อยู่ในแผนการสร้างทีมแห่งอนาคตอีกต่อไป

ล่าสุด ตามรายงานระบุว่า ยูเวนตุส เป็นอีกหนึ่งทีมที่ต้องการได้ตัว ซัวเรซ เช่นเดียวกับข่าวลือก่อนหน้านี้ที่เจ้าตัวมีกระแสพัวพันกับ อินเตอร์ ไมอามี่ ทีมจาก เมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐอเมริกา และ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ต้นสังกัดเก่าในศึก เอเรดิวิซี่ ลีก ฮอลแลนด์

ไม่เคยลืม!บรูโน่เผยโรนัลโด้ถามถึงแมนยูบ่อย

บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังคิดถึงทีมมากๆ จนมักจะถามถึง "ปีศาจแดง" อยู่บ่อยๆ พร้อมบอกว่าตนเลือกมาอยู่กับทีมโดยที่ไม่ได้ปรึกษากับ โรนัลโด้ ก่อนด้วยซ้ำ

    บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางชาวโปรตุกีสของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิง เรอัล มาดริด มักจะถามถึง "ปีศาจแดง" เวลาที่พวกเขาได้คุยกัน

    โรนัลโด้ เคยทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับ แมนฯ ยูไนเต็ด จนกลายเป็นขวัญใจของเหล่า "เร้ด อาร์มี่" ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ในปี 2009 โดยก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือว่า โรนัลโด้ เป็นคนโน้มน้าวใจให้ บรูโน่ ย้ายมาอยู่กับยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วย

    ทั้งนี้ ไม่นานมานี้ บรูโน่ ได้ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร โดยช่วงหนึ่งเขาโดนถามว่าได้ปรึกษากับ โรนัลโด้ ก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด หรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบว่า "ผมได้คุยกับเขาหลังจากที่ได้ย้ายทีมแล้ว ไม่ใช่ก่อนหน้าที่จะย้ายทีม ผมเคยบอกไปแล้วว่าสำหรับผมแล้ว แมนเชสเตอร์ คือทีมในฝันของผม (หมายถึงอยากย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องรอให้ โรนัลโด้ แนะนำ)"

    "ผมอยากมาเล่นให้ทีมนี้อยู่เสมอ และมันไม่สำคัญหรอกว่าใครจะพูดเรื่องแย่ๆ หรือเรื่องดีๆ เกี่ยวกับที่นี่ ไม่ว่ายังไงซะผมก็จะย้ายมาอยู่กับทีมอยู่ดี การได้เล่นใน พรีเมียร์ลีก เป็นความฝันของผม ขณะเดียวกันผมก็มีโอกาสที่จะได้ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันเป็นการทำให้ความฝัน 2 อย่างเป็นจริงได้พร้อมกัน มันเป็นเรื่องที่สมบูรณ์แบบมากๆ"

    "แน่นอนว่าหลังจากที่ย้ายทีมแล้วน่ะผมก็ได้คุยกับ คริสเตียโน่ อยู่บ้าง และเขาก็พูดเรื่องดีๆ เกี่ยวกับสโมสรอย่างมาก ที่จริงเมื่อไม่กี่วันก่อนผมก็ได้คุยกับเขาอีกครั้ง ผมบอกเลยว่าทุกครั้งที่ผมได้คุยกับเขาน่ะ เขาก็มักจะถามผมอยู่เสมอว่าตอนนี้ แมนเชสเตอร์ เป็นยังไงบ้าง และทุกอย่างโอเคดีรึเปล่า"

    "ทุกคนรู้ดีว่าเขาเคยอยู่ใน แมนเชสเตอร์ เป็นเวลานาน และเขาก็คิดถึงสโมสรอย่างมาก เขาชอบสโมสรแห่งนี้สุดๆ ถ้าผมจำไม่ผิดน่ะครั้งแรกที่เขาได้ บัลลง ดอร์ มันก็เกิดขึ้นกับที่นี่ ดังนั้นมันจึงแน่นอนว่านี่เป็นสโมสรที่อยู่ในใจของเขา"

เคลียร์!อินเตอร์คอนเฟิร์ม “คอนเต้” คุมทัพต่อ

ไม่เปลี่ยนตัวกุนซือ… "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน ระบุชัด อันโตนิโอ คอนเต้ จะได้อยู่คุมทีมต่อไป ขณะที่สื่อดังเผยสองผู้บริหารคนดังได้อยู่ในตำแหน่งต่อไปด้วย

อินเตอร์ มิลาน สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประกาศยืนยัน เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า อันโตนิโอ คอนเต้ เฮดโค้ชชาวอิตาเลียน จะได้อยู่คุมทีมต่อไป หลังจากที่ได้มีการประชุมกับ สตีเว่น จาง ประธานสโมสรชาวจีน

ก่อนหน้านี้อนาคตของ คอนเต้ เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม หลังจากที่ "งูใหญ่" แพ้ เซบีย่า 2-3 ในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม ซึ่งหลังเกมเจ้าตัวก็แย้มว่า อาจจะไม่ได้อยู่คุมทีมต่อ ทว่าล่าสุด หลังเสร็จสิ้นการประชุมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อินเตอร์ คอนเฟิร์มว่า กุนซือวัย 51 กะรัต จะได้อยู่ในตำแหน่งต่อไปสำหรับการสู้ศึกฤดูกาลหน้า

"การประชุมในวันนี้ระหว่างสโมสรกับ อันโตนิโอ คอนเต้ ถือเป็นการประชุมที่สร้างสรรค์ ซึ่งเป็นในเรื่องของความต่อเนื่อง และการใช้กลยุทธ์ร่วมกัน ซึ่งมีการตั้้งรากฐานที่จะสานงานร่วมกันต่อไป" แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของ อินเตอร์ ระบุ

นอกจากนี้ สกาย สปอร์ต อิตาเลีย สื่อกีฬาชั้นนำแดนมะกะโรนี รายงานว่า ปิเอโร่ ออซิลิโอ ผู้อำนวยการกีฬา และ จูเซ็ปเป้ มาร็อตต้า ประธานบริหาร ต่างจะยังได้ทำงานให้กับทีม "เนรัซซูร์รี่" ต่อไป โดยฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา อินเตอร์ จบที่อันดับสองในลีก, รองแชมป์ ยูโรปา ลีก และเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในถ้วย โคปปา อิตาเลีย

 

ถ้าได้ครบสยองแน่ ! เปิด 11 ตัวจริง เชลซี สุดแกร่งลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

   เชลซี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกครั้ง ด้วยการทุ่มเงินสร้างทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยพวกเขาได้นักเตะชั้นยอดมาเสริมแกร่งหลายคน ทำให้ตอนนี้ "สิงโตน้ำเงินคราม" มีขุมกำลังที่น่าเกรงขามอย่างมากในการสู้ศึกฤดูกาล 2020/2021
   
จริงๆ แล้ว "สิงห์บลูส์" ไม่ได้ใช้เงินเลยเมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ลงโทษห้ามพวกเขาซื้อผู้เล่นเข้ามาเสริมทัพช่วงตลาดเปิดซัมเมอร์ที่ผ่านมาและช่วงเดือนมกราคม 2020  อย่างไรก็ตาม ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (ซีเอเอส) ตัดสินลดโทษแบนเสริมทัพ ทำให้ทีมเดินหน้าเสริมแกร่งทันที

    เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่มไฟแรง ไม่ได้ใช้เงินในการเสริมทัพเลย และต้องใช้งานนักเตะที่มีอยู่ในทีมผสมกับแข้งดาวรุ่ง แต่ก็ทำผลงานได้น่าประทับใจ เมื่อสามารถนำ เชลซี จบฤดูกาลในอันดับ 4 คว้าสิทธิ์ไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

    สำหรับตอนนี้ เชลซี ปลดแอกโทษแบนการซื้อนักเตะแล้ว ทำให้พวกเขาเดินเครื่องใช้เงินเต็มที่ โดยผู้เล่นที่ดึงตัวเข้ามารายแรกก็คือ ฮาคิม ซิเย็ค ที่ย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 38 ล้านปอนด์ (ราว 1,444 ล้านบาท) จากนั้นก็สวมบทสิงห์ปืนไวคว้าตัว ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกฟอร์มแรงจาก ไลป์ซิก ด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ (ราว 2,090 ล้านบาท) ตัดหน้า ลิเวอร์พูล

    ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ เชลซี ยังคงเดินเครื่องใช้เงินไม่หยุดโดยพวกเขาพร้อมที่จะควักกระเป๋าเป็นสถิติสโมสรด้วยการซื้อตัวหนึ่งในนักเตะพรสวรรค์สูงแห่งวงการลูกหนังยุโรป นั่นก็คือ ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่ง "ห้างขายยา" ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยสนนราคา 90 ล้านปอนด์ (ราว 3,420 ล้านบาท)

    ขณะที่ เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายฟอร์มแรง ก็เพิ่งจะมาเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังย้ายจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ (ราว 1,900 ล้านบาท) ตามด้วย ติอาโก้ ซิลวา ซึ่งย้ายมาแบบไม่มีค่าตัวจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง โดยการเสริมเกมรับในครั้งนี้ "แลมพ์ส" ต้องการที่จะอุดช่องโหว่แนวรับที่เสียไปถึง 79 ประตูจากการเล่นทุกรายการเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

     นอกจากนี้ทีมยังคว้าตัว มาล็อง ซาร์ กองหลังดาวรุ่งอีกราย ซึ่งย้ายมาแบบไม่มีค่าตัว แต่ เชลซีปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวไปใช้งานก่อนในซีซั่นหน้า สำหรับผู้รักษาประตูพวกเขาเล็งกระชากตัว  อ็องเดร โอนาน่า โกลจอมหนึบจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,140 ล้านบาท) โดยหวังที่จะเอามาแทนที่ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ที่มักจะเล่นผิดพลาดบ่อยๆ

     รวมๆ กันแล้วตอนนี้หาก เชลซี ได้นักเตะที่เล็งเอาไว้มาร่วมทีมอย่างที่ตั้งใจ นั่นหมายความว่า แลมพาร์ด ใช้เงินเพื่อสร้างทีมของเขาขึ้นมาไปแล้วประมาณ 250 ล้านปอนด์ (ราว 9,500 ล้านบาท) และด้วยขุมกำลังที่มีอยู่ผสมกับแข้งใหม่ที่เข้ามา ทำให้ "สิงห์บลูส์" กลายเป็นหนึ่งในทีมที่สามารถลุ้นแชมป์ลีกได้ทันที

    ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าขุมกำลังเชิงลึกของ เชลซี ต้องบอกว่าน่าเกรงขามมากๆ เพราะพวกเขายังมีนักเตะฟอร์มแรงอย่าง เมสัน เมาท์, แทมมี่ อบราฮัม, คริสเตียน พูลิซิช และ ฟิคาโย่ โทโมรี่ รวมทั้ง รอสส์ บาร์คลี่ย์, มิชี่ บัตชูอายี่, จอร์จินโญ่ และ เอแมร์ซอน ปัลมิเอรี่ เป็นต้น

     สำหรับการจัด 11 ตัวจริงของ แลมพาร์ด ที่จะนำมาใช้ในฤดูกาลใหม่ โดยหากเขาได้นักเตะที่ต้องการมาครบจริงๆ ต้องบอกว่าเลยว่า "สิงโตน้ำเงินคราม" ชุดนี้ น่ากลัวมากๆ เพราะเป็นการผสมผสานผู้เล่นที่มีอยู่เดิม กับนักเตะใหม่ที่เต็มไปด้วยความสามารถเฉพาะตัว และการเล่นที่โดดเด่น

    งานนี้ "แลมพ์ส" พร้อมจับ เมาท์ กับ พูลิซิช ลงเล่นร่วมกันโดยทำหน้าที่เป็นแนวรุกทางริมเส้นทั้งสองฝั่ง ขณะที่ตำแหน่งจอมทัพจะใช้  ฮาแวร์ทซ์  คอยทำหน้าที่ปั้นเกม โดยมี แวร์เนอร์ ซึ่งซัดไป 34 ประตูจากการเล่นให้ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อซีซั่นล่าสุด ยืนเป็นหน้าเป้า

      อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีที่ เมาท์ กับ พูลิซิช คนใดคนหนึ่งไม่สามารถลงเล่นตัวจริงในช่วงต้นซีซั่นใหม่ โดยอาจจะเป็นไปได้ที่พวกเขาต้องถูกกักตัวอย่างน้อย 14 วันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แลมพาร์ด ก็อาจจะส่ง ซิเย็ค ลงมาเติมเต็มในด้านหน้าแทน

     สำหรับ สตาร์ทีมชาติโมร็อคโก ต้องบอกเลยว่าเป็นนักเตะเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ แต่เหตุผลที่ แลมพาร์ด ไม่เลือกเขาลงเล่นตัวจริง เนื่องจากมองว่านักเตะน่าจะเล่นไม่เข้าขากับ ฮาแวร์ทซ์  ฉะนั้นเขาจึงเลือกใช้งาน เมาท์ ซึ่งได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับผู้เล่นคนอื่นๆ ในทีมเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา มากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า เชลซี เจอกับทีมไหน เพราะแผนของ แลมพ์ส สามารถยืดหยุ่นได้เสมอเนื่องจากมีตัวเลือกให้ใช้งานได้หลากหลาย

    ในส่วนของแดนกลาง แน่นอนว่า กุนซือคนหนุ่มเลือดผู้ดี จะใช้งาน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กับ  มาเตโอ โควาซิช ซึ่งได้รับเลือกเป็นนักเตะแห่งซีซั่นของทีมเมื่อฤดูกาลล่าสุด ขณะที่ในตำแหน่งแบ็กซ้ายปกติแล้วจะเป็น เอแมร์ซอน กับ มาร์กอส อลอนโซ่ ที่สลับกันลงเล่น แต่การที่ทีมได้ตัว ชิลเวลล์ มาเสริมแกร่ง ทำให้ตอนนี้โอกาสที่ ฟูลแบ็กทีมชาติอังกฤษ จะกลายเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งนี้มากที่สุด

     ชิลเวลล์ มีจุดเด่นที่ แลมพาร์ด ชื่นชอบมากๆ นั่นก็คือการเล่นที่โดดเด่นทั้งเกมรับ และเกมรุก รวมทั้งยังเป็นผู้เล่นที่มีเท้าซ้ายสุดฉมัง และสิ่งนี้จะเป็นการสร้างมิติการเล่นเกมบุกให้กับ เชลซี มากยิ่งขึ้น ด้าน  รีซ เจมส์ แข้งดาวรุ่งจะได้รับโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอในตำแหน่งแบ็กขวา เพราะนักเตะเต็มไปด้วยความสด และเล่นได้โดดเด่นถูกใจ "แลมพ์ส" มากๆ ในซีซั่นที่ผ่านมา

    ด้านตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กแน่นอนว่า ซิลวา จะเข้ามายืนเป็นตัวหลักของทีมแม้ว่านักเตะจะอายุ 36 ปีในเดือนกันยายนนี้ก็ตาม แต่ด้วยประสบการณ์ในการเล่นในลีกชั้นยอดทั้ง กัลโช่ เซเรีย อา และ ลีก เอิง น่าจะช่วยขันเกมรับให้กับ เชลซี เหนียวแน่นยิ่งขึ้น ที่สำคัญความสามารถของเขาจะช่วยพัฒนาบรรดานักเตะดาวรุ่งของทีมด้วย

    ส่วนคู่หูของ ซิลวา ก็คงเป็น เคิร์ก ซูม่า ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา แต่ แลมพาร์ด เชื่อว่านักเตะรายนี้ยังไม่ได้พัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ฉะนั้นการได้เล่นร่วมกับ สตาร์ดังชาวบราซิเลียน จะช่วยดึงความสามารถของเขาออกมาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

    ตบท้ายด้วยตำแหน่งโกล ต้องบอกเลยว่า แลมพาร์ด ไม่ไว้วางใจ เกปา อีกต่อไปแล้ว ฉะนั้นจึงต้องมองหาตัวเลือกที่ดีที่สุด ก่อนหน้านี้เขาอยากได้ ยาน โอบลัค นายด่าน "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด แต่ด้วยค่าตัวที่มหาศาล ทำให้ทีมเบนเข็มไปที่ โอนาน่า ที่มีค่าตัวถูกกว่าเยอะ และฟอร์มการเล่นก็เหนียวหนึบไม่ต่างกันมากนัก

    นอกจากการได้ 11 ตัวจริงที่คาดว่า แลมพาร์ด จะนำมาใช้งานในฤดูกาล 2020/2021 แล้ว ขุมกำลังสำรองของ เชลซี ต้องบอกเลยว่าอัดแน่นด้วยคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ซึ่งมีพรสวรรค์อันโดดเด่นแต่นักเตะอาจจะต้องพิสูจน์ตัวเองอีกซักระยะ เช่นเดียยวกับ โทโมรี่ ที่ต้องพัฒนาตัวเองเพื่อโอกาสในการก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลัก

     ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะทีมยังมีนักเตะประสบการณ์สูงทั้ง อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เป็นต้น รวมทั้งนักเตะดาวรุ่งที่พร้อมสอดแทรกแย่งตำแหน่งอย่าง บิลลี่ กิลมอร์ กับ รูเบน ลอฟตัส-ชีค และอีกหลายๆ คน

    ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าขุมกำลังของ เชลซี ในฤดูกาลใหม่ต้องบอกว่าอัดแน่นไปด้วยคุณภาพมากๆ และการมีขนาดทีมที่ใหญ่แบบนี้ ทำให้ แลมพาร์ด สามารถปรับกลยุทธ์ได้หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ที่ทีมต้องเจอในแต่ละเกม

    11 ตัวจริง เชลซี ในฤดูกาล 2020/2021 หากพวกเขาคว้านักเตะที่เล็งเอาไว้มาร่วมทีมได้ครบ

ผู้รักษาประตู : อ็องเดร โอนาน่า

กองหลัง : เบน ชิลเวลล์,  เคิร์ก ซูม่า, ติอาโก้ ซิลวา, รีซ เจมส์

กองกลาง :   เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิชล, เมสัน เมาท์, ไค ฮาแวร์ทซ์, คริสเตียน พูลิซิช

กองหน้า :  ติโม แวร์เนอร์

นักกีฬาอลป.ยกเลิกงานแต่งหลังเห็นคลิปฉาวเจ้าสาว

นักกีฬามวยปล้ำทีมชาติรัสเซีย ชุดลุยโอลิมปิก เกมส์ 2020 ที่ญี่ปุ่น หัวใจสลายเมื่อมีคนส่งคลิปวีดิโอสุดสยิวที่มีภาพของว่าที่ภรรยาของตัวเองอยู่ในนั้น โดยงานนี้เจ้าตัวประกาศยกเลิกงานวิวาห์ทันที ขณะที่พ่อของฝ่ายหญิงถึงกับหัวใจวาย
    เซร์เบ็ค ซิดาคอฟ นักมวยปล้ำประเภทฟรีสไตล์ทีมชาติรัสเซีย ทำร้ายร่างกายเจ้าสาวของตัวเองในช่วงระหว่างปาร์ตี้ฉลองงานวิวาห์ และยกเลิกงานแต่ง หลังจากที่แขกที่มาร่วมงานได้รับวีดิโอคลิป พร้อมกับข้อความที่อ้างว่าเธอเคยเป็นสาวขายบริการทางเพศ

    นักมวยปล้ำวัย 24 ปี ซึ่งเป็นตัวแทนทัพ "หมีขาว" ลุยศึกโอลิมปิก เกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการเลื่อนไปแข่งปีหน้าเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตัดสินใจแต่งงานกับ มาดิน่า ฟลิเยว่า วัย 25 ปีที่นอร์ธ คอเคซัส ทางตอนเหนือของรัสเซีย พร้อมกับแขกที่มาเป็นสักขีพยานในงานสำคัญนี้กว่า 500 คน 
 

    ช่วงเวลาที่แสนชื่นมื่นกลับแปรเปลี่ยนเป็นเรื่องราวสุดช็อก เมื่อแขกที่มาร่วมงานได้รับวีดิโอที่มีภาพสุดสยิวของฟลิเยว่า โดยคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของภรรยานักธุรกิจพันล้านจอมเจ้าชู้ที่ไม่พอใจการกระทำของเธอ ที่แอบลักกินขโมยกินสามีชาวบ้าน

    สำหรับคลิปวีดิโอดังกล่าวถูกส่งในช่วงระหว่างที่บรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวกำลังโยน ซิดาคอฟ ลอยอยู่กลางอากาศซึ่งเป็นประเพณีของพวกเขา ขณะที่บรรดาสาวๆ กำลังเฉลิมฉลองรวมทั้งร่วมยินดีกับเจ้าสาวอยู่ที่ห้องใกล้ๆ กัน และหลังจากที่ ซิดาคอฟ ได้เห็นคลิปดังกล่าว เขาถึงกับช็อก ก่อนจะไปหาว่าที่ภรรยา และกระชากผมเธอออกมาจากห้อง

    จากนั้นเขาก็สั่งยกเลิกงานแต่ง และเดินหนีออกไปโดยปล่อยให้เธอร้องไห้คร่ำครวญอยู่กับพื้น ไม่นานนักเพื่อนๆ และครอบครัวได้รีบนำ ฟลิเยว่า ไปส่งโรงพยาบาล แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเข้าไปอีกเมื่อพ่อของฝ่ายหญิงถึงกับช็อกหัวใจวายจากเหตุการณ์ดังกล่าว

    ขณะที่เพื่อนๆ ของฝ่ายเจ้าบ่าวได้นำเขาออกจากงานปาร์ตี้ และเดินทางไปสงบสติอารมณ์ จนกระทั่งเจ้าตัวตั้งสติได้ และยอมรับว่าไม่ควรที่จะทำอะไรที่หุนหันพลันแล่นแบบนั้น นอกจากนี้หนึ่งในเพื่อนสนิทของเจ้าสาวเผยว่าฝ่ายหญิงเคยทำงานเป็นสาวขายบริการมาก่อน และว่าที่สามีของเธอไม่เคยรู้ชีวิตในอดีตนับตั้งแต่ที่พวกเขาเริ่มคบกันเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

 

 

ต้องสโมสรนี้เลย! “ริวัลโด้” ชี้เป้า “เมสซี่” ควรเลือกย้ายซบทีมนี้ดีที่สุด

ริวัลโด้ ตำนานลูกหนังชาวบราซิล ออกมายืนยันว่าถ้า ลีโอเนล เมสซี่ จะย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า จริงๆ ล่ะก็ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มี เป๊ป กวาร์ดิโอลา เป็นกุนซือคือทางเลือกที่ดีสุด

"ผมเชื่อว่า แมนฯ ซิตี้ น่าจะเป็นทีมใหม่ที่ดีสุดสำหรับ เมสซี่ หากย้ายออกจาก บาร์ซ่า เพราะถึงแม้เจ้าตัวจะอายุ 33 แล้วแต่ด้วยฟอร์ม ด้วยคุณภาพ ด้วยพรสวรรค์ เขายังโลดแล่นอยู่บนจุดสูงสุดหรือเป็นดาวเด่นบนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้อีกราว 1-3 ปีเลยทีเดียว" อดีตแข้งแซมบ้า กล่าว

"สำคัญคือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นโค้ชที่เข้าใจในตัว เมสซี่ อย่างลึกซึ้ง อย่าลืมนะว่าทั้งคู่เคยประสบความสำเร็จร่วมกันอย่างยิ่งใหญ่มาก่อน ฉะนั้นจะเค้นเอาศักยภาพที่มีอยู่ออกมาได้หมดจด"

"ยอมรับว่าพอคิดแบบนี้แล้ว ก็อยากเห็น เป๊ป สร้างทัพเรือใบสีฟ้าขึ้นโดยมี เมสซี่ เป็นศูนย์กลางเหลือเกิน เขาสามารถสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้ในทุกๆ จังหวะ จนพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกหลายๆ ครั้งแน่นอน"

มีใครเชื่อบ้าง!สื่อสเปนเผยแมนยูคุยตัวแทนเมสซี่

เดปอร์เตส กัวโตร สื่อของสเปน ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด ติดต่อหาตัวแทนของ ลิโอเนล เมสซี่ เพื่อคุยเรื่องความเป็นไปได้ที่จะเอาเจ้าตัวมาอยู่กับทีม หลังมีข่าวว่า เมสซี่ แจ้งกับต้นสังกัดแล้วว่าอยากย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ติดต่อไปหาทีมงานบางส่วนของ ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้าของ บาร์เซโลน่า เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะให้ เมสซี่ มาอยู่กับพวกเขา ตามรายงานของ เดปอร์เตส กัวโตร สื่อของประเทศสเปน

    อนาคตของ เมสซี่ เป็นประเด็นร้อนแรงมากยิ่งขึ้นหลังจากที่มีข่าวลือว่าดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์แจ้งกับสโมสรแล้วว่าต้องการย้ายออกจากทีมตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์นี้เลย โดยแข้งวัย 33 ปี ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมมาอย่างต่อเนื่องเพราะว่ากันว่าเขาผิดใจกับบอร์ดบริหารชุดปัจจุบันอย่างหนัก

    สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ดูเป็นทีมที่มีโอกาสได้ เมสซี่ มากที่สุดด้วย โดยพวกเขาบอกว่า "ปีศาจแดง" มีการเงินดีพอที่จะจ่ายทั้งค่าตัวและค่าเหนื่อยแบบเดียวกับที่ เมสซี่ เคยได้รับกับที่ บาร์เซโลน่า ซึ่งว่ากันว่า เมสซี่ ได้ค่าเหนื่อยจาก บาร์เซโลน่า สัปดาห์ละเกิน 600,000 ยูโร (ประมาณ 22.20 ล้านบาท)

ผอ.กีฬาบาร์ซ่าตั้งเป้ากล่อมเมสซี่เปลี่ยนใจอยู่ช่วยทีมต่อ

ราม่อน ปลาเนส ผอ.กีฬา บาร์เซโลน่า ระบุ พวกตนจะพยายามโน้มน้าวใจให้ ลิโอเนล เมสซี่ ยอมอยู่กับทีมต่อให้ได้ พร้อมบอกว่า บาร์เซโลน่า กับ เมสซี่ คือของคู่กันที่ต่างฝ่ายต่างก็มอบหลายอย่างให้กันและกันตลอดช่วงที่ผ่านมา

    ราม่อน ปลาเนส ผู้อำนวยการกีฬาคนใหม่ของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน กล่าวว่า "อาซูลกราน่า" จะยังพยายามโน้มน้าวใจให้ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าคนสำคัญเปลี่ยนใจให้ได้

    เมื่อไม่กี่วันก่อน เมสซี่ ส่งเอกสารชี้แจงกับต้นสังกัดว่าต้องการย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ผ่านทางเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาในทุกๆ ซัมเมอร์ที่เจ้าตัวทำเอาไว้กับสโมสร ซึ่งมันสร้างความฮือฮาให้กับโลกลูกหนังอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เป็นที่เชื่อว่า บาร์เซโลน่า คัดค้านกับเรื่องดังกล่าวโดยให้เหตุผลว่าถ้าอ้างอิงตามลายลักษณ์อักษรแล้วนั้นเงื่อนไขมันหมดอายุลงในทุกๆ เดือนมิถุนายน

    ทั้งนี้ เมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา ปลาเนส มาทำการเปิดตัว ฟรานซิสโก้ ตรินเซา กองกลางดาวรุ่งอย่างเป็นทางการ หลังจากปิดดีลกับแข้งรายนี้ได้ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่นักข่าวก็เน้นถามเรื่อง เมสซี่ มากกว่า ซึ่ง ปลาเนส ก็ตอบว่า "แน่นอนว่านี่เป็นข่าวที่สำคัญมากๆ เราขอยืนยันตามที่เคยพูดหลายครั้งก่อนหน้านี้, ตามที่ คูมัน และท่านประธานเคยพูดไปก่อนหน้านี้ รวมถึงตามที่ผมเคยพูดในตอนที่เป็นเลขาธิการด้านเทคนิคว่าเราตั้งใจที่จะพึ่งพา เมสซี่ สำหรับอนาคตอันใกล้ เหมือนที่เราตั้งใจจะพึ่งพา ตรินเชา จากการที่เขามีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม เราได้ยินกันแล้วว่าเขาจะลงเล่นร่วมกับนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ รวมถึงเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก (หมายถึง เมสซี่)"

    "เรื่องเหล่านี้มันสามารถเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา และเราหวังว่าเราจะกลับมาได้แข็งแกร่งกว่าเดิมหลังจากที่ต้องพ่ายแพ้แบบหมดรูปในช่วงปลายฤดูกาลก่อน อะไรที่มันเกิดขึ้นมันก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ไอเดียของเราคือการสร้างทีมโดยที่ให้นักเตะที่สำคัญที่สุดในโลกเป็นแกนกลางของทีม ตอนนี้เราไม่ได้คิดเกี่ยวกับการย้ายออกไป (ของ เมสซี่) ไม่ว่าจะในแบบไหนก็ตาม เพราะสิ่งที่เราต้องการคือให้ เมสซี่ อยู่กับทีมต่อไป"

    "สิ่งที่เรามีให้ เลโอ เมสซี่ มีเพียงความเคารพอย่างมากเท่านั้น บาร์ซ่า กับ เลโอ เป็นคู่กันเหมือนคู่รัก ทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็มอบหลายอย่างให้กันและกัน รวมถึงต่างก็ทำให้แฟนๆ รู้สึกสนุกมากๆ ผมคิดว่าอนาคตมันอยู่ในทิศทางที่ดี ผมมองโลกในแง่ดี เรากำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้มั่นใจว่าความสัมพันธ์ระหว่าง บาร์ซ่า กับ เมสซี่ จะยังคงดำเนินต่อไป เรากำลังทำงานเป็นการภายในเพื่อที่จะโน้มน้าว เลโอ ให้อยู่กับทีมต่อ"

“ชนาธิป”เผยจังหวะพลาดจุดโทษ-ปลื้มเกมรับทีมดีขึ้น

"เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ เผยพอใจภาพรวมเกมทีมที่ เปิดบ้านเสมอกับ นาโกย่า แกรมปัส ไปแบบไร้สกอร์ 0-0 ส่วนลูกโทษที่ลูคัส เฟอร์นานเดส ยิงพลาดนั้น ถือว่าเป็นเกมฟุตบอลเป็นวินาทีแห่งการตัดสินใจ หลังจากนี้ทุกคนต้องมาโฟกัสที่ผลงานทีมกันใหม่ เราทุกคนต้องทำงานร่วมกัน
     ควันหลงเกมเจลีกคู่ระหว่าง คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ที่สนามซัปโปโร โดม เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา เปิดบ้านเสมอ นาโกย่า แกรมปัส 0-0 ซึ่งเกมนี้ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ได้จุดโทษนาทีสุดท้ายแต่ ลูคัส เฟอร์นานเดส  ยิงไม่เข้าทำให้ได้เพียงแต้มเดียวเท่านั้น

    หลังจบเกมทาง "เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์  ที่ลงเป็นตัวจริงในเกมนี้ได้เผยว่า "จริงๆทีมมั่นใจในจุดโทษเพราะ ลูคัส เฟอร์นานเดส  ก็ซ้อมมา พอมาในสนามวินาทีนั้นมันมีเข้ากับไม่เข้า แต่สุดท้ายมันก็จบไปแล้วไม่เป็นไร เกมนี้พวกเราเล่นได้ดีขึ้น เกมรับแน่นขึ้นและทุกคนเล่นดุดันทำให้สนุกกับเกมนี้เป็นอย่างมาก"

    ชนาธิป กล่าวถึงเกมต่อไปที่จะเจอกับ มารินอส ในศึกลูวานคัพว่า "การเจอ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส นั้นยากอยู่แล้วปีนี้เล่นในบ้านชนะเขาได้แต่พอไปเยือนแพ้เขา แต่การที่เล่นในบ้านหวังว่าทีมจะชนะแล้วผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้"

ปูด!ลิเวอร์พูลใกล้ซิว “ติอาโก้” ร่วมทัพอีกไม่กี่สัปดาห์

ลิเวอร์พูล พร้อมที่จะจ่ายเงินค่าตัวตามที่ บาเยิร์น มิวนิค ต้องการเพื่อที่จะดึง ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์เชิงสูงมาปั้นเกมแดนกลางให้กับทัพ "หงส์แดง" โดยงานนี้คาดว่านักเตะจะสลัดน้ำหมึกเซ็นสัญญากับทีมในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้
    ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลล่าสุด เตรียมที่จะเปิดฉากการเจรจาขั้นสุดท้ายกับ บาเยิร์น มิวนิค เรื่องการดึงตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางมากประสบการณ์ชาวสแปนิช โดยคาดว่า "หงส์แดง" ใกล้จะนำนักเตะมาสู่ถิ่นแอนฟิลด์ ในเร็วๆ นี้

    ดาวเตะวัย 29 ปี ซึ่งเหลือสัญญากับ "เสือใต้" เพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น แสดงความต้องการที่จะออกไปหาความท้าทายใหม่หลังจากประสบความสำเร็จกับต้นสังกัดตลอดช่วง 7 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะซีซั่น 2019/2020 เขามีส่วนช่วย บาเยิร์น ผงาดคว้าทริปเบิลแชมป์ (บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก)

    ขณะที่ฝ่าย บาเยิร์น ยอมรับสภาพว่าต้องเสีย ติอาโก้ ออกจากถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า แน่นอนแล้ว แต่กระนั้นพวกเขาก็อยากจะได้ค่าตัวที่สูงสุดในการปล่อยนักเตะออกไป ซึ่งสื่อหลายสำนักในอังกฤษ รายงานไปในทิศทางเดียวกันว่าจุดหมายปลายทางของ ติอาโก้ มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะไปร่วมงานกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" 

    ทั้งนี้สื่อในเมืองผู้ดียังได้ระบุเพิ่มว่า บาเยิร์น มิวนิค พร้อมที่จะยอมรับข้อเสนอจำนวน 27 ล้านปอนด์ (ราว 1,026 ล้านบาท) เพื่อปล่อยตัว ติอาโก้ ออกไป และทางฝั่ง "เดอะ เร้ดส์" ก็ยินดีที่จะจ่ายเงินในจำนวนดังกล่าว พร้อมทั้งจะมีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้